วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Temple of Heaven / 天坛 / หอสักการะฟ้าเทียนถาน


The Temple of Heaven, literally the Altar of Heaven ( 天坛) is a complex of religious buildings situated in the southeastern part of central Beijing. The complex was visited by the Emperors of the Ming and Qing dynasties for annual ceremonies of prayer to Heaven for good harvest. It has been regarded as a Taoist temple, although Chinese Heaven worship, especially by the reigning monarch of the day, pre-dates Taoism.

The temple complex was constructed from 1406 to 1420 during the reign of the Yongle Emperor, who was also responsible for the construction of the Forbidden City in Beijing. The complex was extended and renamed Temple of Heaven during the reign of the Jiajing Emperor in the 16th century. The Jiajing Emperor also built three other prominent temples in Beijing, the Temple of Sun (日壇) in the east, the Temple of Earth (地壇) in the north, and the Temple of Moon (月壇) in the west . The Temple of Heaven was renovated in the 18th century under the Qianlong Emperor. Due to the deterioration of state budget, this became the last large-scale renovation of the temple complex in the imperial time.

The Temple of Heaven was inscribed as a UNESCO World Heritage Site in 1998 and was described as "a masterpiece of architecture and landscape design which simply and graphically illustrates a cosmogony of great importance for the evolution of one of the world’s great civilizations..." as the "symbolic layout and design of the Temple of Heaven had a profound influence on architecture and planning in the Far East over many centuries.





ไปเที่ยวกันต่อค่ะ วันนี้ไปกันที่แลนด์มาร์คสำคัญอีกแห่งของปักกิ่งค่ะ “หอสักการะฟ้าเทียนถาน” ซึ่งเรามักจะเห็นรูปของสถานที่นี้ปรากฏอยู่บ่อยๆ เวลาพูดถึงประเทศจีนนะคะ ที่นี่ถึงจะไม่ใช่จัตุรัสแต่ก็เป็นสถานที่สำหรับใช้ทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย แม้แต่การนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ในปี 2012 ที่ผ่านมา ก็ใช้ที่นี่เป็นสถานที่จัดงานค่ะ (แสง สี เสียงเพียบ สงสัยจะเผื่อให้สวรรค์ได้ดูด้วย)





หอสักการะฟ้าเทียนถาน ( 天坛) ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน สร้างในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง เมื่อปี พ.ศ. 1963 (ค.ศ. 1420) โดยมีชื่อว่า เทียนตี้ถัน แปลว่า หอแผ่นดินและฟ้า ต่อมาในปี พ.ศ. 2077 (ค.ศ. 1534) ได้มีการสร้างหอสักการะ ตี้ถัน ขึ้น ชื่อของหอนี้จึงกลายมาเป็นเทียนถันอย่างเดียว เมื่อปี พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) ฟ้าผ่าลงมาบนหอเสียหาย และได้มีการสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2449 (ค.ศ. 1906)

หอฟ้าเทียนถานมีเนื้อที่ทั้งหมด ๒๗๓ เฮกต้าร์ เป็นสถานซึ่งจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิงใช้เป็นที่บวงสรวงเทพยดา ในระยะย่างเข้าฤดูหนาวถึงเดือนอ้ายตามจันทรคติทุกปี จักรพรรดิจะเสด็จไปประกอบพระราชพิธีบวงสรวงที่นั่นเพื่อให้การเก็บเกี่ยวได้ผลอุดม เป็นสถานที่บวงสรวงเทพยดาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งยังคงรักษาไว้ในจีน ประกอบด้วยตําหนักฉีเหนียนเตี้ยน ตําหนักหวงฉงอี่ และลานหยวนชิว เป็นต้น ตัวหอมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 32.5 เมตร และ สูง 38 เมตร โดยไม่ได้ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว

ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ การบวงสรวงฟ้าดิน ของจีนโบราณมีมานานนับ 2,000 ปีก่อนคริสต์กาลตั้ง แต่สมัยราชวงศ์เซี่ยยังอยู่ในยุคสังคมทาสจักรพรรดิจีน สมัยโบราณถือว่าพระองค์เป็น “โอรสสวรรค์” จึงเคารพ บูชาฟ้าดินเป็นอย่างมาก จักรพรรดิทุกพระองค์ในประวัติศาสตร์ล้วนถือพิธีการบวงสรวงฟ้าดินเป็นกิจกรรม การเมืองที่สำคัญยิ่ง และสิ่งปลูกสร้างสถานที่บวงสรวง ที่สร้างขึ้นในนครหลวงของจักรพรรดิก็มีความสำคัญไม่ น้อยเช่นกัน การก่อสร้างจึงต้องใช้กำลังคน กำลังวัสดุ และกำลังทรัพย์ ใช้เทคนิคขั้นสูง และอีกทั้งศิลปะที่สวยงามประณีตที่สุด




หอฟ้าเทียนถานเริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ.1420 ใช้เวลาในการก่อสร้าง 14 ปี โดยสร้างเสร็จ พร้อมกับพระราชวังหลวง เดิมชื่อว่าหอฟ้าดินเทียนตี้ถาน และเปลี่ยนชื่อเป็นหอฟ้าเทียนถานในปีค.ศ.1534 (ปีที่ 13 แห่งรัชศกเจียจิ้งราชวงศ์หมิง) ต่อมา ได้มีการบูรณะ ปฏิสังขรณ์ในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลงและกวางซวี้ราชวงศ์ชิง จึงมีสภาพเป็นหอฟ้าเทียนถานเช่นที่เห็นในปัจจุบัน

ทุกแห่งของหอฟ้าเทียนถานแฝงด้วยมโนคติและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมจีนที่สืบทอดมาแต่โบราณกาล การออกแบบให้กำแพงเทียนถานทิศเหนือมีลักษณะเป็นทรงกลมและกำแพงทิศใต้เป็นทรงสี่เหลี่ยม เข้ากับสถาปัตยกรรมของอาคารที่สร้างเป็นทรงกลมกับกำแพงทรงสี่เหลี่ยม ทั้งหมดนี้เป็นการสะท้อนคติความเชื่อทางจักรวาลวิทยาที่ว่า “ฟ้ากลมแผ่นดินเหลี่ยม”

สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่เลือกใช้กระเบื้องเคลือบสีฟ้า ลานแท่นหยวนชิวที่เน้น “เลขคู่” เสาหลัก 4 ต้นในหอฉี่เหนียนเตี้ยนเป็นสัญลักษณ์ของฤดูกาลทั้ง 4 เสาวงกลางอีก 2 วงๆ ละ 12 ต้น หมายความถึงเดือนและยามทั้ง 12 โดยล้วนแต่แฝงไว้ซึ่งมโนคติของวัฒนธรรมจีนโบราณ ทั้งสิ้น

หอฟ้าเทียนถานได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998)


ไม่มีความคิดเห็น: