วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

Pixiu / 貔貅 / ปี่เซียะ


Pixiu or Pi Yao ( 貔貅 ) originally known as Bi Xie ( 辟邪 ; "to ward off evil spirits") is a Chinese mythical hybrid creature considered to be a very powerful protector to practitioners of Feng Shui. It resembles a winged lion. Pixiu is an earth and sea variation, particularly an influential and auspicious creature for wealth. It is said to have a voracious appetite towards only gold and silver. Therefore traditionally to the Chinese, Pixiu has always been regarded as an auspicious creature that possessed mystical power capable of drawing Cai Qi (財氣 wealth) from all directions. Thus, it is helpful for those who are going through a bad year according to Chinese zodiac.

There are two different types of Pi Xiu. The difference is with their horns. The one with two horns is known as Pi Ya (possibly a corruption from pi xie (辟邪) and the one with one horn is called Tian Lu (天祿) .

• Tian Lu (天祿) - is in charge of wealth. Displaying Tian Lu at home or in the office is said to prevent wealth from flowing away.
• Pi Ya - wards off evil. It is also believed that Pi Ya has the ability of assisting anyone who is suffering from bad Feng Shui that is due to having offended the Grand Duke Jupiter (also called as Tai Sui (太岁).

Pi Xiu is the ninth offspring of the dragon. Pi Xiu craves the smell of gold and silver and it likes to bring his master money in his mouth. Statues of this creature are often used to attract wealth in feng shui. Today, Pi Xiu is also a popular design on jade pendants.





ขึ้นชื่อว่า “ประเทศจีน” แล้วนอกจากจะเป็นแหล่งอารยธรรมอันเก่าแก่ยาวนานของโลกตะวันออก (ขนาดโคลัมบัสยังเคยเดินทางผ่านมาจ๊ะเอ๋เข้า) ยังเป็นแหล่งรวมของสุดยอดฮวงจุ้ยหรือสิ่งที่เป็นมงคลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง สถาปัตยกรรม หรือรูปปั้นบูชา ว่ากันว่าการได้ไปเที่ยวเมืองจีนก็เหมือนได้ไปดูดซับพลังมงคลเข้าสู่ตัวเรานั่นเอง

เวลาเดินผ่านสถานที่สำคัญหรืออาคารบ้านเรือนของคนจีน เรามักจะเห็นสัตว์ชนิดหนึ่งตั้งอยู่ ส่วนใหญ่จะมีเป็นคู่ หน้าตาเหมือนสิงห์แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว (ที่เรามักนึกว่าเป็นสิงโตเหยียบโลก อะไรประมาณนั้น) นั่นคือสัตว์มงคลที่เรียกว่า “ปี่เซียะ” วันนี้เราจะไปรู้จักกับสัตว์มงคลชนิดนี้กันค่ะ

ปี่เซียะ (สำเนียงแต้จิ๋ว) หรือ ผี่ซิว (สำเนียงกลาง) หรือ เผยเหย้า (สำเนียงกวางตุ้ง) เป็นสัตว์ประหลาดตามความเชื่อของจีนมาแต่โบราณ ปี่เซียะ มีรูปร่างและเขาคล้ายกวาง แต่มีปีกคล้ายนก และมีส่วนหางคล้ายแมว เป็นสัตว์สี่ขา และเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ช่วยป้องกันและปัดเป่าภยันตรายและภูติผีปีศาจ สิ่งไม่ดีต่าง ๆ ได้ แบ่งเป็นตัวผู้ชื่อ ปี่ (貔) และ ตัวเมียชื่อ เซียะ (貅)

นอกจากนี้แล้วยังมีชื่อเรียกอื่นอีก เช่น เทียนลู่ (天祿) หรือ เทียนลก (樂祿) ตามแต่ละพื้นที่อีกด้วย ซึ่งความหมายของชื่อเหล่านี้ แปลได้ว่า กวางสวรรค์ หรือ ขจัดปัดเป่า

ปี่เซียะ เป็นลูกตัวที่ 9 ของมังกร เป็นสัตว์ที่กินเก่งและไม่มีรูทวาร จึงไม่มีการขับถ่าย ในปลายยุคราชวงศ์โจว ตรงกับยุคชุนชิว มีการนำปี่เซียะมาใช้เป็นสัญลักษณ์โดยประดับเป็นรูปบนธงสำหรับการออกรบ โดยรวมในอดีตสันนิษฐานว่า ปี่เซียะให้ความหมายในทางความกล้าหาญ การปกป้องคุ้มภัย และการต่อสู้เพื่อจะให้ได้มาซึ่งชัยชนะ นอกจากนี้แล้ว ปี่เซียะยังเป็นสัญลักษณ์ของการพิทักษ์และคุ้มครองทรัพย์สมบัติอีกด้วย อันเนื่องจากการที่เป็นสัตว์ที่กินอย่างเดียวไม่มีการขับถ่าย จึงมีการปั้นเป็นรูปปั้นเฝ้าหน้าท้องพระโรง ภายในพระราชวัง

คนโบราณเล่ากันว่า ในต้นราชวงศ์ “ชิง” (ราชวงศ์แมนจู) เมื่อยุคเฉียนหลงฮ่องเต้ ครั้งยังเป็นรัชทายาทเรียกว่า องค์ชายสี่ (หงลี่) ขณะที่ตามองค์ฮ่องเต้เข้าป่าเพื่อล่าสัตว์ เกิดพลัดหลงกับขบวนของฮ่องเต้ ไปพบนักพรตท่านหนึ่ง ท่านได้นำปี่เซียะมาถวาย โดยกำชับว่าให้หมั่นดูแลทะนุถนอม ปี่เซียะจะคุ้มครองปกป้องภัยและส่งพลังให้ขึ้นสู่บัลลังก์ ซึ่งองค์ชายสี่ก็ปฏิบัติตาม จนได้ขึ้นครองราชย์ พระองค์จึงพระราชทานยศตำแหน่งแก่ปี่เซียะว่าเทียนลู่ (บารมีแห่งสวรรค์) และอยู่คู่เฉียนหลงฮ่องเต้ตลอดรัชสมัย 60 ปีที่ครองราชย์ ซึ่งนับว่าเป็นการขึ้นครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน คนจีนเลยนับถือปี่เซียะตั้งแต่นั้นมา

ลักษณะปี่เซียะที่พบจะเห็นในท่านั่งตะครุบเหรียญจีน เพื่อแสดงถึงการรักษาทรัพย์สินและโชคลาภไว้ ช่วยให้มั่งคั่ง ร่ำรวย คนส่วนใหญ่นิยมปี่เซียะมากกว่ากิเลน ปี่เซียะนั้นซื่อสัตย์และเชื่อฟังเจ้าของมากๆ และเป็นสัตว์ให้คุณ 6 อย่าง

1. เป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์สินและโชคลาภ
2. เสริมฮวงจุ้ยและเป็นสิ่งมงคล
3. ส่งเสริมความมั่งคั่งร่ำรวย
4. ป้องกันสิ่งชั่วร้ายในบ้านเรือน
5. ขจัดปีศาจและอุปสรรค์ ความยุ่งยากทั้งปวง
6. นำโชคลาภให้ไหลมาเทมา

คนจีนสมัยก่อนมักเขียนภาพหรือตั้งประติมากรรมรูปปี่เซียะ ไว้ตามประตูบ้าน สุสานต่างๆทั่วไป บางทีก็ประดับไว้บนหลังคาพระราชวังต่างๆ เพื่อให้มันช่วยขจัดสิ่งอัปมงคลทั้งหลายนั่นเองซึ่งมีพลังในการกำราบสิ่งชั่วร้าย



การเลือกปีเซียะที่มีพลังดูดทรัพย์

1.ทำจากหินธรรมชาติเพื่อให้มีพลัง อาทิเช่น หยกหรือโมรา ไม่ควรซื้อตามข้างทางหรือแผงลอยที่ทำจากพลาสติก เรซิ่น หรือไฟเบอร์

2.เลือกซื้อแบบที่แกะสลักสวยงาม รายละเอียดชัดเจน ไม่มีรอยร้าวหรือบิ่นหรือแตกหัก เพราะจะทำให้พลังรั่วไหล

3.ตามหลักฮวงจุ้ยปี่เซียะที่ดีต้องมีลักษณะ หัวมังกร (ราชาแห่งสัตว์บนฟ้า) / เท้าสิงโต (ราชาแห่งสัตว์บนดิน) / ลำตัวกวาง (สัตว์มงคลแห่งยศถาบรรดาศักดิ์) / ปีกอินทรี (ราชาแห่งสัตว์บนฟ้า) / และหางแมว (สัตว์ตาทิพย์ สามารถมองเห็นได้แม้ในที่มืด) นอกจากนั้นต้องมีอกใหญ่ผึ่งผาย ก้นใหญ่ (เก็บทรัพย์ได้มาก) ปากกว้างแลบลิ้น (อ้าปากดูดทรัพย์ ลิ้นตวัดเงินทอง) ไม่มีรูทวาร (กักทรัพย์ ) หน้าตาดุร้ายน่าเกรงขาม (ขับสิ่งอัปมงคล)

