วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555

Author Tong Hua talked about Bu Bu Jing Xin



ถงหัว เจ้าของบทประพันธ์เรื่อง “ปู้ปู้จิงซิน” ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ BBJX เอาไว้ ซึ่งดิฉันคิดว่าน่าจะทำให้คุณชัดเจนขึ้นกับตัวละครบางตัว เนื่องจากเป็นการตีความจากตัวผู้ประพันธ์เอง บทสัมภาษณ์นี้แปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษของ koalas นะคะ ซึ่งเธอตัดความมาเฉพาะบางส่วนเท่านั้น (แน่นอนค่ะที่ต้นฉบับเป็นภาษาจีน ดิฉันไม่สามารถค่ะ) แต่ก่อนที่จะไปถึงบทสัมภาษณ์มาทำความรู้จักกับ “ถงหัว” กันสักหน่อยก่อนนะคะ ที่แน่ๆ ก็คือเธอก็เป็นอีกคนที่ปลื้มนิคกี้ ซึ่งดิฉันว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเขาถือเป็นหนึ่งในตำนานก็ว่าได้ หากคุณเกิดในยุค 1970 และชื่นชอบดาราจีนหรือเพลงจีน คุณต้องร้องเพลงของ “Little Tigers” (เสี่ยวหูตุ้ย) ได้บ้างไม่มากก็น้อยค่ะ หลายคนโตมากับเพลงของเขา (ทั้งที่ชื่นชอบเองหรือโดนพ่อแม่เปิดกรอกหูทุกวัน...ประมาณนั้นค่ะ) มีเรื่องขำๆ เกี่ยวกับถงหัวก็คือเธอพยายามจะคุยกับนิคกี้ทางเว่ยป๋อ แต่คุยไม่ได้เลย เธอเลยไปเขียนบ่นไว้ในเว่ยป๋อของเธอ คงเป็นเพราะนิคกี้งานยุ่งมากและเว่ยป๋อของเขามีแฟนๆ เข้าไปคอมเม้นต์วันละเป็นพันๆ คอมเม้นต์ ลุงแกคงอ่านไม่หมดแน่ค่ะ ตาลายพอดี

ถงหัว เกิดในปี 2525 จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และเดินทางไปอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่ปี 2548 ตอนนี้เธออยู่ที่นิวยอร์ค (การสัมภาษณ์เธอต้องสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์นะคะ) เธอเป็นหนึ่งในนักเขียนนวนิยายรักร่วมสมัยที่โด่งดังมากในจีน

ในตอนแรก BBJX เป็นนวนิยายที่เขียนลงในอินเตอร์เน็ต ตอนที่ถงหัวย้ายไปอยู่ที่อเมริกาในปี 2548 เธอยังไม่ค่อยมีเพื่อนและไม่มีอะไรทำ เธอจึงเริ่มเขียนนิยายลงในเว็บไซต์และได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก ทางสำนักพิมพ์จึงติดต่อเธอมาและบอกว่าจะตีพิมพ์นิยายให้แต่ขอให้เธอเปลี่ยนตอนจบให้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งจะได้มั้ย? แต่เป็นเพราะผู้อ่านชื่นชอบตอนจบเศร้าๆ แบบนี้ เธอจึงคงตอนจบอย่างที่เธอต้องการเอาไว้ ต่อมา BBJX ฉบับละครได้รับความนิยมอย่างสูงในจีน หลังจากได้ชมละครแล้ว ถงหัวบอกว่าเธอพอใจกับบทและนักแสดงทั้งหมด





นวนิยายของถงหัวกำลังถูกนำไปสร้างเป็นละครอีกเรื่องคือ The Ballad of Desert (Da Mo Yao) หรือ “ลำนำทะเลทราย” (ซึ่งมีฉบับแปลเป็นภาษาไทยแล้ว โดย สนพ. แจ่มใส) นำแสดงโดย หลิวซือซือ, หูเกอ, และเอ็ดดี้ เผิง มีความยาวทั้งหมด 30 ตอน ขณะนี้กำลังถ่ายทำ คาดว่าจะออกอากาศได้ราวๆ ปลายปี 2012 นี้ค่ะ


ทีนี้มาฟังกันนะคะว่าถงหัวพูดถึง BBJX ว่ายังไงบ้างค่ะ...

Source : http://koalasplayground.com/2011/09/23/tong-hua-discusses-bu-bu-jing-xin-and-some-other-drama-stuffs/



ในบรรดาองค์ชายทั้งหมด เธอปลื้มองค์ชาย 14 ที่สุด เธอไม่ปลื้มทั้งองค์ชาย 8 และองค์ชาย 4 เธอคิดว่าทั้งสองคนไม่เหมาะจะเป็นสามีที่ดี องค์ชาย 4 เป็นประเภทไม่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา หากต้องใช้ชีวิตร่วมกับเขาคงเหนื่อยแน่ๆ เธอชอบผู้ชายที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เธอคิดว่าองค์ชาย 14 เหมาะสมที่สุด มีเกียรติและองอาจกล้าหาญ และรู้จักปล่อยวาง




มีหลายคนที่ไม่ชอบรั่วซี เพราะตัวละครฝ่ายหญิงคนอื่นๆ ในเรื่องเป็นประเภทที่รักแล้วรักเลยรักหมดใจ ในขณะที่เธอเป็นคนเดียวที่คอยหาสาเหตุที่ไม่อาจทำให้เธอร่วมชีวิตกับคนรักของเธอได้ ถงหัวอธิบายว่าผู้ชมคงลืมไปว่ารั่วซีมีจิตวิญญาณของจางเสี่ยวซึ่งเป็นสาวสมัยใหม่ เธอเป็นคนที่มองโลกในแง่ของความเป็นจริง ไม่ใช่ประเภทที่จะรักแล้วยอมเสียสละทุกอย่าง ในขณะที่รั่วหลันเฝ้าคร่ำครวญถึงรักแรกของเธอนาน 20 กว่าปี ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะหันไปมองความรักที่องค์ชาย 8 มีให้กับเธอตลอดมา


ส่วนหมิงฮุ่ยก็รักองค์ชาย 8 มากมายแม้ในขณะที่เขาล้มเหลว และเธอต้องกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวแทน สุดท้ายถึงกับยอมสละชีวิตเพื่อเขา ส่วนลวื่อู๋ยอมไปใช้ชีวิตอยู่กับองค์ชาย 13 ในบ้านที่ทั้งมืดทึบและอัตคัดนานถึง 10 ปี แต่สุดท้ายกลับจบชีวิตของเธอเองดีกว่ายอมให้ฐานะของเธอทำให้เขาต้องอับอาย

เมื่อเทียบกับรั่วซี ที่ไม่อาจทุ่มเทใจให้องค์ชาย 8 เพราะอนาคตที่ไม่เห็นฝั่ง ทั้งยังไม่อาจอยู่ร่วมกับองค์ชาย 4 ต่อไปในวังหลวงได้ ความกลัวของเธอเป็นสำนึกของคนในยุคสมัยใหม่ที่อาจดูแปลกสำหรับคนในยุคนั้น แต่สุดท้ายรั่วซีก็รักองค์ชาย 4 แบบหมดใจ แต่เธอก็ยังคงรักคนอื่นๆ ที่คอยดูแลห่วงใยเธอมาตลอด จะว่าไปแล้วรั่วซีก็มีความรักที่ยิ่งใหญ่มากมายไม่แพ้คนอื่นๆ เช่นกัน




ถงหัวได้ซ่อนความหมายมากมายไว้ในฉากต่างๆ ในเนื้อเรื่อง องค์ชาย 8 กับรั่วซีมักอยู่ด้วยกันท่ามกลางหิมะ ฉากที่พวกเขาเดินจับมือกันครั้งแรก ฉากที่พวกเขาบอกลากัน ความหนาวเหน็บที่มาพร้อมความงดงามหมายถึงความรักของพวกเขาที่ไม่มีวันเป็นไปได้




องค์ชาย 4 กับรั่วซีมักอยู่ด้วยกันท่ามกลางดอกไม้ ความรักของพวกเขางดงามราวกับภาพวาด แต่สุดท้ายก็ต้องร่วงโรยไปหากไม่ดูแลให้ดี


กำไลหยกเลือดหงส์ที่องค์ชาย 8 มอบให้กับรั่วซีหมายถึงนิรันดร์กาล วงกลมหมายถึงไม่มีจุดจบ กำไลคือเครื่องประดับชิ้นเดียวที่คนไม่นิยมถอดออกแม้ในขณะที่นอนหรืออาบน้ำ (น่าจะเป็นคติความเชื่อของคนจีนนะคะอันนี้ ) สมบัติที่รั่วซีรักถนอมมากที่สุดขององค์ชาย 4 ก็คือปิ่นปักผมดอกแมกโนเลีย (หมายถึงความงาม) ขวดยานัตถุ์ลายสุนัข (หมายถึงความร่าเริง) และลูกธนูที่เขาใช้ตัวบังแทนเธอ (หมายถึงความเสียสละ) ซึ่งแสดงให้เห็นความรักที่ทั้งสองคนมีให้กันอย่างมากมาย แต่สุดท้ายเมื่อเธอตายจากไป เธอก็ไม่อาจเอามันไปกับเธอได้ เธอเอาไปได้แต่ความทรงจำที่มีต่อเขาเท่านั้น

สำหรับในตอนจบของฉบับละครซึ่งต่างจากฉบับนิยายที่เธอเขียนไว้ ถงหัวไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ เธอแค่บอกว่าเธอชื่นชอบตอนจบที่เธอเขียนไว้




ในนิยาย รั่วซีไม่ได้กลับสู่ยุคปัจจุบัน เธอตายจากไป และอีกไม่นานหย่งเจิ้นก็ตายตามไป แต่ในละครปรับเปลี่ยนใหม่ให้ทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้งในยุคปัจจุบัน แต่หย่งเจิ้นจำเธอไม่ได้ คงเป็นเพราะผู้สร้างไม่อยากให้คนดูรู้สึกใจสลายเกินไปก็เป็นได้ค่ะ แค่นี้ก็น้ำตาท่วมบ้านกันแล้ว ในฉบับนิยายที่ตีพิมพ์ใหม่ ถงหัวได้เขียนบทส่งท้ายไว้ด้วย ซึ่งเป็นเหตุการณ์หลังจากที่รั่วซีตายไปแล้ว ไว้จะเล่าให้ฟังกันในตอนหน้าแล้วกันนะคะ

ไม่มีความคิดเห็น: