วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Chinese New Year 2016 / วันตรุษจีน 2559 / เทศกาลซอลลัล 2559 (ตรุษเกาหลี)






วันตรุษจีน 2559 นี้ ตรงกับวันจันทร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นวันเที่ยวของพี่น้องชาวจีน และวันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก จะเป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปหาซื้ออาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ มาเตรียมพร้อมไว้ ก่อนที่ร้านค้าต่าง ๆ จะหยุดยาวในช่วงวันตรุษจีน ซึ่งจะตรงกับวันก่อนวันสิ้นปี โดยในปี 2559 วันจ่ายตรุษจีนคือวันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์

ส่วนวันไหว้ตรุษจีน 2559 ก็คือ "วันสิ้นปี" ซึ่งจะเป็นวันที่มีการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ ด้วยอาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ ฯลฯ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ โดยในปี 2559 วันไหว้ตรุษจีน คือ วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์


ประวัติวันตรุษจีน

สำหรับที่มาของวันตรุษจีนนั้น เชื่อกันว่าประเพณีนี้มีมานานกว่าสี่พันปีแล้ว จัดขึ้นเพื่อฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เดิมทีไม่ได้เรียกว่าเทศกาลตรุษจีน แต่มีชื่อเรียกต่างกันตามยุคสมัย นั่นคือเมื่อ 2,100 ปีก่อนคริสต์ศักราชจะเรียกว่า "ซุ่ย" ซึ่งมีความหมายถึงการโคจรครบหนึ่งรอบของดาวจูปิเตอร์ จนกระทั่งต่อมาในยุค 1,000 กว่าปีก่อนคริสต์ศักราช เทศกาลตรุษจีนจะถูกเรียกว่า "เหนียน" หมายถึงการเก็บเกี่ยวได้ผลอุดมสมบูรณ์นั่นเอง

นอกจากนี้ วันตรุษจีน ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันชุงเจ๋" ซึ่งหมายถึงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ หรือขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ เพราะช่วงก่อนตรุษจีนนั้นตรงกับฤดูหนาว ไม่สามารถทำการเกษตรได้ ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่มีอากาศเหมาะสมแก่การเพาะปลูก ชาวจีนจึงสามารถทำนา ทำสวน ได้อีกครั้งหลังจากผ่านพ้นฤดูหนาวมานั่นเอง ส่วนการกำหนดวันตรุษจีนนั้น ตามประเพณีเทศกาลตรุษจีนจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้ายตามปฏิทินจันทรคติของจีน และถือว่าคืนวันที่ 30 เดือน 12 เป็นวันส่งท้ายปีเก่า

ส่วนวันที่ 1 เดือน 1 คือวันชิวอิก หมายถึงวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ การเตรียมงานเพื่อการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนนั้น จะเริ่มขึ้นตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อนวันตรุษจีน (คล้ายกับวันคริสต์มาสของประเทศตะวันตก) โดยผู้คนจะเริ่มซื้อข้าวของต่าง ๆ เพื่อประดับตกแต่งบ้านเรือน และเตรียมทำความสะอาดครั้งใหญ่ ตั้งแต่ชั้นบนลงชั้นล่าง เนื่องจากมีความเชื่อว่าจะเป็นการปัดกวาดสิ่งที่ไม่ดีออกไป ภายในบ้าน ทั้งประตู หน้าต่าง จะประดับประดาไปด้วยสีแดง และกระดาษสีแดงที่มีคำอวยพรให้อายุยืน ร่ำรวย อยู่ดีมีสุข ฯลฯ จากนั้นครอบครัวจะร่วมรับประทานอาหารที่ล้วนแต่มีความหมายมงคลทั้งสิ้น เช่น กุ้งจะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรืองและความสุข เป๋าฮื้อแห้งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สลัดปลาสดจะนำมาซึ่งความโชคดี จี้ไช่ (ผมเทวดา) สาหร่าย จะนำความร่ำรวยมาให้ และขนมต้ม (Jiaozi) หมายถึงบรรพชนอวยพร

หลังจากทานอาหารค่ำแล้ว ทุกคนในครอบครัวจะนั่งกันจนเช้าเพื่อรอวันใหม่โดยการเล่นเกม เล่นไพ่ หรือดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับวันตรุษจีน และในวันนี้จะต้องไม่โกรธ ริษยา หรือ ไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดีสำหรับปีที่กำลังจะมาถึง



สัญลักษณ์ของ วันตรุษจีน

นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของ วันตรุษจีน คือ "อั่งเปา" ซึ่งมีความหมายว่า "กระเป๋าแดง" หรือจะใช้คำว่า "แต๊ะเอีย" ซึ่งมีความหมายว่า "ผูกเอว" จากที่คนสมัยก่อนชอบร้อยเงินเป็นพวงผูกไว้ที่เอว โดยการให้อั่งเปานี้ คู่แต่งงานจะให้เงินเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานในซองสีแดง หลังจากนั้นทุกคนในครอบครัว จะออกมาจากบ้านเพื่อกล่าวสวัสดีปีใหม่ในหมู่ญาติ และเพื่อนบ้าน ซึ่งคงคล้ายกับการที่ชาวตะวันตกพูดว่า "Let bygones be bygones" (อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป)


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- thai.cri.cn
- abhidhamonline.org
- thaigoogleearth.com





และสำหรับ วันตรุษเกาหลีหรือเทศกาลซอลลัลในปี 2559 จะตรงกับวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยคนเกาหลีจะมีวันหยุดยาวเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลนี้กันตั้งแต่วันที่ 7-10 กุมภาพันธ์ 2559





วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Lee Min Ho Releases Single Album 'The Day'





ลีมินโฮออกซิงเกิ้ลอัลบั้มใหม่ "The Day"

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ลีมินโฮได้ออกซิงเกิ้ลอัลบั้มใหม่ล่าสุดของเขาหลังจากได้ปล่อยเพลง "Thank You." ออกมาเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา

"The Day" จะมีเพียงสองเพลงคือเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้มและเพลง "I Love You" หลังจากนี้เขาจะจัด "talk concert" (พูดมากกว่าร้อง เพราะเพลงมีแค่ 2) ขึ้นในวันที่ 16 ม.ค. ปีหน้า ที่ Grand Peace Palace มหาวิทยาลัยคยองฮี ในกรุงโซล

ระหว่างนี้ลีมินโฮกำลังถ่ายทำภาพยนตร์ร่วมสร้างเกาหลี-จีน "Bounty Hunters"






วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2558

[Review] Singapore Trip – Madame Tussauds Singapore

 


พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ สิงคโปร์ ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของสิงคโปร์เพราะเพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นาน

มาดามทุสโซ สิงคโปร์ ตั้งอยู่ที่เกาะเซนโตซ่าเช่นเดียวกับยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ หรือ USS ที่เราคุ้นเคยกันดี วิธีเดินทางไปก็ไม่ยากเลยค่ะ แค่นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Harbourfront ซึ่งอยู่ที่ห้างใหญ่ชื่อดัง Vivo City แล้วขึ้น Sentosa Express ข้ามไปยังเกาะเซนโตซ่า หรือคุณจะเลือกวิธีเดินข้ามไปด้วยเส้นทางเดิน Boardwalk ก็ได้ (ถ้าคุณชอบเดิน) หรือจะนั่งเคเบิ้ลคาร์ข้ามไปก็ได้ค่ะ สำหรับท่านที่ไม่กลัวความสูง



ถ้านั่ง Sentosa Express ให้ลงที่สถานี Imbiah นะคะ ตรงที่เป็นที่ตั้งของเมอร์ไลอ้อนตัวยักษ์ใหญ่นั่นเลยค่ะ ด้านข้างพี่สิงโตจะมีบันไดเลื่อน ขึ้นบันไดเลื่อนไปเรื่อยๆ นะคะ (ขอบอกว่าค่อนข้างไกล เผื่อเวลาไว้ด้วยนะคะ) จะมีป้ายบอกทางตลอด แล้วในที่สุด (ขึ้นบันไดจนเหนื่อย) คุณก็จะเจอกับมาดามทุสโซ สิงคโปร์ค่ะ





ต้องซื้อบัตรเข้าชมกันก่อนนะคะ มาดามทุสโซที่นี่จะมีความเหมือนที่แตกต่างอยู่บ้าง ที่เหมือนก็คือที่นี่จะมีรูปปั้นของบุคคลต่างๆ ทั่วโลกไว้ให้คุณได้ถ่ายรูป รวมทั้งบุคคลสำคัญของประเทศเค้า ซึ่งต้องยอมรับว่าบางท่านเราก็ไม่รู้จัก โดยเฉพาะดารา ออกแนวแขกๆ ซึ่งดิฉันเองก็ไม่รู้จัก

และอีกส่วนซึ่งเป็นส่วนที่น่าสนใจ และอยากแนะนำให้คุณซื้อบัตรเข้าชมในส่วนนี้ด้วย นั่นก็คือ Image of Singapore ที่ว่าน่าสนใจก็คือในส่วนนี้ของพิพิธภัณฑ์เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของสิงคโปร์ตั้งแต่ต้นกำเนิดมาจนถึงปัจจุบัน และไม่ใช่ให้คุณเดินเที่ยวชมเรื่อยๆ เปื่อยๆ เหมือนพิพิธภัณฑ์ทั่วไปค่ะ ขอบอก ที่นี่จัดทำเป็นในลักษณะอินเตอร์แอคทีฟ ก็คือเป็นการพาคุณเดินทางผ่านกาลเวลาของสิงคโปร์ตั้งแต่ยุคบุกเบิกจนถึงปัจจุบัน

ที่ดิฉันบอกว่า “พาคุณเดินทาง” นั้น คือการพาเดินทางจริงๆ เพราะคุณจะถูกนำทางโดยไกด์ (พูดภาษาอังกฤษ) ผ่านกาลเวลาตั้งแต่สมัยที่สิงคโปร์ยังเป็นป่า ชาวบ้านยังชีพด้วยการประมง มาถึงยุคที่ต่างชาติเข้ามาค้าขาย ผ่านสงคราม (มีควันจริงๆ เหมือนกำลังหนีระเบิดกันเลยทีเดียว สนุกสนานมากค่ะ) และมาถึงยุคที่ประธานาธิบดีลีกวนยู พาสิงคโปร์เข้าสู่ยุคใหม่ จึงอยากแนะนำให้คุณได้เข้าชมส่วนนี้นะคะถ้ามีโอกาสได้แวะไปเที่ยวที่นี่ แล้วคุณจะได้รู้จักสิงคโปร์ เพื่อนบ้านอาเซียนของเราดียิ่งขึ้นค่ะ

ในส่วนของ Image of Singapore ทางเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือในการไม่บันทึกภาพ จึงไม่มีภาพมาฝากคุณ คุณคงต้องไปดูด้วยตาตัวเองแล้วล่ะค่ะ



สำหรับในส่วนของพิพิธภัณฑ์มาดามทุสโซก็จะเหมือนกับที่ประเทศอื่นๆ นะคะ ดิฉันจึงเก็บบรรยากาศบางส่วนมาฝากเท่านั้น ซึ่งไม่แตกต่างอะไรมากนักกับมาดามทุสโซที่กรุงเทพฯ ของเรา นอกจากเพิ่มบุคคลสำคัญและดาราของประเทศเค้าเข้าไปเท่านั้นค่ะ






















คุณสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือเช็คเวลาเปิด-ปิดและราคาบัตรได้ที่นี่ค่ะ https://www.madametussauds.com/Singapore/


วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

[Review] Lee Min Ho’s “Gangnam 1970” Photobook




ส่งตรงมาจากเกาหลีนะคะกับโฟโต้บุ๊ค Gangnam 1970 ที่ทำขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับภาพยนตร์ในฐานะพระเอกเรื่องแรกของลีมินโฮ มาดูกันค่ะว่าหน้าตาโฟโต้บุ๊คเล่มนี้เป็นยังไง



แพ็คเกจมาเป็นกล่อง ด้านในเป็นโฟโต้บุ๊ค ขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณนิตยสาร พิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตอย่างดี สีจะออกทึมๆ เล็กน้อยให้เข้ากับโทนหนังที่เป็นฟิล์มนัวร์ค่ะ ด้านในเป็นช็อตต่างๆ จากภาพยนตร์รวมทั้งเบื้องหลังการถ่ายทำ เนื่องจากทำขึ้นเป็นที่ระลึกสำหรับลีมินโฮ ดังนั้นงานนี้ลีมินโฮล้วนๆ ค่ะ เกือบๆ 100 หน้า  จัดเต็มกันไปค่ะ



















นอกจากนั้นยังมีโปสการ์ด 2 ใบ และตั๋วหนังเป็นของที่ระลึก และมีดีวีดี 1 แผ่น เป็นเบื้องหลังการถ่ายทำกับสัมภาษณ์ลีมินโฮในตอนท้าย มีซับอังกฤษ คุณจะได้เห็นว่าหนังที่ได้ชมไป 2 ชั่วโมงเศษๆ นั้นผ่านความยากลำบากของทีมงานแค่ไหน การถ่ายทำอยู่ในช่วงฤดูร้อน คุณลีจึงบ่นๆๆๆ ตลอดเวลาว่ามันร้อนนนน ท่าทางเหมือนปลาตากแห้งยังไงยังงั้น แถมมีขอเปลี่ยนไม้ (ที่ใช้ตีในฉาก) เอาอันเบาๆ หน่อย มันจะได้เจ็บน้อยๆ นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ จากดีวีดีเบื้องหลังค่ะ ฟุตเทจทั้งหมดเป็นของลีมินโฮล้วนๆ ค่ะ




ถ้าคุณสั่งแบบที่มีปฏิทินด้วย  ก็จะได้ปฏิทินสวยๆ ของลีมินโฮจากคอนเสิร์ตที่ผ่านมาแบบนี้ด้วยค่ะ



ดังนั้นดิฉันบอกได้เลยว่า ถ้าคุณรักลีมินโฮ ถ้าคุณรักคิมจองแด ถ้าคุณรัก Gangnam 1970 โฟโต้บุ๊คเล่มนี้คือ “MUST HAVE ” ITEM ที่คุณต้องมีไว้เพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับผลงานชิ้นนี้ของลีมินโฮค่ะ อย่ารอช้าค่ะ คลิกสั่งได้เลยที่ Minoz World สะดวกสบาย ไม่ต้องรอฝากใครซื้อมาให้นะคะ แค่ไม่กี่วันก็ได้รับของแล้วค่ะ