4. ปี่เซียะที่ลักษณะดีและให้คุณ ต้องมาจากกรมศาสนา ซึ่งผ่านการวัดขนาดความกว้างของปากและขนาดของก้นต้องใหญ่ รูปร่างสมส่วน งดงาม โดยใช้ไม้บรรทัดโบราณวัดให้ได้สัดส่วน ในส่วนใต้ท้องเขียนคำว่าแม่ ซึ่งมีความหมายว่า มีแม่ก็ต้องมีน้ำ มีน้ำก็มีเงิน (รวย) ด้านความเชื่อต้องผ่านการปลุกเสกจากวัดลามะ 49 วัน ถ้าจะให้มีความหมายด้านสุขภาพ ต้องนำหยกมาจากวัดเส้าหลินซึ่งเกี่ยวกับสุขภาพดี เมื่อนำมาจากการปลุกเสกแล้วก็จะนำมาไว้ที่พิพิธภัณฑ์โบราณ เพื่อให้ซึมซับพลังเงินทองโบราณ อีก 49 วัน จึงจะนำมาให้บูชา

5.ปี่เซียะเป็นสัตว์ที่ภักดีต่อเจ้าของ หลังนำเข้าบ้านต้องทำพิธี “แนะนำตัว” เพื่อให้ปี่เซียะรู้จักกับเจ้าของ เมื่อบูชาแล้วต้องหมั่นลูบหัวเพื่อให้เจ้าของมีปัญญาผ่องใส ลูบท้องเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์พูนสุข ลูบหลังเพื่อให้มีโชควาสนา ลูบบั้นท้ายเพื่อให้มีทรัพย์ แต่ห้ามลูบที่ปากหรือลิ้นเพราะจะทำให้ทรัพย์รั่วไหล




ปี่เซียะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์จีนคือ ปี่เซียะฮ่องเต้ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่หอชัย (หรือประตูชัย) กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน หอชัยตั้งอยู่ในฮวงจุ้ยที่เรียกว่า “คอมังกร” (กู้กง = หัวมังกร / หอฟ้าเทียนถาน = หนวดมังกร / วัดลามะ = ปากมังกร / กำแพงเมืองจีน = หางมังกร) ในสมัยโบราณเวลาฮ่องเต้ออกศึกจะต้องเดินทางผ่านสถานที่แห่งนี้พร้อมลูบปี่เซียะตัวนี้เพื่อให้มีชัยชนะต่อข้าศึก

ว่ากันว่าปี่เซียะที่เช่าบูชาจากหอชัยแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เพราะผ่านการทำพิธีจากวัดลามะ และทำจากหยกแท้ ถูกต้องตามคุณลักษณะทุกประการ และมีตราประทับทุกตัวว่าเป็นของแท้จากหอชัย กรุงปักกิ่ง มีหลากหลายรูปแบบทั้งแบบพกติดตัว เช่น แหวน กำไล สร้อยคอ ที่ห้อยโทรศัพท์ และแบบตั้งโต๊ะทุกไซส์ทุกขนาดตามแต่กำลังทรัพย์  สนนราคามีตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสน  อันนี้เป็นความเชื่อส่วนตัวของใครของมันนะคะ เพราะบางท่านบูชาไปแล้วดีจริง ก็กลับไปบูชามาเพิ่มอีก  (เพราะรับทรัพย์จริง เลยมีตังค์ไปเที่ยวอีกนั่นเองค่ะ แต่ลูบปี่เซียะแล้วต้องขยันทำงานด้วยนะคะ ไม่งั้นร้อยปี่เซียะก็คงช่วยคุณไม่ได้ค่ะ ) สำหรับท่านที่แวะไปเยือนจีน อย่าพลาดแวะสัมผัสกับปี่เซียะจากดินแดนต้นตำรับนะคะ ถือว่าได้นำมงคลใส่ตัวค่ะ ของแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ค่ะ



(แหล่งข้อมูล : www.gotoknow.org / วิกิพีเดีย )


ไม่มีความคิดเห็น: