วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

[VDO] "Thunderbolt Tiger" Nicky Wu "霹雳虎"—吴奇隆《华人视线》


แน่นอนนะคะเมื่อถึงวันครบรอบ 24 ปีในวงการของนิคกี้  สื่อคงไม่พลาดที่จะทำสกู๊ปเกี่ยวกับเส้นทางของเขาในวงการนี้  สกู๊ปนี้แบ่งเป็น 2 ตอนค่ะ ตอนแรกเกี่ยวกับนิคกี้ ที่ถือกำเนิดในวงการบันเทิง จาก "อาฉี" เสือสายฟ้าหนุ่มน้อยในวันนั้น จนมาเป็น "หลงเกอ" (พี่หลง) ของน้องๆ หรือ "ซื่อเหย่" ของสาวๆ ในวันนี้

นิคกี้เริ่มจากการเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Xiao Hu Dui หรือ Little Tigers พร้อมสมาชิกอีก 2 คนคือ เบนนี่ เฉินจื้อเผิง และ อเล็ค ซูโหย่วเผิง (ในตอนนั้นใช้ชื่อว่า ทอมมี่ ซู ) เป็นวงบอยแบนด์ยุคแรกๆ ของไต้หวัน ที่โด่งดังข้ามฟากไปถึงฮ่องกง ส่งผลให้เขากลายเป็นหนึ่งใน 4 จตุรเทพรุ่นเล็กในขณะนั้น (หลินจื้ออิง, อู๋ฉีหลง, จินเฉิงอู่, ซูโหย่วเผิง ) ที่เป็นรุ่นเล็กเพราะที่ฮ่องกงมี 4 จตุรเทพอยู่แล้วก็คือ หลิวเต๋อหัว, จางเซียะโหย่ว, หลีหมิง, กัวฟู่เฉิง ค่ะ 

เรามาย้อนรอยเส้นทางสายบันเทิงของนิคกี้ หรือ "เสือสายฟ้า" (เพราะฮีอยู่ไม่สุข เป็นหงอคงตลอดเวลา ) คนนี้กันค่ะ  สกู๊ปช่วงที่ 2 ตอนท้ายจะเกี่ยวกับซูโหย่วเผิงนะคะ





ขอมาแอบเม้าท์เล็กๆ ตรงนี้แล้วกันค่ะ พอดีไปเจอข่าวที่สื่อพยายามไปขุดคุ้ยเรื่องอดีตภรรยาของนิคกี้ ตามประสาผู้หญิงอยากรู้ก็เลยต้องอ่านซะหน่อย  สื่อก็ช่างพยายาม คงเป็นเพราะนิคกี้ไม่ค่อยยอมพูดถึงเรื่องนี้ แถมพอถามถึงเรื่องความรักทีไร พี่แกก็ทำท่า "อกหักรักคุด" ไปซะทุกที ไม่ก็เดินหนีเอาดื้อๆ ซะงั้น  สื่อไปขุด (คุ้ย) มาได้ว่าการหย่านั้นเกิดขึ้นเพราะนิคกี้เป็นฝ่ายขอหย่าเอง (ก็สมควรอยู่ มีรูปขนาดนั้น ถ้าเธอยังไม่หย่าก็ไม่ใช่คนแล้ว นิคกี้ ) เพราะทนกับพฤติกรรม "นอกใจ" ของภรรยาไม่ไหว เนื่องจากเธอเป็นแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่สมัยที่เป็นแฟนกันอยู่ ทุกครั้งที่เขาจับได้เธอก็จะขอโทษ และเขาก็จะให้โอกาสเธอทุกครั้ง (เธอมันไม่ใช่คนจริงๆ ด้วย นิคกี้ เป็นเทวดาแล้วแบบนี้ ) ก็คงเป็นอย่างที่แม่นิคกี้เคยให้สัมภาษณ์นะคะ ว่าช่วง 2 ปีหลัง (ของการแต่งงาน) นิคกี้ไม่เคยมีความสุขเลย  ดังนั้นหย่าน่ะแหละดีที่สุดแล้ว ถึงจะต้องมาเริ่มเก็บเงินกันใหม่ก็ตาม (เพราะโดนคุณเธอดูดไปจนเกือบหมดตัว )





สำหรับวันครบรอบ 24 ปีนี้ นิคกี้ขอบคุณแฟนๆ ที่ช่วยเตือน เพราะเขาเองก็ลืมไปแล้ว และขอบคุณที่อยู่กับเขามาตลอด 24 ปีนี้ (อย่าตอกย้ำได้มั้ย รู้สึกว่ามันนานมากกก )  และหวังว่าทุกคนจะอยู่กับเขาต่อไปอีก 24 ปีข้างหน้าด้วย ( จะไหวมั้ยนั่น??? )



 

ไม่มีความคิดเห็น: