วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

[Old Interview] Star Diary – Lee Min-ho Part 1


( ของฝากสำหรับแฟนๆ น้องมินค่ะ  แฟนๆ พี่หลงอย่าเพิ่งเคืองเพราะช่วงนี้คุณพี่เค้าไปไล่ฆ่าพวกต่างชาติอยู่ค่ะ  พรุ่งนี้อย่าลืมติดตามชม "นางพญาผมขาว" นะคะ)

ดิฉันเชื่อว่าคงมีแฟนๆ ไม่น้อยที่เพิ่งมารู้จักและหลงรักลีมินโฮจากบทของท่านองครักษ์ชอยยอง ณ Faith นักรบผู้พิทักษ์สาวคนรักแบบที่ตามติดทุกฝีก้าวไม่ให้คลาดสายตา ทำให้เราเกือบลืมไปว่าละครเรื่องนี้ยังมีตัวละครอื่น (อยู่ด้วยนะ) เพราะคอยจับจ้องมองแต่ชอยยองกับคุณหมอเท่านั้น




ทั้งๆ ที่จริงแล้วน้องมินโด่งดังมาก่อนหน้านี้จาก F4 ฉบับเกาหลี หรือ Boys Over Flower ในบทคูจุนพโย ซึ่งเรียกว่าเป็นการดังแบบข้ามคืน และดังแบบส้มหล่นก็ว่าได้ นั่นเป็นเพราะลีมินโฮนั้นเข้าสู่วงการแสดงมานานพอสมควร แต่มักได้รับแต่บทเล็กๆ ในละครทั่วๆ ไป หรือเป็นงานถ่ายแบบ และแม้แต่ใน F4 เขาก็ยังไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับผู้กำกับ หากคุณเป็นแฟนละครเกาหลี คงพอทราบข่าวมาบ้างว่าบทคูจุนพโยนี้ คนที่ได้รับการติดต่อให้มาเล่นคือจางกึนซ็อก ซึ่งกลายเป็นเจ้าชายแห่งเอเชียไปแล้วในตอนนี้ แต่จางกึนซ็อกปฏิเสธและรับแสดงในบทของ คังกึนวู ใน “ทำนองรักสัมผัสใจ” หรือ Beethoven Virus แทน และถือว่าเขาเลือกไม่ผิดเพราะเขาก็ได้รับรางวัลในบทนั้นด้วย

ลีมินโฮผ่านออดิชั่นในบทคูจุนพโยมาในฐานะดาราที่ไม่มีคนรู้จัก ดิฉันคิดว่าไม่ใช่เพราะเขาฝีมือการแสดงไม่ดี แต่ความสูงผิดมนุษย์ของเขาน่าจะเป็นอุปสรรคอยู่ไม่น้อย เพราะจะสร้างความลำบากให้กับนักแสดงคนอื่นๆ อย่างเช่นที่เราได้เห็นกันอยู่ตอนนี้กับพระราชาคงมิน หรือแม้แต่ยูอึนซู ที่ต้องใช้สะพานเป็นตัวช่วยในการกอดพระเอก (ท่านช่างสูงเกินเอื้อมนะ ท่านชอยยอง)

หลังจาก F4 ลีมินโฮกลายเป็นดาราแถวหน้าของวงการบันเทิงเกาหลีเพียงชั่วข้ามคืนจริงๆ ทุกคนรู้จักเขา จดจำใบหน้าของเขาได้ และเขายังมีผลงานต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ซึ่งดิฉันต้องขอชื่นชมการเลือกบทแสดงของเขา เพราะมันช่วยให้เขาแสดงความสามารถของเขาได้เต็มที่ โดยไม่ย่ำอยู่กับบทเดิมๆ ในตอนแรกที่เขารับเล่น Personal Taste ที่ต้องประกบกับซอนเยจิน ดิฉันยังหวั่นๆ ใจอยู่ว่าน้องมินจะไหวมั้ย เพราะซอนเยจินถือได้ว่าเป็นเจ้าแม่ดราม่าคนหนึ่งเลยทีเดียว ฝีมือเธอชั้นเซียน แต่ปรากฏว่าน้องมินทำได้ดี ทั้งคู่รับส่งบทได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และต่อมาก็คือ City Hunter ที่คนเขียนบทเปลี่ยนตัวละครและเนื้อหาจนเข้ากับลีมินโฮได้อย่างน่าอัศจรรย์ (ไม่มีความเหมือนกับ City Hunter ฉบับญี่ปุ่นเลยสักนิ๊ด)

และเห็นทีดวงชะตาลีมินโฮจะต้องเป็นตัวสำรอง รับเล่นบทแบบส้มหล่นอยู่ร่ำไป แต่เป็นส้มหล่นที่ทำให้เขาโด่งดังทุกครั้ง เพราะเรื่อง Faith นี่ก็เช่นกัน ได้ถูกเปลี่ยนพระเอกมาแล้วหลายครั้งหลายหน ตั้งแต่ลีจุนกิ ที่ติดเกณฑ์ทหาร (ตอนนี้เลยต้องไปไล่จับผีแทน น่าสงสารแท้ ท่านซาโต้) คังจีฮวาน ซึ่งติดปัญหาเรื่องสัญญา ทำให้ทีมงานเคว้งคว้างอยู่นานหลายปี กว่าจะมาลงตัวที่ลีมินโฮ ( เสียงน้องฟิลลิปกับคิมฮีซอนถอนใจอย่างโล่งอก เฮ้อ ได้เล่นซะที ) ผลก็คือเขาทำให้สาวๆ อยากได้ท่านชอยยองมาเป็นองครักษ์กันเป็นแถว

สำหรับบทสัมภาษณ์ที่ดิฉันไปขุดกรุมานี้ เป็นของ 10ASIA ตั้งแต่ตอนที่น้องมินเล่นเรื่อง Personal Taste ซึ่งดิฉันเคยก๊อปปี้เก็บไว้อ่าน และโชคดีที่มันยังอยู่ (นึกว่าสลายไปแล้วด้วยซ้ำค่ะ) เลยขอขุดออกมาแบ่งปันให้สาวๆ ที่หลงเข้ามาติดตามท่านชอยยองในนี้ได้อ่านกันระหว่างรอท่านหาวิธีถอนพิษให้อึยซอนนะคะ (จำได้ว่าในเทรลเลอร์โปรโมตมีฉากที่จางบินฝังเข็มโดยใช้พลังพิเศษของเขาร่วมกับชอยยองให้คุณหมอคนสวยด้วยค่ะ เป็นการช็อตไฟฟ้ากระตุ้นหัวใจโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ถึงเสื้อผ้าหน้าผมจะไม่เหมือน เพราะนั่นถ่ายไว้สำหรับโปรโมต แต่คิดว่าน่าจะเป็นตอนนี้แหละค่ะ เพราะสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ ก็คือความสามารถพิเศษของท่านจางบินนี่แหละค่ะ โดยปกติท่านไม่ค่อยแสดงฝีมือ ส่วนคนที่สู้กับท่านก็ตายแหงแก๋ไปหมดแล้ว )

บทสัมภาษณ์นี้ของ 10ASIA จะทำให้คุณได้รู้จักตัวตนของลีมินโฮ หากใครอยากรู้จักตัวจริงของเขา เชิญเข้ามาทางนี้เลยค่ะ บทสัมภาษณ์นี้มีความยาว 10 ตอนนะคะ





CR : http://10.asiae.co.kr
Reporter : Ko Jae-wan star@10Asia
Editor : Lynn Kim lynn2878@10Asia


ลีมินโฮปรากฏตัวที่ร้านกาแฟแถวชองดัมดงในกรุงโซลเพื่อให้สัมภาษณ์กับ “Star Diary” เขาดูไม่แตกต่างจากดาราหน้าใหม่คนเดิมก่อนที่จะแสดงเรื่อง “Boys Over Flower” ลีมินโฮยิ้มแล้วบอกว่า เขาได้พักจากการถ่ายละคร (Personal Taste) เพื่อมาถ่ายโฆษณาในวันนี้ เขาดูเหมือนชายหนุ่มคนหนึ่งมากกว่าดาราดัง

ลีมินโฮกลับมาสู่จออีกครั้งใน “Personal Taste” หนึ่งปีเต็มๆ หลังจาก “Boys Over Flower” มีความเปลี่ยนแปลงมากมายในชีวิตของเขาระหว่างหนึ่งปีนี้ เขากลายมาเป็นดาราแถวหน้าแบบที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ มีงานโฆษณามากกว่า 10 ชิ้น แต่ชื่อเสียงที่ได้มานี้ไม่มีผลเท่าไหร่ต่ออิสรภาพของเขา เขาดูไม่ค่อยใส่ใจกับมันมากนัก



 “ตอนฤดูหนาวผมเล่นแต่สกี ผมคิดว่าไปเล่นสกีสัก 10 ครั้งได้” เขาสนุกกับการเล่นสกีอย่างอิสระที่สกีรีสอร์ทซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนได้อย่างไร ? “ไม่มีใครจำผมได้ เพราะผมสวมแว่นตากับหน้ากาก ผมไปมา 2 ครั้งกับคิมบอม ซึ่งสนิทกันตอนถ่าย “Boys Over Flower” เขาเล่นสกีเป็นครั้งแรก แต่เขามีทักษะด้านกีฬา จึงเรียนรู้ได้เร็วมากครับ”

ในขณะที่คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ชอบเล่นสโนว์บอร์ด แต่ลีมินโฮกลับชอบเล่นสกี “ผมเป็นคนที่ชอบความเร็วมากกว่าลีลาครับ แบบว่าวิ่งไปเร็วๆ ลงไปตรงๆ กันเลย”

แต่ก็ยังมีแฟนๆ จำเขาได้ “พอถึงตอนเที่ยงก็ช่วยไม่ได้แล้วครับ พอมีคนหนึ่งเห็นผมและจำผมได้ แฟนๆ ที่สกีรีสอร์ทก็เริ่มมองหาลีมินโฮกันใหญ่ ข่าวเรื่องสีชุดสกีของผมและรูปทรงแว่นตาของผมสะพัดไปทั่วทันที มีครั้งหนึ่งผมเดินลงบันไดมา ผมได้ยินคนที่เดินสวนขึ้นไปพูดว่า ‘ได้ยินว่าลีมินโฮมาที่นี่วันนี้’




มันเป็นราวๆ ตอนที่เขาอยู่ปีหนึ่งชั้นมัธยมปลาย เมื่อลีมินโฮเริ่มคิดเรื่องการแสดงเป็นครั้งแรก “อาจเป็นเพราะจะได้มีเงินไปเรียนต่อล่ะมั้งครับ? ผมทำงานเป็นนายแบบให้กับนิตยสาร และตัดสินใจลองแสดงดูบ้างหลังจากได้พบกับเจ้านายคนปัจจุบันของผม (ลีมินโฮสังกัด Starhaus Entertainment) ผมเริ่มไปออดิชั่นเป็นประจำหลังจากได้เข้าเรียนที่ ม. คอนกุก  ในวิชาเอกภาพยนตร์ หลังจากถูกปฏิเสธหลายครั้ง ผมก็ได้แสดงละครของ EBS เรื่อง “Secret Campus” ซึ่งผมเริ่มงานแสดงจากตรงนั้น”

เขามีความทรงจำมากมายเกี่ยวกับ “Secret Campus” เพราะเป็นงานแสดงจริงๆ ครั้งแรกของเขา “มันเป็นตอนที่ผมได้พบกับปาร์คโบยองเป็นครั้งแรก ซึ่งตอนนี้เป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของผม บทที่ผมเล่นทื่อมากๆ เลยเล่นไม่ยากเท่าไหร่ แต่ตอนนั้นผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการแสดง ตอนที่ผมถ่ายฉากบู๊ ผมก็เล่นจริงๆ เลย ทำให้นิ้วหักต้องใส่เฝือกเอาไว้ EBS เอาเรื่อง “Secret Campus” มารีรันใหม่ปีที่แล้ว แต่ผมเปลี่ยนช่องหนีเลย เพราะเห็นแล้วว่าตัวเองเล่นแข็งแค่ไหน ผมไม่ใช่คนประเภทที่จะทนดูผลงานของตัวเองได้หรอกครับ”




ไม่มีความคิดเห็น: