วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

[Trans] Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 7


Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 1
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-1.html
Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 2
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-2.html
Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 3
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-3.html
Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 4 
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-4.html
Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 5
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-5.html
Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 6 
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-6.html


สำหรับบทความตอนนี้ดิฉันต้องขอติดเรตนิดนึงนะคะ เนื่องจากมีทั้งฉากฆ่าฟันแบบโหดเหี้ยมและเลิฟซีน ดังนั้นเด็กๆ ควรใช้วิจารณญาณในการรับชม (และอ่าน) ด้วยนะคะ : ) 



ความรักขององค์ชาย 4 และรั่วซีผ่านความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน หากพวกเขาทนรับมันได้ก็อาจได้ร่วมทุกข์สุขไปชั่วชีวิต หากไม่ได้  คงต้องเจ็บปวดไปชั่วชีวิตเช่นกัน โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นต่อจากนี้จะโทษใครได้? จะป้องกันมันได้อย่างไร? เราได้แต่หวังว่าองค์ชาย 4 จะเปิดจดหมายอ่านให้เร็วกว่านี้สักนิด อย่างน้อยให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกันเป็นครั้งสุดท้าย แต่เมื่อคิดดูให้ดีโศกนาฏกรรมนี้เป็นสิ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นเพราะการเดินทางข้ามเวลามาของรั่วซีนั่นเอง เมื่อคุณรู้จุดจบดีอยู่แล้ว คุณย่อมพยายามหาทางเปลี่ยนแปลงมัน น่าเศร้าที่ว่าเมื่อคุณเดินไปบนเส้นทางที่ประวัติศาสตร์กำหนดไว้แล้ว จุดจบย่อมไม่มีทางเปลี่ยนไปจากเดิม จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหย่งเจิ้งอ่านจดหมายฉบับนั้น? เขาจะไม่รู้สึกเสียใจงั้นหรือเมื่อเธอตายในอ้อมแขนของเขา? เขาจะไม่รู้สึกใจสลายล่ะหรือ? การที่ไม่ให้พวกเขาได้มีโอกาสพบกันเป็นครั้งสุดท้ายอาจดีที่สุดแล้ว



องค์ชาย 4 โดยนิสัยแล้วดื้อรั้นมาตั้งแต่เกิด เป็นคนที่รักแรงเกลียดแรง และเป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่งเหนือผู้คน ผู้ที่แข็งแกร่งย่อมเข้าใจจุดอ่อนของผู้ที่อ่อนแอ แต่เขาเป็นคนที่ไม่ยอมอ่อนข้อ เพราะเขาเคร่งครัดกับตัวเองแบบนั้นมาตลอด เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะบดขยี้คนอื่นเพื่อพิสูจน์อำนาจของตัวเอง แต่หากมีสิ่งที่เขาต้องปกป้อง เขาจะทำโดยไม่คำนึงว่าจะสูญเสียอะไรไปบ้าง

จะว่าไปแล้วคนที่ถูกหย่งเจิ้งสั่งฆ่านั้นแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกก็เพื่อบัลลังก์ กลุ่มที่สองก็เพื่อรั่วซี บรรดาน้องชายของเขา ขันทีและคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนกอินทรี (ที่องค์ชาย 8 ส่งมาให้คังซี) รวมทั้งหลี่กงกงและหวังสี่ คนเหล่านี้ล้วนต้องตายด้วยเหตุผลทางการเมือง เพื่อให้บัลลังก์ของเขามั่นคง แต่จางกงกงไม่จัดอยู่ในกลุ่มนี้



นอกจากตัวจางกงกงเองแล้ว คนเดียวที่รู้ว่าเขาเคยทำอะไรไว้กับรั่วซี (พยายามจะลวนลามเธอ) ก็คือตัวรั่วซีเอง แน่นอนที่เธอไม่อาจลืมมันได้ง่ายๆ แต่เธอก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟังเช่นกัน แล้วหย่งเจิ้งรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร? มีเพียงทางเดียวก็คือออกมาจากปากของจางกงกงเอง เขาอาจไปเล่าให้คนอื่นฟัง (โม้) ว่าเคยคิดจะล่วงเกินรั่วซี และข่าวนี้รู้ไปถึงหูหย่งเจิ้ง ความโกรธของผู้ชายที่เคยลั่นวาจาไว้ว่าจะปกป้องผู้หญิงที่เขารัก แต่กลับทำไม่ได้ จะเป็นเช่นใด? เขาน่าจะฆ่าจางกงกงทิ้งซะเพื่อชำระแค้นนี้ แต่เมื่อเขาคือหย่งเจิ้งเขาจึงไม่ได้ทำเช่นนั้น เขาเลือกใช้วิธีที่โหดร้ายทารุณยิ่งกว่าเพื่อให้สาสมกับความโง่เขลาของขันทีที่น่าสมเพชคนนั้น เขาปล่อยให้จางกงกงมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่อยู่อย่างทุกข์ทรมานจนกว่าจะตายไปเอง จางกงกงถูกตัดลิ้นเพื่อที่มันจะได้ไม่ไปเล่าเรื่องที่ไม่ควรเล่าอีก ถูกตัดแขนขาเพราะมันบังอาจไปแตะต้องสิ่งที่ไม่ควรแตะ ทำในสิ่งที่มันไม่ควรทำ การลงโทษของเขาเต็มไปด้วยโทสะ จึงทำให้มันยิ่งดูทารุณโหดเหี้ยม


( พอนึกถึงตอนนี้แล้ว โชคดีของนางกำนัลคนนั้นที่ทำปิ่นมู่หลานหัก ที่รั่วซียอมออกหน้ารับแทนว่าเธอเป็นคนทำหักเอง ไม่งั้นไม่รู้ว่าเธอคนนั้นจะมีชะตากรรมอย่างไรบ้าง ) 



สำหรับการสั่งให้นึ่งอวี้ถานนั้น ส่วนหนึ่งเพื่อให้ผู้คนเกรงกลัวคำสั่งของเขา อีกส่วนหนึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเพราะรั่วซี ตอนแรกหย่งเจิ้งตั้งใจจะให้อวี้ถานไปจากวังต้องห้าม ในตอนนั้นเขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าอวี้ถานเป็นไส้ศึกขององค์ชาย 9 จริงหรือไม่ วิธีที่ดีที่สุดก็คือกำจัดเธอซะ แต่รั่วซีใช้ “ความรัก” ที่เขามีต่อเธอเก็บอวี้ถานไว้ข้างกาย ทำให้เขาเหลือทางเลือกแค่สองทางเท่านั้น ทางแรกก็คือบอกสิ่งที่เขาสงสัยกับรั่วซี รั่วซีน่าจะเข้าใจ ทางที่สองก็คือยอมทำตามที่รั่วซีขอ ถ้าอวี้ถานเป็นไส้ศึกจริง เขาก็ใช้เธอเป็นหมากล่อเพื่อจัดการกับไส้ศึกขององค์ชาย 9 ให้หมดเกลี้ยงในคราวเดียว เขาจึงเลือกทางที่สอง ตอนที่อวี้ถานถูกนึ่ง มีความเป็นไปได้ว่าไส้ศึกคนอื่นๆ ก็น่าจะถูกกำจัดพร้อมกันไปในคราวเดียวกัน




 …ฉันรู้สึกว่ามีใครบางคนจ้องมองฉันอยู่ขณะที่ฉันครึ่งหลับครึ่งตื่น ฉันจึงตื่นขึ้นมา องค์ชาย 4...ไม่ใช่สิ...ตอนนี้ฉันควรเรียกเขาว่า ฮ่องเต้ แล้ว...นิ้วของเขาปัดแผ่วเบาไปบนคิ้วของฉันแล้วเอ่ยว่า “ทำไมเจ้ายังแสร้งทำเป็นหลับทั้งๆ ที่ตื่นอยู่เล่า? เจ้าคิดจะหลบซ่อนจนถึงเมื่อไหร่?” 
“ข้าจุดเทียนให้ดีมั้ย?” ฉันรีบตอบว่า “ไม่ต้อง ข้าชอบแบบนี้” เขาหัวเราะ ก้มลงมาชิดใบหูของฉันแล้วกล่าวเบาๆ ว่า “ที่ว่า “ชอบแบบนี้” น่ะ เจ้าหมายถึงการที่ชายกับหญิงอยู่กันตามลำพังในห้องมืดๆ แบบนี้ด้วยกันใช่มั้ย?”....

หลังจากที่องค์ชาย 4 ขึ้นครองบัลลังก์แล้ว ปฏิกิริยาที่รั่วซีมีต่อเขายิ่งทำให้เขาสับสน เขารู้ว่าเธอเองก็รักเขามากแต่ทำไมยังมีทีท่าต่อต้านเขา? รั่วซีไม่ได้ผ่านความทุกข์ยากมากมายเพื่อรอวันนี้หรอกหรือ? วันที่พวกเขาจะได้มาอยู่ด้วยกันอีกหลังจากต้องพรากจากกันมานาน ความจริงแล้วเขาน่าจะคิดออกว่าเพราะเหตุใดรั่วซีถึงมีท่าทีเช่นนี้ เพราะสิ่งที่รั่วซีต้องการมากที่สุดก็คืออิสรภาพ เธอไม่อยากถูกผูกมัดไว้ด้วยความรักที่มีต่อเขา จะเกิดอะไรขึ้นหากวันหนึ่งเธอขอไปจากวังต้องห้ามนี่? และมันต้องมีวันนั้นแน่ๆ ไม่ว่าเธอจะรักเขามากแค่ไหนก็ตาม



ตรงจุดนี้ดิฉันว่าหย่งเจิ้งเข้าใจดีแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ ด้วยเหตุนี้เขาถึงไม่ยอมปล่อยให้เธอไปส่งศพรั่วหลัน เพราะกลัวว่าเธอไปแล้วจะไม่กลับมา พูดให้ถูกก็คือเขาไม่ยอมให้เธอไปพ้นสายตาก็ว่าได้ ถึงให้เธอมาอยู่ที่ตำหนักหยางซินกับเขา ทั้งๆ ที่จะให้เธอไปอยู่ตำหนักไหนก็ได้ (มีนางกำนัลที่ไหนนอนห้องเดียวกับฮ่องเต้บ้างล่ะเนี่ย เห็นจะมีแต่พี่สี่ของเราเท่านั้น จะถวายชาอะไรกันตลอด 24 ช.ม. ขนาดนั้น ) ส่วนรั่วซีเองนั้นก็ลังเลที่จะขยับความสัมพันธ์ของเธอกับเขาให้ขึ้นไปอีกระดับ ก็เพราะทั้งรักทั้งกลัวเขา เป็นเพราะรั่วซีเป็นคนไม่ยอมผ่อนปรนเช่นเดียวกับองค์ชาย 4 ไม่เช่นนั้นเธอน่าจะเตรียมทำใจไว้ตั้งแต่เริ่มหลงรักองค์ชาย 4 แล้ว เพราะเธอเองก็รู้ดีว่าในอนาคตเขาจะต้องเข่นฆ่าพี่น้องจะต้องเป็นคนโหดเหี้ยม แต่สิ่งที่เขาทำก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ หากเขาไม่ฆ่าคนพวกนั้น คนพวกนั้นก็ต้องฆ่าเขาอยู่ดี



…มุมปากของเขายกขึ้นขณะที่กล่าวว่า “บอกข้าสิ ข้าต้องทำยังไงเจ้าถึงจะเลิกต่อต้านข้า? ตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ที่ตำหนักหยางซิน ข้ารู้สึกว่าเจ้าอยู่ใกล้แต่ก็เหมือนห่างไกล ข้าตั้งใจจะรอจนกว่าเจ้าจะยอมเข้ามาใกล้ ก้าวข้ามอะไรก็ตามที่ขวางเราอยู่ แต่หลังจากได้เห็นเจ้าหยอกล้อกับองค์หญิงเฉิงฮวนแล้ว ข้าก็ไม่อยากรออีกต่อไป ข้าต้องการให้เจ้ามีลูกกับข้า ข้าอยากเห็นเจ้าหยอกล้อกับพวกเขา นั่นเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ข้ามีความสุขอย่างแท้จริง”... 

หลังจากที่รั่วหลันตายจากไป เขาใช้ความเป็นฮ่องเต้รั้งรั่วซีไว้ ไม่ยอมให้เธอเดินทางไปซีเป่ย แต่นั่นยังไม่พอ เขาต้องการรั้งเธอไว้ทั้งกายและใจ การขอให้ผู้หญิงคนหนึ่งมีลูกกับเขา นั่นเท่ากับเป็นการผูกมัดเธอไว้ เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะรั้งเธอไว้ทั้งตัวและหัวใจ



 …”รั่วซี เจ้ายังจะต่อต้านข้าอีกหรือไม่?” เขาเอียงศีรษะ สีหน้าของเขาอ่อนโยน แต่แววตาเหมือนเด็กที่จนหนทางและรอคอยอย่างมีหวัง ฉันรู้สึกว่าใจอ่อนยวบขณะที่เลื่อนตัวลงจากเก้าอี้ไปคุกเข่ากับเขาบนพื้นและโอบกอดเขาไว้ในอ้อมแขน เขาหัวเราะเบาๆ เพียงแค่ขยับตัวครั้งเดียว เขาก็อุ้มฉันลอยขึ้นจากพื้นแล้วพาไปที่เตียง...
(ในหนังสือแรงมากนะคะ...ฮ่องเต้ลงทุนคุกเข่าเลยทีเดียว งานนี้รั่วซีไม่ใจอ่อนก็ให้รู้ไป พี่สี่ออดอ้อนสุดๆ ในละครคงคุกเข่าไม่ได้เพราะพี่หลงเป็นโรคไขข้อค่ะ เดี๋ยวลุกไม่ขึ้น ขายหน้าแย่เลย...555 ) 

มาถึงตอนนี้รั่วซีรู้แล้วว่าเธอมีความสำคัญแค่ไหนสำหรับเขา สิ่งนี้ทำลายปราการของเธอจนหมดสิ้น องค์ชาย 4 คงคิดไว้แล้วว่าสุดท้ายเขาต้องได้ในสิ่งที่ใจของเขาปรารถนา พวกเขาจะได้พบความสุขร่วมกัน แต่สุดท้ายแล้วยังมีบางอย่างที่อยู่เหนือความคาดหมาย ทำให้ทุกสิ่งกลายเป็นเพียงภาพลวงตา...


 CR : http://sparkskey.livejournal.com/58950.html / 雪湖暗香瑞鹤仙


Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 8 [ตอนจบ]
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-8.html

2 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากเลยค่ะ อ่านแล้วยิ่งรู้สึกว่าผู้เขียนใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ
แต่ยังไม่จบใช่มั้ยคะ?

Madame Rose K กล่าวว่า...

ยังไม่จบค่ะ รอนิดนึงนะคะ คนแปลงานยุ่งค่ะช่วงนี้