วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Nicky’s Interview @Tissot Event, Harbin 2012.06.30



 


จากบทสัมภาษณ์ของนิคกี้ที่ฮาร์บิ้นในงาน Tissot เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา เขาได้พูดถึงนาฬิกาเรือนแรกในชีวิตของเขา นิคกี้เล่าว่าตอนนั้นเขาอยู่ชั้นประถม และเขาจำได้แม่นมากเพราะว่าช่วงนั้นพ่อกับแม่ต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อเก็บตังค์ แล้วคืนหนึ่งพวกท่านก็พาเขากับพี่ชายขี่จักรยานออกไปที่ร้านนาฬิกา พ่อเลือกนาฬิกาให้พวกเขาคนละเรือน เขายังจำได้ว่าความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไง มันเป็นเหมือนของขวัญราคาแพงที่เขาได้รับจากพ่อกับแม่ มันทำให้เขาซาบซึ้งมาก (ชีวิตเธอดราม่าตลอด มีตอนไหนในชีวิตของเธอบ้างที่มันไม่ลำบากเนี่ย??? )

และเขาก็พูดถึงโครงการ “พลังดำขาว” ของเขา นิคกี้บอกว่าเพราะเขามีโอกาสได้เดินทางไปถ่ายละครในที่ห่างไกล ทำให้เขาได้เห็นชีวิตและสภาพของเด็กๆ ที่นั่น บางครั้งเขายังแวะไปเยี่ยมเด็กๆ ที่บ้านเด็กกำพร้า ถึงแม้จะต้องเหนื่อยแต่เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ เขาก็มีความสุขแล้ว

นิคกี้บอกว่าในชีวิตของคนเรานั้น เวลาที่เราได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น สิ่งที่เราได้รับมากกว่านั้นคือกำลังใจและความเข้มแข็ง เขารู้สึกว่าในเมื่อเขามีความสามารถพอที่จะทำบางอย่างได้ หรือทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เขาก็อยากจะทำ โดยทั่วไปเวลาที่ดาราไปร่วมงานการกุศล ส่วนใหญ่เป็นเพราะได้รับเชิญไป แต่เขาอยากลงมือริเริ่มทำอะไรสักอย่างด้วยตัวเอง เขาจึงเริ่มโครงการทุนการศึกษาเพื่อเด็กๆ นี้ขึ้นมา นอกจากได้ช่วยเหลือเด็กๆ แล้ว เขายังหวังว่าจะได้ทำสิ่งดีๆ นี้ร่วมกับผู้คนที่คอยสนับสนุนเขา ตัวเขาเองไม่ชอบเวลาที่มีคนมาคอยบอกให้คนโน้นคนนี้ช่วยกันบริจาค เพราะเราควรลงมือลงแรงด้วยไม่ใช่แค่บริจาคเงิน เขาคิดว่าทำแบบนี้แฟนคลับจะได้อะไรมากกว่า (มากกว่าแค่การบริจาคเงินเฉยๆ ค่ะ) เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำจะทำให้คน (แฟนๆ) อยากทำตามอย่างเขา เพราะโดยส่วนตัวเขาเองไม่ค่อยมีเวลาได้ไปร่วมทำกิจกรรมใดๆ แต่แฟนๆ ที่คอยสนับสนุนเขาสามารถจัดตั้งกลุ่มของพวกเขาเองแล้วก็ออกไปช่วยเหลือเด็กๆ เหล่านี้ได้ และเขายินดีที่จะคอยให้การสนับสนุน

(ขอแทรกนิคกี้นิดนึงนะคะ...จากคำพูดของเขาตรงนี้จะทำให้คุณเห็นลักษณะนิสัยของนิคกี้ ในเรื่องของการตอบแทนบุญคุณ เขาจะคิดถึงคนที่เคยให้ความช่วยเหลือเขาเสมอ เพราะในอดีตเขาผ่านช่วงที่ยากลำบากมามาก และคนเหล่านั้นสนับสนุนเขา ให้กำลังใจเขา ให้งานเขาทำในช่วงเวลาที่เขาจำเป็นต้อง “ทำงานเพื่อเงิน” พอมาถึงวันนี้จึงเป็นเรื่องยากมากที่นิคกี้จะปฏิเสธบทที่ทุกคนคอยหยิบยื่นมาให้กับเขา อย่างที่เราเห็นกันนะคะว่าเขาทำงานแบบไม่หยุดพักเลย ซึ่งผิดวิสัยมนุษย์ปุถุชนทั่วไป ใช่ว่าเขาจะไม่อยากพักแต่มันพักไม่ได้ ดิฉันเคยเจอคนวิจารณ์ว่าเขากำลังดังเลยฉวยโอกาสโกยเงิน ซึ่งฟังแล้วมันจี๊ดมากๆ ค่ะ เพราะ...เขาดังมานานแล้ว แต่สาเหตุที่นิคกี้ต้องทำงานหนักขนาดนี้ เพราะเขาปฏิเสธผู้คนรอบตัวเขาไม่ได้ บอกปัดใครก็ทำใจลำบาก ไม่งั้นคนจะหาว่าเขาดังแล้วหยิ่ง ดังนั้นคำตอบของเขาก็คือให้รอคิวของเขา ถ้ารอไหวเขาก็โอเค ซึ่งปรากฏว่าทุกคนก็เข้าคิวรอ ผลก็คือนิคกี้ต้องทำงานหนักแบบนี้ล่ะค่ะ )

ทีนี้มาถึงเรื่องงานกันบ้างค่ะ นิคกี้บอกว่า “นางพญาผมขาว” จะถ่ายทำจนถึงประมาณต้นเดือน ส.ค. หลังจากนั้นเขาอาจไปต่างประเทศสักครึ่งเดือนเพื่อทำงานบางอย่าง (ปริศนาสุดขอบฟ้า???) แล้วเขาจะกลับมาถ่ายทำ Towards the Gunfire ภาค 2 (เจ็บตัว+ คลุกฝุ่นผสมเลือดอีกแล้ว)

และเขาก็พูดถึงเว่ยป๋อ นิคกี้บอกว่าเว่ยป๋อนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ผู้คนมักใช้มันในการแสดงความรู้สึกส่วนตัว แต่มันก็มีข้อดีเช่นกัน อย่างเช่นเวลาที่เขารู้สึกท้อ พอเขาโพสต์ปุ๊บจะมีคนเยอะแยะเข้ามาให้กำลังใจเขา ทำให้เขาเข้มแข็งขึ้น เขาเองก็หวังว่าจะทำให้คนอื่นมีกำลังใจจากเว่ยป๋อของเขาเช่นกัน

(ข้อความตอบกลับของนิคกี้นี่เยอะมากจริงๆ ค่ะ เป็นหมื่นข้อความภายในเวลาไม่กี่นาที สมกับที่เป็นฮ่องเต้ สนมของเธอเยอะแยะมากมายจริงๆ นางกำนัลอย่างเราขอถวายชาแล้วหลบไปพักดีกว่าค่ะ )


ไม่มีความคิดเห็น: