วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

[Trans] Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 1


บทความนี้แปลตามคำขอนะคะ เนื่องจากมีความยาวพอสมควร ดิฉันจึงขอตัดแบ่งเป็นตอนๆ (หลายตอนอยู่ค่ะ) และทยอยลงให้อ่านนะคะ 

ดิฉันไม่ได้แปลแบบตัวอักษรต่อตัวอักษร แต่ใช้วิธีถอดความและนำมาเรียบเรียงใหม่เพื่อให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น เพราะบล็อกเกอร์ที่เป็นแหล่งที่มานั้นแปลจากภาษาจีนอีกที (ซึ่งไม่ได้บอก source ไว้) สำนวนเลยออกจะสับสนไปสักหน่อย ประกอบกับต้นฉบับที่ผู้เขียนน่าจะเลือกมาเฉพาะตอนที่ประทับใจเป็นพิเศษ แล้วนำมาตีความตามวิสัยทัศน์ของตัวเอง ดังนั้นลักษณะบทความจึงมีทั้งส่วนที่เป็น QUOTE หรือข้อความที่ตัดมาจากหนังสือ และส่วนที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ซึ่งดิฉันจะใช้ต่างสีกันเพื่อป้องกันการสับสนนะคะ 

สำหรับสำนวนที่ใช้ เนื่องจากถงหัวใช้กลยุทธ์การเล่าเรื่องแบบบุคคลที่ 1 คือตัวละครเป็นผู้เล่าเรื่องเอง ในที่นี่ก็คือ “รั่วซี” ดังนั้นสำนวนที่ใช้สำหรับในส่วนเล่าเรื่องโดยรั่วซี ดิฉันจะใช้สำนวนแบบปัจจุบันเพราะที่จริงรั่วซีคือหญิงสาวที่มาจากยุคสมัยเดียวกับเรา สำหรับในส่วนการสนทนากับตัวละครจะเป็นสำนวนแบบโบราณนะคะเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย หวังว่าคงไม่ทำให้สับสนนะคะ 



ก่อนที่จะเริ่มต้องขอเคลียร์กันก่อนเกี่ยวกับการดำเนินเรื่องของ “ปู้ปู้จิงซิน” เรื่องราวในปู้ปู้ฯ นี้เป็นการเดินทางผ่านกาลเวลาที่นานมาก คือกว่า 20 ปี ผ่านจากสมัยของคังซีไปจนถึงหย่งเจิ้ง ในละครใช้เทคนิคการเปลี่ยนฉากหลังเพื่อบอกเวลา หากคุณสังเกตดีๆ จะเห็นว่าฉากจะเปลี่ยนไปอยู่เรื่อย เดี๋ยวหิมะตก (ฤดูหนาว) เดี๋ยวดอกไม้บาน (ฤดูใบไม้ผลิ) เดี๋ยวปีใหม่ เดี๋ยวงานเทศกาล เป็นการบอกให้รู้ว่าเวลาผ่านไปแต่ไม่ได้บอกตรงๆ ว่าผ่านไปกี่ปีแล้ว แต่ให้ตัวละครคอยบอกเป็นช่วงๆ ว่าตอนนี้เป็นปีที่เท่าไหร่ของคังซีแล้ว อะไรประมาณนั้นค่ะ 

เรื่องเริ่มที่จางเสี่ยว ซึ่งเป็นหญิงสาวในยุคปัจจุบัน เธอมีอายุราวๆ 25 ปี แต่ได้เดินทางย้อนเวลากลับไปในรัชสมัยคังซี ไปอยู่ในร่างของหม่าเอ่อไท่รั่วซี ซึ่งในหนังสือบอกว่าเธออายุ 13 ปี แต่ในละครเปลี่ยนให้เป็น 16 ปี (ไม่งั้นฮ่องเต้จะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์นะเพคะ) ดังนั้นรั่วซีที่คุณเห็นตอนเริ่มแรกคือเด็กสาวอายุ 16 ที่กำลังจะเข้าพิธีคัดเลือกตัวเป็นนางกำนัล ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนสมัยโบราณ ที่บรรดาลูกขุนนางและแม่ทัพสำคัญๆ ต้องส่งบุตรสาวเข้ามาเป็นนางกำนัล ด้วยเหตุผลทางด้านการเมืองค่ะ 

ดังนั้นในเวลานั้น องค์ชาย 4 จะอายุประมาณ 26 ปี / องค์ชาย 8 ประมาณ 23 ปี / องค์ชาย 13 ประมาณ 17 ปี / องค์ชาย 14 ประมาณ 15 ปี นั่นคือเหตุผลที่องค์ชาย 4 กับรั่วซีค่อนข้างคุยกันรู้เรื่อง เพราะถึงแม้รั่วซีจะอยู่ในร่างเด็กแต่จิตใจของเธอคือสาวอายุ 25 (ที่จริงเธอกะกินเด็กนะคะนั่น องค์ชาย 8 น่ะ) และเป็นเหตุผลที่รั่วซีและองค์ชายทุกคนผูกพันกัน (จนยุ่งเหยิง) เพราะคบหากันมานานตั้งแต่ยังเป็นวัยแรกรุ่นจนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่นั่นเองค่ะ




...เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวต่ออย่างไม่สู้เต็มใจนัก...”คราวหน้าถ้าเจ้าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของข้า เหตุใดเจ้าถึงไม่มาถามข้าเองเลยล่ะ”...เมื่อเห็นว่าฉันไม่ตอบโต้อะไร เขาจึงขยับชายเสื้อแล้วนั่งลงบนก้อนหินที่ฉันนั่งอยู่ ตาจ้องมองดอกไม้ข้างหน้า ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นลอยๆ ว่า...”ชาที่ข้าชอบคือ ไท่ผิงหูขุ่ย ขนมที่ข้าชอบคือ เหย่าคู สีโปรดของข้าคือสีฟ้าของท้องฟ้าหลังฝนตก ลายเครื่องกระเบื้องที่ข้าชอบคือลายผีเสื้อกับดอกไม้บนพื้นสีขาว ข้าชอบสุนัข ไม่ชอบแมว ไม่ชอบกินอาหารรสจัด ไม่ชอบดื่ม...” เขาหยุดคิดแล้วกล่าวต่อ “องค์ชาย 13 คงบอกเจ้าหมดแล้วสินะ เจ้ามีคำถามมากมายเหลือเกิน ข้าจำได้ไม่หมดหรอก แต่ถ้าเจ้ายังมีอะไรจะถามอีก ก็รีบถามมาเลย”... 

บทสนทนานี้คือความแยบยลของผู้ประพันธ์ ขณะที่อ่านฉันทั้งขำทั้งกังวล กังวลแทนรั่วซีที่ไม่รู้ว่าเธอได้ทำให้เจ้านายท่านนี้ขุ่นเคืองใจหรือไม่ และอาจทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนในวันข้างหน้า ที่ขำเพราะรั่วซีกล้าพอที่จะลุยต่อไป การที่เธอตอบโต้กับเขา เท่ากับเธอผ่านการทดสอบครั้งนี้แล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ยังทำให้ผู้อ่านเจ็บปวดใจเมื่ออีกหลายปีต่อมา ขณะที่รั่วซีหวนหาถึงเขาตอนที่เธอกำลังจะตาย ทุกความทรงจำ ทุกความคิดของเธอ มีเพียงเขาเท่านั้น

เหตุผลที่องค์ชาย 4 ตัดสินใจ “รุก” ครั้งนี้ ( คือเดินมาถามรั่วซีตรงๆ เลย อยากรู้อะไรนักหนาจ๊ะเธอ ) มีความเป็นไปได้อยู่ 2 ทาง ทางแรกก็คือ หัวใจสั่งมา อีกทางก็คือ ผ่านการคิดคำนวณอย่างดีแล้ว ในเรื่องของหัวใจ เป็นไปได้ว่าองค์ชาย 13 เต็มใจที่จะ “สร้างโอกาส” ให้กับสหายสนิท เพื่อให้รั่วซีได้มีโอกาสใกล้ชิดองค์ชาย 4 เพราะรั่วซีไม่ได้บอกเหตุผลกับองค์ชาย 13 ว่าเพราะเหตุใดเธอถึงอยากรู้เรื่องพวกนี้ ตามความเข้าใจของเขาซึ่งดูจากนิสัยของรั่วซี มันไม่น่าจะมีเหตุผลอื่นใดนอกจากเธอสนใจในตัวองค์ชาย 4 นั่นเอง เขาจึงตัดสินใจสวมบท “พ่อสื่อ” และ “หลุดปาก” บอกความจริงกับองค์ชาย 4 อาจเป็นได้ว่าเขายังใส่สีตีไข่ให้องค์ชาย 4 ฟังด้วยระหว่างที่บอกความจริงนี้ไป (ประมาณว่ามีสาวเค้าสนใจพี่ 4 นะ อะไรประมาณนี้ แต่เหตุผลของรั่วซีก็คือ อยากเอาใจองค์ชาย 4 ไว้ เพราะภายภาคหน้าเขาจะกำจัดทุกคนที่เขาเกลียด ดังนั้นขอแค่เขาไม่เกลียด ก็รักษาชีวิตไว้ได้แล้วค่ะ ) 



ในความคิดขององค์ชาย 4 นั้น เขาอาจรู้สึกแบบเดียวกับองค์ชาย 13 คือคิดว่ารั่วซีแอบหลงรักเขา แต่ก็เป็นไปได้ว่าเขาอาจสงสัยในตัวของรั่วซี ว่าเธอจะมีจุดประสงค์แอบแฝงที่อยากรู้เรื่องของเขา เพราะเขาไม่ได้เข้าใจนิสัยใจคอของรั่วซีดั่งเช่นองค์ชาย 13 (ว่ารั่วซีเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ได้เจ้าเล่ห์แบบพวกองค์ชาย 8 ) องค์ชาย 4 นั้นคงหมายตาบัลลังก์ไว้นานแล้ว จึงมีเหตุผลหากเขาต้องการรู้จุดอ่อนของคนที่รับใช้ข้างกายคังซี ซึ่งนั่นรวมถึงรั่วซีด้วย

เช่นเดียวกับเวลาที่เราออกล่ากวาง คุณจำเป็นต้องเป็นนักล่าเพื่อจะจับเหยื่อให้ได้ หากพวกขององค์ชาย 8 เลือกจับกวางโดยใช้วิธีแบบฝูงหมาป่า องค์ชาย 4 กับองค์ชาย 13 ก็เปรียบเสมือนเสือดำคู่หนึ่ง ค่อยๆ ไล่ต้อนเหยื่อจนกว่าจะได้โอกาส เสือดำนั้นมีสัญชาติญาณในการสังเกตอันเฉียบคม จึงเป็นไปได้ว่าองค์ชาย 4 เลือกใช้วิธีนี้เพื่อทดสอบรั่วซี

องค์ชาย 4 เคยบอกกับรั่วซีว่า “ในตอนนั้น” เขาก็ไม่คิดว่ารั่วซีจะหลงรักองค์ชาย 10 แต่เขาไม่อยากเชื่อว่าเธอจะไม่ตกหลุมรักองค์ชาย 13 “ในตอนนั้น” ของเขาน่าจะหมายถึงตอนที่หมิงอวี้ถูกยกให้เป็นชายาขององค์ชาย 10 และมีข่าวลือแพร่สะพัดว่า “น้องสาว 13” เสียใจมากมายกับเรื่องนี้ นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าองค์ชาย 4 ก็เข้าใจนิสัยใจคอของรั่วซีอยู่บ้างถึงแม้จะไม่ใกล้ชิดกับเธอมากนัก ที่เขาไม่เข้าใจก็คือเหตุใดเธอถึงไม่สนใจองค์ชาย 13 ผู้ซึ่งสง่างามและเก่งกาจรอบด้าน องค์ชาย 4 คงคาใจกับเรื่องนี้อยู่นาน หลังจากที่รั่วซีเข้าวังและกลายเป็นคนโปรดของคังซี เขาจึงหันมาสนใจเธออย่างจริงจัง จึงเป็นไปได้ว่าความสนใจนี้เกิดจากบัลลังก์มากกว่าตัวตนของเธอ

ดังนั้นเมื่อองค์ชาย 13 “หลุดปาก” เรื่องที่รั่วซีถามเกี่ยวกับสิ่งที่เขาชอบและไม่ชอบ ความสงสัยนี้จึงผุดขึ้นมาอีกครั้ง “อะไรทำให้ผู้หญิงคนนี้อยากรู้เรื่องของเรามากมายนัก? เป็นเพราะนางสนใจในตัวเรา หรือว่าพี่เขยของนางสั่งให้ทำ?” ในเมื่อตลอดเวลาหลายปีมานี่เธอไม่เคยแสดงความสนใจในตัวองค์ชาย 13 แต่กลับมาสนใจในตัวเขา หากเป็นฝีมือขององค์ชาย 8 จริง นี่เป็นโอกาสที่เขาจะเตือนองค์ชาย 8 ว่ารั่วซีถูกจับได้แล้วว่าเป็นไส้ศึกของเขา องค์ชาย 4 จึงตัดสินใจไปเผชิญหน้ากับรั่วซีและหงายไพ่ของเขาก่อน จุดประสงค์ก็เพื่อดูอาการของเธอ หากเธอเขินอาย ก็แปลว่าเธอสนใจในตัวเขาจริงๆ และการเพิ่มสาวสวยเข้ามาในตระกูลอีกสักคนก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร หากเธอหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว เขาจะใช้โอกาสนี้เตือนองค์ชาย 8 ว่าแผนของพวกเขาแตกแล้ว ไส้ศึกคนนี้ไม่มีประโยชน์อะไรอีก มันเป็นแค่การเดิมพันเล็กๆ น้อยๆ แต่โอกาสน่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า เพราะคนอย่างองค์ชาย 13 คงไม่โง่พอที่จะไปคบหากับคนกลิ้งกลอกเช่นนั้น แต่อาการของเธอกลับผิดคาด มันไม่ใช่ทั้งสองอย่างที่เขาคาดไว้…


 CR : http://sparkskey.livejournal.com/58950.html / 雪湖暗香瑞鹤仙


Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 2 http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-2.html

ไม่มีความคิดเห็น: