วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555

[Trans] Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 8 [ตอนจบ]


Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 1
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-1.html
Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 2
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-2.html
Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 3
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-3.html
Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 4
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-4.html
Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 5
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-5.html
Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 6
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-6.html
Bu Bu Jing Xin 步步惊心 : วิเคราะห์เจาะลึกองค์ชาย 4 ตอนที่ 7
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/08/trans-bu-bu-jing-xin-4-7.html





สำหรับรั่วซี หากใครดีต่อเธอ เธอก็จะดีตอบกับเขา หากใครร้ายกับเธอ เธอก็ยินดีที่จะอภัยให้ จิตใจที่บริสุทธิ์และความอบอุ่นเป็นส่วนหนึ่งของเธอ แต่องค์ชาย 4 ไม่ใช่เช่นนั้น หากใครดีกับเขา เขาอาจไม่ดีตอบก็ได้ ยิ่งถ้าหากใครร้ายกับเขา เขาย่อมเห็นคนๆ นั้นคู่ควรให้เขาเกลียดชัง คนที่เขารัก ควรต้องรักตอบเขา ส่วนคนที่เขาเกลียด อย่าหวังหนีรอดเงื้อมมือของเขาได้

ตอนที่รั่วซีคุกเข่าขอร้องแทนองค์ชาย 8 และขอให้องค์ชาย 4 ไว้ชีวิตพวกเขา ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจเจตนาของรั่วซี เพียงแต่หากเขาปล่อยให้องค์ชาย 8 กับพรรคพวกรอดเงื้อมมือไปได้ครั้งนี้ มันคงจะเป็นภัยมหันต์ ในฐานะฮ่องเต้ เขาไม่ทำเช่นนี้คงไม่ได้ ด้วยเหตุผลนี้จากมุมมองของเขา เพราะเขารักรั่วซีเหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาเอง ดังนั้นการที่อวี้ถานทรยศรั่วซีเท่ากับทรยศต่อเขาเช่นกัน สิ่งที่อวี้ถานได้รับก็คือโทษของผู้ที่บังอาจทรยศต่อเขา




รั่วซีนั้นเป็นคนที่มีความอบอุ่นและมีจิตใจอันบริสุทธิ์ การที่เธอไม่อาจอยู่ร่วมกับองค์ชาย 8 นั้นดูเผินๆ อาจเหมือนว่าเธอรักตัวกลัวตาย แต่หากมองให้ลึกๆ แล้วที่เธอทำแบบนั้นเพราะเธอรู้ตัวดีว่าเมื่อเธอรักใครสักคน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เธอจะไม่อาจถอนตัวถอนใจได้อีก ดังนั้นก่อนที่จะมอบใจให้กับใคร เธอจึงต้องการแน่ใจว่าจะไม่เสียใจทีหลัง เธอจึงทดสอบพวกเขาด้วยสิ่งที่ยั่วยวนที่สุด นั่นก็คือบัลลังก์

รั่วซีขอร้องให้องค์ชาย 8 ถอนตัวจากการชิงบัลลังก์เพื่อแลกกับความรักของเธอ ในขณะที่ถามองค์ชาย 4 ว่าเขาต้องการบัลลังก์หรือไม่ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อทดสอบความรักที่พวกเขามีต่อเธอ

องค์ชายทั้งสองมีต่างเหตุผลในการชิงบัลลังก์ ความสัมพันธ์ที่เธอมีต่อพวกเขาก็ต่างกัน ดังนั้นวิธีทดสอบจึงต่างกัน องค์ชาย 8 กับเธอนั้นเรียกได้ว่าเป็นคนรักกัน แต่เธอกับองค์ชาย 4 ในตอนนั้นยังเป็นเพียงแค่คนที่ตกลงว่าจะแต่งงานกัน ความคาดหวังของเธอที่มีต่อองค์ชาย 8 จึงสูงกว่า (เพราะคิดว่าเขาน่าจะรักเธอมากพอ มากกว่าบัลลังก์) แต่เขากลับทำให้เธอผิดหวัง แต่กับองค์ชาย 4 เธอไม่คาดหวังว่าเขาจะจริงใจและซื่อสัตย์กับเธอถึงเพียงนั้น ทำให้คำตอบของเขาเหนือความคาดหมายสำหรับเธอ (และนั่นทำให้เธอยิ่งถลำลึกรักเขา องค์ชาย 4 แสดงความรักของเขาด้วยการกระทำ ในขณะที่องค์ชาย 8 แสดงความรักของเขาด้วยคำพูดที่หวานหู )

องค์ชาย 8 นั้นอาจเป็นเหมือนชายในฝัน (ท่าทางสุภาพ อ่อนโยน มีคุณธรรม แต่ในใจแฝงความทะเยอทะยานเอาไว้ ) แต่องค์ชาย 4 เป็นเหมือนผีพุ่งใต้ที่จู่โจมเข้ามาในชีวิตของเธอ ( คนจีนจะเปรียบเทียบดาวตกหรือผีพุ่งใต้กับคนที่เป็นพรหมลิขิตของคุณ คนที่จู่ๆ ก็เข้ามาในชีวิตของคุณและผูกพันกับคุณไปตลอดกาล เหมือนในเรื่อง F4 นะคะ ก็ใช้ชื่อว่า Meteor Garden เพราะนางเอกจู่ๆ ก็เข้ามาทำให้ชีวิตพระเอกปั่นป่วนและผูกพันกับเขาไปตลอดกาล )

แต่จิตใจที่บริสุทธิ์ของรั่วซีก็ทำร้ายเธอเช่นกัน เธอไม่มีความกล้าพอที่จะเผชิญกับความมืดมนที่รายล้อมรอบตัวเธอ (รวมทั้งด้านมืดของบรรดาองค์ชายที่เธอรู้จักมานานด้วย) เธอเคยนึกสงสัยองค์ชาย 4 ด้วยว่าเขาอาจสังหารบิดาของตัวเอง แต่เธอก็เฝ้าแต่ย้ำกับตัวเองว่าเขาต้องไม่ทำเช่นนั้น




...ฉันถามไปว่า “ท่านไม่กลัวหรือว่าอดีตฮ่องเต้อาจไม่จบเรื่องนี้แค่นี้ แต่ให้สืบสวนต่อไป?” เขาหยุดเขียนแล้วเงยหน้าขึ้น “เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าไม่ทรงสืบสวนต่อ? แต่ข้าคาดไม่ถึงว่าจะทรงจัดการแบบนั้น ในตอนนั้น ยิ่งเรื่องวุ่นวายเท่าไหร่ ยิ่งเป็นประโยชน์กับข้ามากเท่านั้น” เขาดูเหมือนจมอยู่กับความคิดของตัวเองไปครู่หนึ่งก่อนที่จะกล่าวต่อ “ในขณะที่เห็นวิธีที่อดีตฮ่องเต้จัดการกับเรื่องต่างๆ ทางหนึ่งข้าก็ตกใจอยู่บ้าง แต่ก็ทำให้ข้าเข้าใจหลายอย่างชัดเจนขึ้น”...

นี่คือตอนที่รั่วซีถามองค์ชาย 4 ถึงเรื่องคดีนกอินทรี สิ่งที่องค์ชาย 4 พูดนั้นหมายความว่าอย่างไร? เพราะองค์ชาย 4 รู้ดีว่าอุปสรรคสำคัญในการชิงบัลลังก์นั้นไม่ใช่บรรดาพี่น้องของเขา แต่เป็นบิดาของเขาเอง ดังนั้นศึกนี้จึงเป็นการชิงชัยด้วยสติปัญญา ไม่มีคำว่าครอบครัว มีแต่ผู้ชนะหรือผู้แพ้เท่านั้น หากเขาเอาชนะบิดาของเขาได้ นั่นคือความสำเร็จ ด้วยศักดิ์ฐานะของเขา ด้วยอำนาจที่เขามีอยู่ในมือ การกำจัดคนอื่นๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก และนี่คือเหตุผลที่องค์ชาย 4 เป็นผู้ชนะในศึกนี้ เขาอ่านเกมได้ขาด และรู้ดีว่าอุปสรรคที่แท้จริงของเขาคือใคร

กองทหารของหลงเคอตัวโอบล้อมพระราชวังไว้ไม่ให้ใครเข้าออก เขาอดทน ใช้สติปัญญา และคิดคำนวณอย่างดี เขาจึงค่อยๆ ก้าวคืบสู่จุดที่ไม่มีใครหยุดเขาได้อีก แม้แต่พ่อของเขาเอง





หลังจากที่รั่วซีเสียลูกไป องค์ชาย 4 ไม่มีอะไรจะเหนี่ยวรั้งเธอไว้ได้อีกแล้ว การออกจากวังทำให้ใจของรั่วซีเจ็บปวดก็จริง แต่เป็นเพราะเธออยากจากไปในขณะที่ความรักยังคงอยู่ เธอไม่ได้กลัวความตาย แต่เธอกลัวว่าความรักที่มีต่อเขาจะตายจากไปมากกว่า

การที่องค์ชาย 4 ยอมปล่อยรั่วซีไปก็คงไม่ได้เป็นเพราะเขารู้สึกว่าเธอทรยศต่อความรักของเขา แต่เป็นเพราะศึกระหว่างเขากับองค์ชาย 8 ยังไม่จบ เขาจะไม่ยอมให้ใครนำเอาจุดอ่อนนี้มาทำร้ายเขาได้อีก




...“ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าแตะต้องข้าอีก ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีก พวกเขาจะได้เลิกหาทางมาก่อกวนข้าซะที” เขาผลุนผลันจากไปเมื่อพูดจบ...

เหตุใดองค์ชาย 4 จึงพูดว่า “ก่อกวนข้า”? นั่นเป็นเพราะเขารู้ดีว่ารั่วซียังรักเขาอยู่ เขาจึงไม่ยอมให้รั่วซีเข้าพิธีกับองค์ชาย 14 และไม่เคยใส่ชื่อเธอไว้ในรายนามราชวงศ์ เขาไม่อยากรับรู้รายงานเรื่องความสัมพันธ์ของรั่วซีกับองค์ชาย 14 เพราะไม่อยากหวั่นไหวก่อนที่จะจบศึกนี้ให้ได้





การที่องค์ชาย 4 ปล่อยรั่วซีจากไปนั้น น่าจะเป็นเพราะไม่ต้องการให้พวกขององค์ชาย 8 ใช้เธอเป็นเครื่องมืออีก สิ่งที่องค์ชาย 4 กลัวที่สุดได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อหมิงฮุ่ยโจมตีจุดอ่อนของเขา ด้วยการทำร้ายรั่วซี หากรั่วซีเจ็บ แน่นอนที่องค์ชาย 4 ต้องเจ็บกว่า การที่องค์ชาย 14 รีบนำราชโองการของอดีตฮ่องเต้มานั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรั่วซี แต่อีกส่วนนี่เป็นโอกาสที่เขาจะได้แก้แค้น (ดูสีหน้าองค์ชาย 14 แบบว่าสะใจมากตอนที่พี่สี่หยิบราชโองการขึ้นมา ) และสำหรับองค์ชาย 8 นี่ก็เป็นโอกาสทองของเขาเช่นกัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าคนเหล่านี้ล้วนใช้รั่วซีเป็นเครื่องมือในการทำร้ายองค์ชาย 4




แต่สิ่งที่องค์ชาย 4 ไม่คาดคิดก็คือมีบางอย่างที่มีอำนาจเหนือเขา เขาคงคาดการณ์ไว้ว่าเมื่อเสร็จศึกกับองค์ชาย 8 แล้วเขาจะใช้เวลาทั้งหมดพิสูจน์ให้รั่วซีเห็นอีกครั้งว่าความรักของเขาไม่มีวันหมดไป เพียงแต่...เขาไม่อาจเอาชนะความตายได้ ความตายของรั่วซี

รั่วซีไม่เคยได้รู้ว่าองค์ชาย 4 ก็รักเธอมากเท่าๆ กับที่เธอรักเขา ตอนที่เธอกำลังจะตายเธอจึงอยากจะลืมเขา เพราะรักนี้ทำให้เธอหมดสิ้นอิสรภาพ เธอยอมสูญสิ้นทุกอย่างเพื่อมัน ถ้าเพียงแต่พวกเขาไม่มาพบกัน ไม่มารักกัน ก็คงไม่ต้องคิดถึงกัน ไม่ต้องเจ็บปวดใจ นี่อาจเป็นปรารถนาสุดท้ายของรั่วซี แต่ไม่ใช่สำหรับองค์ชาย 4

คนบางคนไม่ยอมเข้าใจว่าบางครั้งการรักใครสักคนคือการปล่อยให้เธอจากไป และองค์ชาย 4 คือคนแบบนี้ เขายังคงรักเธอ รักอย่างจริงจัง รักอย่างดึงดันเหมือนเช่นเคย




….ตะเกียงให้แสงริบหรี่ราวเมล็ดถั่วส่องสะท้อนผนังที่ตกแต่งไว้ หย่งเจิ้งนั่งอยู่หน้าโต๊ะโดยมีผ้าห่มคลุมไหล่ไว้ ดูเหมือนเขากำลังอ่านอะไรบางอย่าง แต่เขาไม่ได้พลิกหน้ากระดาษเลย สายลมกรรโชกแรงขึ้นขณะที่ความเยียบเย็นทวีขึ้น หอบเอากลีบใบไม้ที่ร่วงหล่นปลิวผ่านม่านหน้าต่างหนาหนัก ม่านหน้าต่างเก่าๆ ถูกอาบย้อมเป็นสีขาวโดยแสงจันทร์เบื้องบน ราวกับมันถูกปกคลุมด้วยหิมะ สีแดงจากกลีบดอกไม้ที่ลอยผ่านเข้ามาทำให้ดูราวหยดโลหิตบนหิมะ หย่งเจิ้งยังคงไม่ขยับกาย ดูเหมือนเขาจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ปล่อยให้ม่านไม้ไผ่กระทบกับกรอบประตู....




...เจ้าเสริฟชาสีเหลืองอ่อนๆ ด้วยมืออันเรียวสวย น้ำองุ่นสีเขียวราวกับหยก กลิ่นหอมหวานของขนมที่ทำจากแป้งดอกบัว คิ้วของเจ้าขมวดมุ่น ศีรษะของเจ้าก็ก้มต่ำตลอดเวลา แต่เมื่อเห็นองค์ชาย 13 เจ้ากลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที หัวเราะอย่างร่าเริง แม้จะมองอยู่ไกลๆ ข้ายังเห็นความเป็นเด็กเจิดจ้าอยู่ในดวงตาของเจ้า... ท่ามกลางหิมะ ยามที่เจ้าตวัดดวงตาคู่นั้น ซึ่งแดงก่ำจากการร้องไห้ และขว้างก้อนหิมะใส่ข้า ประกายไฟในดวงตาของเจ้าช่างเจิดจ้านัก น้ำตาไม่เหมาะกับเจ้าเลย...บนเรือลำน้อยนั้น คอเสื้อของเจ้ามีลายเถาปักอยู่ ลายเถาพวกนั้นดูเหมือนจะเลื้อยได้ยามที่เจ้าหายใจ เจ้าคือดอกไม้ที่สวยที่สุดท่ามกลางบึงบัวในฤดูร้อนนั้น...ตอนที่เจ้าปักปิ่นอันนั้น เห็นได้ชัดว่าเจ้าขัดเขิน ถึงแม้เสียงจะสั่นแต่เจ้าก็กล่าวโดยไม่ลังเลว่า “แต่งงานกับข้านะ”...จูบเบาๆ นั้นที่ตามมาด้วย “ข้าไม่อนุญาตให้ท่านลืมข้าก่อน” ข้ายังได้ยินประโยคนั้นแจ่มชัดอยู่ในหู น้ำตาของเจ้าเหมือนหยาดน้ำค้างที่เกาะอยู่บนขนตาอันเปียกชื้น...บนเตียง ใต้ผ้าห่ม เจ้าไม่ยอมปล่อยแขนของข้าแม้ในยามหลับ บางครั้งยังละเมอเรียกชื่อของข้า เสียงของเจ้า เสียงพึมพำของเจ้า...ชุดลายดอกมู่หลานนั่น แก้มที่แดงก่ำ ปอยผมที่หลุดลุ่ย และความอบอุ่นของเจ้าแม้ในวันที่หนาวเหน็บ..กลิ่นกายของเจ้าไม่ได้มาจากน้ำหอมหรือดอกไม้ แต่มาจากสายลมยามเช้าที่พัดผ่านทุ่งหญ้ายามเมื่อน้ำค้างเริ่มเหือดแห้ง...

...หลังจากผ่านไปนาน เกาอู่หยงก็เข้ามาพร้อมตะเกียง หย่งเจิ้งเปิดกล่องแล้วจัดของให้เข้าที่ ล็อคประตู และ...จากไป...




...ข้าจะไปพบเจ้าพรุ่งนี้นะ ซีเอ๋อ ขอโทษที่ปล่อยให้เจ้าต้องรอข้าอีกแล้ว แค่รอข้าอีกนิดนะ เมื่อข้าเสร็จธุระแล้ว ข้าจะไปกับเจ้า เราจะไปขี่ม้าและไปดูดาวในทุ่งหญ้ากัน ไปเต้นรำรอบกองไฟ คราวนี้เจ้าจะเต้นให้ข้าดูใช่มั้ย? หรือว่าเจ้าอยากกลับไปซีเป่ย ได้ยินว่าองุ่นที่นั่นหวานฉ่ำจนละลายในปากได้เลย หรือว่าเราจะไปเจียงหนานกันดี มีต้นหลิวเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำ มีนกนางแอ่นและน้ำไหลริน แต่ข้าว่าบทเพลงเหล่านั้นคงเทียบกับเสียงเจ้าไม่ได้ ใครๆ ก็เคยได้ยินเสียงเจ้าร้องเพลงยกเว้นข้า

คราวนี้จะไม่มีบัลลังก์ ไม่มีอาณาจักร ไม่มีใครอื่นอีก มีแค่เรา มีแค่ข้ากับเจ้าเท่านั้น

รอข้านะ...




จบแล้วนะคะ สำหรับบทความแปลชุดนี้...และนี่คือสาเหตุที่ตอนสุดท้ายใช้เวลาค่อนข้างนานนิดนึงค่ะ เพราะไม่สามารถจริงๆ ที่จะเขียนให้จบแบบรวดเร็วได้ เพราะพี่สี่เล่นรำพึงรำพันขนาดนี้ ดิฉันไม่ไหวค่ะ ต้องมีพักเบรกค่ะ องค์ชาย 4 ต้องใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายของเขาอย่างเจ็บปวดแค่ไหน กับการอยู่กับความทรงจำเหล่านี้ มันช่างยากจริงๆ สำหรับคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังแบบนี้

นี่คือตอนจบในฉบับนิยายนะคะ คือจบจริงๆ รั่วซีตายจากไป ไม่มีการย้อนกลับไปยังที่เธอจากมาแต่อย่างใดค่ะ



CR : http://sparkskey.livejournal.com/58950.html / 雪湖暗香瑞鹤仙



13 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณนะคะ ที่แปลให้อ่านจนจบ อ่านเเล้วเข้าใจอะไรได้เยอะเลย รวมทั้งยิ่งสงสารองค์ชายสี่มากขึ้นด้วย

素心 กล่าวว่า...

น้ำตาร่วงเลยคะ..
เรื่องนี้องค์ชายทุกคนมีที่มา มีเหตุผลที่้ต้องทำทั้งนั้น
นี้ถ้าพวกเขาไม่ได้อยู่ในวัง พวกเค้าคงมีความสุขมากกว่านี้นะคะ

(ชอบการแสดงของป๋าในเรื่องนี้สุดๆ ทั้งตอนร้องไห้ ตอนหน้าน้ำแข็งก็ด้วย!! ฮ่าๆ)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ ทำให้อยากหาปู้ปู้ฉบับหนังสือมาอ่านทันทีเลย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ตอนดูละครแบบจบได้ค้างคาใจมากๆๆ น้ำตาร่วงไปหลายรอบตอนที่ฮ่องเต้เห็นจดหมาย อ่านแบบนี้เข้าใจอีกเยอะเลยคะ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆๆนะคะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ่านตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุกมดท้าย วิเคราะห์ดีมากๆค่ะ เข้าใจอะไรเยอะขึ้นเลย ขอบคุณมากนะค่ะ เดิมก็ชอบพี่สี่อยู่แล้ว ยิ่งมาอ่านที่คุณวิเคราะห์เพิ่มยิ่งทั้งรักทั้งสงสารเลยละค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ่านแล้วซึ้งมากค่ะ ไม่ทราบว่ามีหนังสือเรื่องนี้แปลเป็นไทยขายหรือยังคะ ได้ข่าวมาว่าเขากำลังถ่ายทำตอนสองของเรื่องนี้อยู่ค่ะ แต่จะเป็นเรื่องราวในปัจจุบัน หวังว่ารั่วซีจะได้สมหวังกับองค์ชายสี่ในภพนี้นะคะ สงสารทั้งคู่ ขอบคุณมากสำหรับบทความดีๆค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

น้ำตาตกในเลยแบบนี้อิฉันจะหนีไปจากชาย4ได้อย่างไรT_Tยิ่งอ่านตอนจบแบบในหนังสือที่ท่านบรรยายมายิ่งหลงรักชาย4ยิ่งกว่าเดิม!จบแบบนี้ดีกว่าจบในหนังอีกยั้งจิ้นต่อได้แม้จะเหงาๆแต่ก็อดนึกไม่ได้ว่าบางที่รั่วซีกับองค์ชาย4อาจได้พบกันในปรโลกที่ๆไม่มีบัลลังก์มีแต่รั่วซีกับองค์ชาย4และเมื่อพบกันทั้ง2คงมีความสุขสักที

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ซีเอ๋อ หมายถึงใครคะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ไม่ค่อยเข้าใจบางอย่างค่ะ คือว่ารั่วซีเป็นหญิงยุคใหม่ การได้ย้อนอดีตถึงจะเป็นการย้อนไปสู่อดีตภพของตัวเอง แต่ความรู้สึกนึกคิดและความเป็นคนรุ่นใหม่มันน่าจะทำให้พฤติกรรมการแสดงออกแตกต่างจากสาวยุคก่อน รั่วซีไม่น่าจะเรียบร้อยได้ขนาดนั้น ดูได้จากพฤติกรรมก่อนหมดสติ แบบว่าเป็นสาวเหวี่ยงวีน และความรู้ความสามารถอย่างคนรุ่นใหม่ มันน่าจะทำให้อดีตมันเปลี่ยนได้ แต่นี่มันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ ถ้าว่าหลุดไปแล้วมองเห็นภาพเหมือนความฝันจะไม่ว่า เพราะไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้....แค่สงสัยค่ะ

Madame Rose K กล่าวว่า...

ซีเอ๋อก็คือรั่วซีค่ะ /// ไม่ใช่การย้อนไปสู่อดีตภพของตัวเองค่ะ รั่วซีตัวจริงได้ตายไปแล้วตั้งแต่ตอนตกบันได แต่จิตวิญญาณของจางเสี่ยวได้เข้าไปอาศัยในร่างของรั่วซี ดังนั้นคนที่อยู่ในร่างรั่วซีคือจางเสี่ยว หญิงสาวยุคปัจจุบัน รั่วซีตัวจริงเป็นเด็กและถูกเลี้ยงมาในค่ายทหาร จึงค่อนข้างห้าวๆ เอาแต่ใจตัวเอง แต่จางเสี่ยวโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จึงสุขุมรอบคอบกว่า ที่จริงเธอใช้เวลาอยู่ในร่างรั่วซีมานานหลายสิบปีจนปรับตัวได้ตามสถานการณ์ ในละครคุณอาจไม่รู้สึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านไป แต่ที่จริงมันนานมากนะคะในแต่ละช่วงชีวิตที่ผ่านไป ตั้งแต่รู้จักกับองค์ชายสมัยยังเด็กๆ เติบโตมาด้วยกัน และตายจากกันค่ะ แนะนำให้คุณไปอ่านเพิ่มเติมจากฉบับนิยาย แล้วคุณจะเข้าใจได้ลึกซึ้งกว่าแค่ดูจากละครค่ะ

Nancy Madpinkie กล่าวว่า...

สงสัยนิดหน่อยค่อ ในหนังสือเหมือนไม่มีตรงย่อหน้าสุดท้าย ไม่แน่ใจว่าย่อหน้าสุดท้ายจะไปหาอ่านแบบเต็มๆได้ที่ไหนคะ


ปล.ได้อ่านย่อหน้าสุดท้ายนั่นแล้วรู้สึกเติมเต็มมาก เพราะตอนท้ายแทบไม่ได้รู้ความรู้สึดของฮ่องเต้หลังจากรั่วซีจากไปเลย

Nancy Madpinkie กล่าวว่า...

อดคิดไม่ได้เลยว่าตามเรื่องจริงที่หย่งเจิ้นสิ้นพระชนม์เพราะยา.เอามามโนเองว่าถ้าเอามารวมจากที่เขียนไว้ข้างบน.....การตายของหย่งเจิ้น...คือการจงใจไปพบรั่วซี(เพ้อมาก!!!)

PlaWhale กล่าวว่า...

ในหนังสือเหมือนไม่มีตรงย่อหน้าสุดท้าย (อ่านมาเหมือนกัน ไม่มีจริง ๆ ค่ะ) ทำให้คาใจมากมายค่ะ อยากรู้ความในใจพี่สี่จริง ๆ เพ้ออออออออออ

พออ่านบทความนี้ แล้วได้รู้ความในใจพี่สี่ หลังรั่วซีตายแล้ว ลึกซึ้งใจละลายขึ้นมาก เคลิ้มมมมมม

(อยากให่้มีในหนังสือจริง ๆ จะฟินขึ้นอีกเยอะ)