วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

[Travel] 4 Seasons @Namiseom / นามิ 4 ฤดู / 남이섬


สุดสัปดาห์มาพาเที่ยวเช่นเคยค่ะ ขอเป็นประเทศยอดฮิตอย่างเกาหลีบ้าง และเป็นสถานที่เที่ยวสุดฮิตที่ใครไปเกาหลีแล้วไม่ไปไม่ได้เลยล่ะค่ะ

เกาะนามิหรือนามิซอม ตั้งอยู่ที่เมืองชุนชอน, คังวอนโด ประเทศเกาหลีใต้ ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออก 63 ก.ม. เชื่อได้ว่าหากใครได้ไปเยือนประเทศที่เป็นดั่งประเทศในฝันของเหล่าผู้ชื่นชอบซีรี่ยส์เกาหลีแห่งนี้ จะต้องเคยไปเยือนเกาะแห่งนี้ ประหนึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศ ว่ากันว่าหากใครไปเกาหลีแล้วไม่ได้ไปเกาะนามิ หรือไม่มีรูปถ่ายของคุณยืนเกาะคุณพี่แบยงจุนกับน้องชอยจีวูแล้วไซร้ เพื่อนจะไม่เชื่อแน่นอนว่าคุณไปเกาหลีมาแล้วจริงๆ


ไม่ว่าจะกี่ฤดูกาล สองคนนี้ก็ยืนกันอยู่แบบนี้ล่ะค่ะ... 




ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เกาะนามิโด่งดังถึงขนาดนี้ก็เนื่องมาจากคุณลุงคุณป้าเจ้าของเกาะทั้งสองนั่นแล ซึ่งจริงๆ ทั้ง 2 คนเป็นพระเอกนางเอกของซีรี่ยส์เกาหลีสุดฮิต “เพลงรักในสายลมหนาว” (ไม่ใช่เจ้าของเกาะนี้จริงๆ แต่อย่างใด) ที่ทำเอาพี่ป้าน้าอาทั้งหลายติดอยู่หน้าจอทีวี ดูไปร้องไห้ไป และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาเที่ยวเกาหลีจนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้ละครเรื่องนี้จะยาวนานนับ 10 ปีแล้ว แต่ทุกคนก็ยังมุ่งหวังที่จะมาเยือนดินแดนซึ่งเป็นโลเกชั่นถ่ายทำละครเรื่องนี้ และไปยืนเกาะหลังเกาะไหล่เกาะแข้งเกาะขาคุณแบยงจุนกันตามอัธยาศัย (ดิฉันไม่ได้โม้นะคะ คุณต้องไปเห็นเอง แล้วคุณจะเชื่อ ไม่ใช่แต่พี่ไทย ทุกชาติทุกภาษาเป็นเหมือนกันหมด)

ที่จริงเกาะนามิเป็นเกาะเล็กๆ หน้าตาเหมือนใบไม้ลอยน้ำอยู่ และอันที่จริงเดิมทีไม่ใช่เกาะแต่เกิดจากการสร้างเขื่อนชองพยอง จึงทำให้เกิดเป็นเกาะนี้ขึ้นมา เกาะนี้ต้องขอบอกว่าเป็นเกาะส่วนตัวค่ะ และได้รับการตั้งชื่อตามท่านนายพลนามิ นายพลผู้มีความสามารถ แต่น่าเสียดายที่เก่งเกิน บวกกับการที่มีพระมารดาเป็นเจ้าหญิง จึงถูกคนบางกลุ่มใส่ร้ายว่าคิดกบฏและถูกประหารชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่ม ต่อมาเมื่อเปลี่ยนรัชกาล จึงได้มีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาและพบว่าท่านไม่ผิด จึงได้รับคืนบรรดาศักดิ์ดังเดิม (ช้าไปแล้ว) บนเกาะมีบริเวณที่เรียกว่าสุสานของท่านนายพลนามิอยู่ แต่ค่อนข้างจะรก ส่วนใหญ่คนจึงมักแวะชมแค่ก้อนหินสลักด้านนอกเท่านั้น (แล้วก็เดินไปหาป๋าเบกันต่ออย่างมุ่งมั่น)

เคยมีคนถามว่าไปเที่ยวเกาะนามิฤดูไหนสวยที่สุด? ดิฉันก็ตอบไปว่า “สวยทุกฤดู” อันนี้ไม่ได้โม้หรือกวนประสาท แต่เป็นเรื่องจริง เกาหลีนั้นมี 4 ฤดู ก็คือฤดูร้อน ซึ่งร้อนพอๆ กับบ้านเรา แต่ในฤดูร้อนนี้จะมีฝนตกบ้างประปราย ช่วงนี้ต้นไม้จะดูเขียวสวย ผู้คนก็แต่งตัวกันสวยงาม ไม่ต้องโปะจนกลมเป็นตุ๊กตาหิมะ เหมือนฤดูอื่นๆ เรียกได้ว่าเป็นเวลาเดียวที่คนเกาหลีสามารถออกมาเดินท้าแดดท้าลมกันได้ตามสบายเพราะอากาศเป็นใจ


ฤดูร้อนต้นไม้จะเขียวสดแบบนี้ล่ะค่ะ...มุมยอดฮิตที่ยากมากที่จะถ่ายรูปมาโดยไม่มีดาราประกอบฉาก (ที่ไม่ได้เชิญ)... 



พอพ้นจากฤดูร้อนจะเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือ Autumn (in my heart) อากาศจะเริ่มเย็นลง อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 10 กว่าองศาในช่วงกลางวัน และเลขตัวเดียวในช่วงกลางคืนและเช้า อย่างคนไทยไปเที่ยวกันก็จะเริ่มโปะสเว็ตเตอร์กันแล้วค่ะ (หนาวมิใช่น้อย ควันออกปากกันเลยทีเดียว) ช่วงนี้ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง สีส้ม สีเหลือง แล้วค่อยๆ ปลิดปลิวร่วงหล่น หากคุณไปปลายฤดูจะเจอต้นไม้โกร๋นๆ กันล่ะค่ะ (อย่างช่วงปลาย พ.ย. ) ต้องบอกว่าเป็นฤดูแห่งสีสันอย่างแท้จริง และเป็นภาพที่เราหาดูไม่ได้ในเมืองไทยที่รักของเราค่ะ


ใบไม้เปลี่ยนสี สวยงามแปลกตาดีค่ะ.... 



ไปปลายฤดูจะเจอโกร๋นๆ แบบนี้ล่ะค่ะ.... 



พอพ้นจากฤดูใบไม้ร่วงหรือใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว คราวนี้ล่ะค่ะก็เข้าสู่ฤดูหนาว มันหนาวววววขนาดไหน??? ก็ขนาดติดลบ และมันไม่ได้ลบน้อยๆ นะคะ ลบขนาดเลขสองตัวกันเลยทีเดียว ขนาดที่ขวดน้ำที่คุณทิ้งไว้บนรถกลายเป็นน้ำแข็งนั่นล่ะค่ะ (ตู้เย็นดีๆ นี่เอง) ช่วงนี้นามิจะสวยและโรแมนติกอย่างรุนแรง เป็นอันตรายต่อสภาวะจิตใจของคนที่ไปเที่ยวแบบไร้คู่ เพราะมองไปทางไหนคุณจะเจอคู่รักเกาหลี (ที่เค้าสวีทกันจริงจังออกนอกหน้ามากกก) เดินเพ่นพ่านไปทั่ว บรรยากาศจะเหมือนที่เราเห็นในละครเป๊ะๆ เลยทีเดียว (อยากจะแปลงร่างเป็นจุงซาง-ยูจินในบัดดล)


สวยสังหารค่ะ...ถ่ายรูปมาสวยมาก แต่หนาวสุดๆๆๆ.... 



พอพ้นจากฤดูหนาวสุดโหดมาแล้ว อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น (เล็กน้อย แต่หนาวอยู่ดี) ประมาณเลยติดลบขึ้นมาอยู่ที่เลขตัวเดียว และเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ หิมะเริ่มละลาย สังเกตได้จากลานสกีทั้งหลายจะเริ่มปิดเพราะน้ำแข็งเริ่มละลายจะลื่นและอันตรายมาก ต้นไม้โกร๋นจะเริ่มผลิใบออกมาใหม่ ที่เกาหลีมีดอกที่หน้าตาเหมือนดอกซากุระ ซึ่งคนเกาหลีเรียกว่า พ็อด-กด (กด แปลว่า ดอกไม้นะคะ อย่างเช่น กดมีนัม หรือ โกมีนัม ที่เราคุ้นๆ กัน ก็แปลว่า flower boy หรือผู้ชายหน้าสวยนั่นเอง) จากนั้นอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นๆ จนเข้าสู่ฤดูร้อนอีกครั้ง



สรุปก็คือ นามิสวยทุกฤดูจริงๆ ค่ะ หากคุณตั้งใจจะไปเที่ยวเกาหลี อยากได้บรรยากาศแบบไหนก็เชิญเลือกกันตามอัธยาศัยค่ะ เกาหลีเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าเที่ยว เพราะไม่ไกลเกินไป (นั่งเครื่องประมาณ 5-6 ช.ม.) และไม่ต้องใช้วีซ่า (แต่อาจต้องไปทะเลาะกับคุณพี่ ต.ม. นิดนึง ) คนเกาหลีอาจเสียงดังโวยวายชวนต๊กใจแต่จริงๆ แล้วเป็นคนใจดีน่ารักค่ะ ถึงจะคุยกันไม่รู้เรื่องแต่ก็ “พยายาม” จะคุยให้รู้เรื่อง อารมณ์ประมาณว่าไม่ว่าเราจะพูดภาษาอะไรไปเค้าก็จะพูดเกาหลีใส่เราประหนึ่งว่ามันเป็นภาษาสากลทุกคนต้องเข้าใจ อะไรประมาณนั้นค่ะ ก็ฮาๆ กันดี

การเดินทางไปเกาหลีก็ไม่ยากเย็นอะไรเพราะมีบริษัททัวร์มากมายรอให้บริการคุณอยู่ สนนราคาก็ตั้งแต่ 20,000 ต้นๆ ไปจนถึง 30,000 แล้วแต่ช่วงเวลาที่คุณจะไป และระดับการบริการของทัวร์ หากคุณต้องการทัวร์แบบดูแลใส่ใจคุณทุกย่างก้าว ขอแนะนำให้เลือกทัวร์ที่ราคาสูงสักหน่อย โปรแกรมจะเลิศหรู นอนหรูกินหรู

แต่ถ้าคุณอยากประหยัดเงินไว้ช้อปสกินฟู้ด การบริการไม่เน้น (เพราะเค้าจะพาคุณไปยังสถานที่ทัวร์แล้วนัดจุดนัดพบ จากนั้นคุณก็เดินๆๆๆ ของคุณเองตามอัธยาศัย) ก็เลือกทัวร์ที่ราคาย่อมเยาหน่อยได้ แต่อย่าลืมว่าต้องดูเงื่อนไขให้ดีว่ายังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติมที่คุณต้องจ่ายเองนอกเหนือโปรแกรมหรือไม่ อย่างเช่น ค่าทิปไกด์ ค่ากอนโดล่า (กรณีขึ้นลานสกี) ค่าขึ้นหอคอยโซล (บางทัวร์ไม่รวมไว้) อะไรประมาณนี้ค่ะ และเลือกบริษัททัวร์ที่โอเคหน่อย เพราะสมัยนี้มันมีทัวร์แบบที่คุณได้จ่ายตังค์แต่ไม่ได้ไปก็มี อันนี้ต้องระวังให้ดีเลยค่ะ ถ้าราคามันถูกจนน่าตกใจก็ให้ระแวงไว้ก่อน เพราะคุณอาจตกใจกว่าเมื่อไปถึงสนามบินแล้วไม่ได้ไปเที่ยวอย่างที่ตั้งใจไว้นะคะ อย่าลืมว่า “ของถูกและดีไม่มีในโลก” ไปเที่ยวทั้งทีลงทุนนิดนึงเพื่อความสุขกายสบายใจของคุณน่าจะดีกว่านะคะ




ไม่มีความคิดเห็น: