วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

Chuseok / 추석 / เทศกาลชูซ็อก


Chuseok ( 추석) , originally known as Hangawi (한가위, from archaic Korean for "the great middle (of autumn)"), is a major harvest festival and a three-day holiday in Korea celebrated on the 15th day of the 8th month of the lunar calendar. Like many other harvest festivals, it is held around the Autumn Equinox. As a celebration of the good harvest, Koreans visit their ancestral hometowns and share a feast of Korean traditional food such as songpyeon and rice wines such as sindoju and dongdongju.

In 2012, Chuseok will falls on September 30.


Read more @http://en.wikipedia.org/wiki/Chuseok






 ใกล้ถึงวันเทศกาลสำคัญของพี่น้องชาวจีนอีกหนึ่งวันแล้วนะคะ สำหรับคนไทยและคนไทยเชื้อสายจีนเราคงคุ้นเคยกันดีกับ “วันไหว้พระจันทร์” ช่วงนี้เราคงได้เห็นขนมไหว้พระจันทร์เริ่มวางขายกันแล้ว สารพัดไส้ สารพัดรูปแบบกันเลยทีเดียว และอย่างที่ดิฉันเคยบอกไปแล้วตอนเล่าประวัติของพระเจ้าคงมิน จากเรื่อง Faith ว่าเกาหลีได้รับถ่ายทอดอิทธิพลไปจากจีนค่อนข้างเยอะ และยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบันในวิถีชีวิตและธรรมเนียมปฏิบัติ ดังนั้นในวันเดียวกันนี้ทางเกาหลีก็มีเทศกาลเช่นกัน เรียกว่า วันชูซ็อก หรือวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งมีความเชื่อและธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างกันกับวันไหว้พระจันทร์ของจีนค่ะ วันนี้ขอพูดถึงเทศกาลชูซ็อกของเกาหลีกันก่อนนะคะ เพราะเราๆ ท่านๆ อาจไม่ค่อยคุ้นเคยกัน

วันชูซ็อก ( 추석) ของเกาหลีนั้นถือได้ว่าเป็นวันหยุดสำคัญของคนเกาหลี และหยุดต่อเนื่องกันหลายวัน ประมาณวันสงกรานต์ของบ้านเราเลยค่ะ บริษัทห้างร้านจะปิดทำการเพื่อให้พนักงานได้กลับไปบ้านร่วมพิธีกรรมตามธรรมเนียม สมัยก่อนหากใครจะไปเที่ยวเกาหลีช่วงนี้ต้องบอกว่าอย่าไปเลย แต่เดี๋ยวนี้ไปได้แล้วค่ะ เพราะบางร้านก็ไม่ปิด แถมบางสถานที่ลดราคาพิเศษด้วยเนื่องจากมีคนมาเที่ยวเยอะ ทั้งคนเกาหลีเองและนักท่องเที่ยว เพียงแต่คุณต้องทำใจหน่อยว่าคนจะเยอะแยะมากมาย




เกาหลีเองก็มีลักษณะของสังคมกสิกรรมเช่นเดียวกับเรา ดังนั้นในเทศกาลชูซ็อกหรือเทศกาลขอบคุณพระเจ้านี้ จะตรงกับช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวพืชผล พืชผลที่เก็บเกี่ยวได้ในชุดแรกจึงถูกนำมาเซ่นไหว้บูชาเพื่อเป็นการขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษที่ช่วยให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์นั่นเอง

ตามความเชื่อของผู้คนในอดีต ชูซ็อกมีต้นกำเนิดมาจาก กาแบ ซึ่งมีขึ้นในช่วงเริ่มต้นรัชสมัยที่สามแห่งอาณาจักรซิลลา (57 ปีก่อนคริสตศักราช - ค.ศ. 935) ซึ่งเป็นการประกวดทอผ้าประจำเดือนของทั้งสองคณะ มาสู่วันกาแบ คณะที่สามารถทอผ้าได้มากกว่าจะเป็นผู้ชนะและจะได้รับการปฏิบัติฉลองจากคณะที่แพ้ อย่างไรก็ตาม นี่ยังได้รับการกล่าวว่าชูซ็อกเป็นเครื่องหมายที่บอกว่าอาณาจักรซิลลามีชัยเหนืออาณาจักรบัลแฮ ซึ่งเชื่อว่าการแข่งขันทอผ้า, การแข่งยิงธนู และการสาธิตศิลปะการต่อสู้ต่างได้รับการจัดให้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล

ชูซ็อก ( 추석) เดิมรู้จักกันในชื่อของ ฮันกาวี ( 한가위) เป็นชื่อของวันสำคัญในช่วงเทศกาลเพาะปลูกของชาวเกาหลี โดยตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ซึ่งตรงกับวันพระจันทร์เต็มดวงตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งเป็นวันขอบคุณพระเจ้า เป็นวันหยุดเพื่อการเฉลิมฉลอง 3 วัน ผู้คนในครอบครัวจะเดินทางมาพบกันเพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวของแต่ละปี และมีทำการทำพิธีไหว้พระจันทร์เพื่อขอบคุณ และขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ปีถัดไป สำหรับบางครอบครัวนั้นยังถือเป็นการไหว้บรรพบุรุษในวันเดียวกันนี้ด้วยเช่นกัน อาหารที่เป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลดังกล่าวคือ ต็อก หรือเค้กข้าว ซึ่งเป็นขนมประจำชาติเกาหลีที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวปั้นใส่ไส้จำพวกถั่วและน้ำตาล

ในเทศกาลชูซ็อกนี้คนเกาหลีจะเดินทางกลับบ้านเพื่อไปร่วมพิธีกราบไหว้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษ โดยจะมีพิธีเซ่นไหว้ในตอนเช้า ด้วยการเดินทางไปยังหลุมฝังศพหรือที่บรรจุศพและทำความสะอาดบริเวณรอบๆ จากนั้นก็จัดตั้งเครื่องเซ่นไหว้ นำพืชผลที่เก็บเกี่ยวได้ในชุดแรกมาทำเป็นอาหารเพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษ




ขนมที่ถือเป็นขนมประจำเทศกาลก็คือ “ซงพยอน” เป็นเค้กข้าวรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวที่นำมานึ่งกับเมล็ดสน ส่วนอาหารอื่นๆ ก็มีจับแช (ผัดวุ้นเส้นเกาหลี อร่อยมากกกก) บุลโกกิ และผลไม้

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรมเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ก็จะเป็นการสังสรรค์กันของครอบครัว เพราะเป็นโอกาสดีที่ทุกคนจะได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน และมีกิจกรรมร่วมกัน อย่างเช่น การเล่นเกมชักคะเย่อหรือขว้างลูกธนู คงเรียกว่ายิงธนูไม่ได้นะคะ หากใครเคยดูละครเกาหลีอาจเคยเห็น ที่เค้าโยนธนูลงในแจกัน (หรือไห???) น่ะค่ะ (ไม่รู้มันสนุกตรงไหน)

ถ้าเป็นสาวๆ ก็มักจะล้อมวงแล้วเต้นรำเป็นรูปวงกลมใต้แสงจันทร์ ซึ่งที่จริงแล้วการเต้นรำนี้ก็มีตำนานเช่นกันค่ะ ขอเล่าสั้นๆ ก็คือ ในยุคสมัยที่ญี่ปุ่นคอยส่งทหารมาบุกรุกรานเกาหลีนั้น ในสมัยโชซอนมีขุนพลที่เก่งกาจอยู่ท่านหนึ่ง นามว่า ลีซุนชิน ซึ่งหากคุณเคยไปเที่ยวเกาหลี จะเห็นท่านยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงจัตุรัสกวางฮวามุน เคียงคู่กับพระเจ้าเซจง ซึ่งเป็นผู้ประดิษฐ์อักษรฮันกึล ซึ่งที่จริงแล้วท่านทั้งสองเกิดคนละยุคสมัย แต่ได้มาอยู่คู่กัน เนื่องจากคนเกาหลีเห็นว่าเป็นสองบุคคลที่มีบุญคุณอย่างยิ่งและสร้างชื่อเสียงให้กับแผ่นดินเกาหลี  ชื่อเสียงของท่านขุนพลลี ขจรขจายขนาดที่นายพลเรืออังกฤษยอมยกย่องให้เทียบเท่าลอร์ดเนลสันแห่งอังกฤษเลยทีเดียว

ในตอนนั้นทัพญี่ปุ่นบุกเข้ามาประชิด แต่เกาหลีมีกำลังน้อยกว่า ท่านขุนพลจึงให้สาวๆ แต่งชุดทหาร ยืนล้อมกันเป็นวงกลมแล้วเต้นรำท่ามกลางแสงจันทร์ ประมาณว่าจริงๆ แล้วเรามีคนเยอะกว่า (นะเฟ้ย) แถมยังร้องเพลงเต้นรำกันอย่างสนุกสนานไม่กลัวพวกเจ้าเลยสักนิด ทำให้ญี่ปุ่นลังเลและถอยทัพกลับไปตั้งหลักก่อน การเต้นรำแบบนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นด้วยค่ะ

ในปัจจุบันพิธีเซ่นไหว้และการรวมตัวสังสรรค์กันของครอบครัวยังคงมีอยู่ แต่การละเล่นต่างๆ อาจมีลดน้อยลงไปบ้าง เปลี่ยนเป็นออกไปเที่ยวหรือดูหนังแทนนะคะ รายการต่างๆ ตามสถานีโทรทัศน์ก็จะมีเป็นรายการพิเศษแทนรายการปกติ เอกลักษณ์อย่างหนึ่งก็คือผู้คนจะสวมชุดฮันบก ชุดประจำชาติเกาหลี กันทั้งหญิงและชาย ดูสวยงามแปลกตาดีค่ะ

ในปี 2555 นี้ วันชูซ็อกจะตรงกับวันที่ 30 ก.ย. ค่ะ โดยเทศกาลจะกินเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 29-30 ก.ย. และ 1 ต.ค.


Photo Credit : wikipedia.org / Korea Tourism Organization




ไม่มีความคิดเห็น: