วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555

[Interview] Behind The Story “Bu Bu Jing Xin”






CR : yanhuasanyu3






This show have 2 parts, this one is the first part with no subtitles. Please follow the link to read English article about this clip from original source.

http://koalasplayground.com/2011/09/25/part-1-interview-of-the-main-cast-of-bu-bu-jing-xin-on-back-story/

The second part have English subtitles that I’ve posted earlier. I’ll repost the link below. Thanks ^^


สำหรับคลิปสัมภาษณ์นี้มี 2 ตอนนะคะ อันนี้คือตอนแรกซึ่งไม่มีซับไตเติ้ล ดิฉันขอแปลจากที่ koala รีแคปไว้แล้วกันค่ะ ซึ่งคลิปตอนแรกนี้จะออกแนวฮาๆ และเน้นไปที่น้อง 13 และน้อง 14 เยอะหน่อย ส่วนเรื่องของพี่ 4 กับรั่วซีไปหนักอยู่ที่ตอน 2 ค่ะ ซึ่งมีซับอังกฤษ และได้เคยโพสต์ไปแล้ว ภาค 2 นี่จะออกแนวดราม่าหน่อยๆ น้ำตาแตกกันเลยทีเดียวเมื่อซือซือพูดถึงคุณแม่ และนิคกี้พูดถึงคุณพ่อนะคะ


ในตอนแรกนี้ตอนท้ายคลิปซือซือได้ออกมาร้องเพลง A Season of Waiting พร้อมจูงมือองค์ชาย 13 (หยวนหง) มาด้วย คงถูกอกถูกใจแฟนคลับ “หงซือ” เป็นแน่ค่ะ




ในการสัมภาษณ์นิคกี้บอกว่าเขาปฏิเสธบทองค์ชาย 4 ไปในตอนแรก แต่หลังจากได้อ่านสคริปต์ เขาประทับใจในตัวละครตัวนี้มากจึงรับเล่นถึงแม้จะต้องโกนหัวก็ตาม นิคกี้คิดว่าตามปกติแล้วมีแต่องค์ชาย (ฝ่ายชาย) ที่เปลี่ยนผู้หญิงจากคนนั้นไปหาคนนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายเปลี่ยนผู้ชาย

หลินเกิงซิน (องค์ชาย 14) บอกว่าบุคลิกของเขาใกล้เคียงกับองค์ชาย 14 ตรงไปตรงมาและอ่อนไหว นิคกี้แกล้งดุเขาที่ไปเข้าข้างองค์ชาย 8 ทั้งๆ ที่เป็นพี่น้องแท้ๆ กับองค์ชาย 4 เคนนี่ (หลินเกิงซิน) บอกว่าองค์ชาย 14 ไม่กล้าที่จะชอบรั่วซีจนกระทั่งเธอตัดสัมพันธ์กับองค์ชาย 8 แล้วอย่างสิ้นเชิง เขาแซวว่าองค์ชายทุกคนต่างหลงรักรั่วซีตอนเธออยู่ในวัย 20 แต่พอเธออายุล่วงเข้า 30 ปี ไม่มีใครต้องการเธออีก จึงโยนเธอมาให้เขา ในฐานะที่เขาเด็กสุดในหมู่นักแสดง (เขาเพิ่งเรียนจบและแสดงเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก) เคนนี่จึงถูกพี่ๆ แกล้งเป็นประจำ อย่างเช่นตอนที่เขางีบหลับระหว่างรอถ่ายทำ พอตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีคนเอามะม่วงมายัดใส่ปากเขา แล้วทุกคนก็โชว์รูปเขาที่อยู่ในโทรศัพท์ (ของทุกคน) ให้ดู




เมื่อหยวนหงถูกถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ขององค์ชาย 13 กับรั่วซี เขาอธิบายว่าเป็นความสัมพันธ์ระหว่างหญิง-ชายที่มีแต่มิตรภาพล้วนๆ ซึ่งหาได้ยากยิ่ง ทั้งเขาและซือซือรู้จักกันมานานและร่วมงานกันมาหลายครั้ง (ประมาณ 6 เรื่อง) เขารู้สึกว่าในชีวิตจริงพวกเขาก็มีมิตรภาพแบบนั้น พิธีกรจึงเอ่ยถึงบทบาทในฐานะคู่รักของพวกเขาในละรเรื่อง “มังกรหยก” ในบทหยางคังกับมู่เนี่ยนฉือ

เมื่อพิธีกรถามว่าดาราคนใดที่มีลักษณะนิสัยแบบแมนๆ มากที่สุด นิคกี้กับหยวนหงพร้อมใจกันเขียนว่า “ซือซือ” นิคกี้คิดว่าซือซือเหมือนทอมบอย มีลักษณะนิสัยแบบผู้ชายคือไม่อ่อนไหวเกินไป ค่อนข้างเปิดเผยและตรงไปตรงมา (ดูท่าทางที่ฮีอธิบายแล้วได้อารมณ์จริงๆ ) หยวนหงบอกว่าซือซือเป็นคนที่ทำงานหนักที่สุดในหมู่ของพวกเขา เป็นคนแรกที่มาถึงกองถ่ายและกลับคนสุดท้าย มีทัศนคติว่าทุกอย่างทำได้ นั่นทำให้เขารู้สึกว่าเธอไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

เมื่อถูกถามว่าดาราคนใดที่ทำให้รู้สึกว่าต้องระแวงและระวังตัวเวลาอยู่ใกล้ๆ นิคกี้ตอบว่าซือซือ เขาบอกว่าอย่าให้ท่าทางแสนดีในละครของเธอหลอกตาเอา ซือซือรู้ว่านิคกี้บ้าจี้ (กรรมล่ะ) เธอจึงคอยแกล้งเขาเสมอ โดยเฉพาะตอนที่จบฉาก สุดท้ายเขาต้องระวังไม่หันหลังให้เธอเด็ดขาด (ไม่รู้ใครรั่วกว่าใครล่ะงานนี้) เคนนี่บอกว่าคนที่เขาแหยงที่สุดก็คือนิคกี้ ในฐานะที่เขาเป็นพี่ใหญ่ (แก่) และเป็นอดีตไอดอล (รุ่นดึก) ที่ดังมากในแผ่นดินใหญ่ บ่อยครั้งที่นิคกี้ด้นบทสดๆ ในฉากซึ่งทำให้เคนนี่ออกจะกลัวๆ เพราะเขายังขาดประสบการณ์ในฐานะนักแสดง (การด้นบทของนักแสดงแก่ประสบการณ์ก็คือการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้านะคะ เพื่อไม่ให้การถ่ายทำสะดุด โดยเฉพาะฉากที่เทคลำบาก อย่างฉากที่ต้องเปียกอะไรแบบนี้ เพราะถ้าเทคก็คือต้องเซทอัพใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่ว่าคุณนิคกี้เธอมั่วนิ่มนะคะ เธอแค่รั่วค่ะ ยังไม่ถึงกับมั่ว)

ในคำถามที่ว่า “ใครคือคนที่คอยรักคอยห่วงใยดุจดั่งแม่” ทุกคนพร้อมใจกันเลือกนิคกี้ (ตาลุงงงง) เพราะเขาคอยดูแลทั้งนักแสดงและทีมงานตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อต้องถ่ายทำท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ (เลยทำหม้อไฟให้กินซะ )




สำหรับภาค 2 ไปดูกันต่อได้ที่นี่ค่ะ (เตรียมทิชชู่ไว้ด้วยนะคะ)

Behind The Story Part II
http://bubujingxin2011.blogspot.com/2012/03/behind-story-bu-bu-jing-xin-hunan-tv.html

ไม่มีความคิดเห็น: