วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

[Review] “Faith” 신의 EP 12




ในตอนที่ 12 ของ “Faith” 신의 คีชอลได้รับข่าวที่ว่าชอยยองกำลังจะมาหาเขา แต่แล้วอึมจากลับสัมผัสได้ว่ามีคนบุกเข้ามา ปรากฏว่าเป็น 2 หนุ่มของซูริบัง ทั้งสองคนหนีไปได้ คีชอลจึงคิดว่าเขารู้แล้วว่าชอยยองมาทำไม เขาต้องการไดอารี่ของอึนซู นี่เป็นการเตือนว่านำเอาไดอารี่นั่นมาให้เขาดีๆ ไม่ก็จะถูกขโมย

ยองให้คนของซูริบังอีกคนคอยเขาอยู่ข้างนอก (คนที่ตั้งหน้าตั้งตาจะแต๊ะอั๋งยอง) เพื่อส่งของบางอย่างให้ใครบางคนถ้าเกิดเขาเป็นอะไรไป

ยองเข้าไปนั่งรอคีชอล จนกระทั่งคีชอลเดินเข้ามาพร้อมลูกน้อง ยองต่อสู้กับคนพวกนั้น เมื่อเขาฟันพวกมันล้มลง ทุกคนก็หายวับไป (นี่ไม่ใช่เรื่อง “อารัง” ใช่มั้ย?) เขาเข้าปะทะกับคีชอล แน่นอนเขาบาดเจ็บ แต่สุดท้ายเขาใช้ดาบแทงทะลุตัวเองไปถึงคีชอล...

แต่เดี๋ยวก่อน...นี่คือมโนภาพของยองเท่านั้น เป็นแผนการการต่อสู้ที่เขาตั้งใจเอาไว้ (ทำเอาใจหายใจคว่ำ) เมื่อคีชอลมาถึง เขามาคนเดียวและเอาไดอารี่มาด้วย ยองถามว่าเขาตั้งใจจะฆ่าทุกคนที่เข้ามาช่วยพระราชาใช่มั้ย คีชอลตอบว่าใช่ ยองจึงบอกว่า งั้นเขาก็คิดถูกแล้วว่าถ้าหากกำจัดเขาไปได้ โลกนี้คงน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ ว่าแล้วยองก็เข้าจู่โจม

ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่ยองคิดไว้ แต่ว่าเมื่อเขาเข้าประชิดและจะแทงตัวเอง คีชอลรู้ทันและปัดออก คีชอลใช้พลังน้ำแข็งเข้าปะทะกับพลังสายฟ้าของยอง ทั้งคู่ผละออกจากกันและทำท่าจะเข้าสู้กันต่อ แต่ว่า...อึนซูมาถึงพอดีและวิ่งเข้าไปขวางตรงกลาง






ในมือของอึนซูมีมีด เธอตะโกนบอกให้พวกเขาหยุดสู้กัน ไม่งั้นเธอจะฆ่าตัวตาย ว่าแล้วก็เอามีดจ่อคอตัวเอง ทำเอาทั้งสองหนุ่ม (บ้าคลั่ง) ได้แต่ยืนนิ่ง

คีชอลคาดคั้นเธอว่าเขาจะตายเมื่อไหร่ เธอตอบว่าอีกประมาณ 4 หรือ 5 ปี เขาถามว่าใครฆ่าเขา เธอไม่ตอบ เขาจึงถามว่าพระราชายังอยู่หลังเขาตายใช่มั้ย? เธอตอบว่าใช่ เขาจึงสรุปได้ว่าพระราชาเป็นคนฆ่าเขา เขาบอกเธอว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ที่เธอบอก หากเขาทำได้ เวลานั้นเขากับเธอต้องมีเรื่องคุยกันอีกเยอะ ดังนั้นให้เธอรักษาชีวิตเอาไว้ถึงตอนนั้น แล้วคีชอลก็หันหลังจากไป




ยองรีบเข้าไปดึงมีดจากมือของอึนซู แล้วตะโกนต่อว่าที่เธอเอาชีวิตมาเสี่ยง เธอจึงโต้ว่าเป็นเพราะเขาเริ่มก่อน เขาคิดจะตายก่อน เพราะเขาบอกเองว่าถ้ามาสู้ต้องตายแน่ๆ ทำไมเขาถึงคิดถึงแต่ตัวเอง เขาไม่รู้หรือว่าคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังจะรู้สึกยังไง นั่นทำให้ยองชะงักไป

อึนซูทำแผลที่มือให้ยอง และจับมือที่เขาโดนพลังคีชอลมากุมไว้และใช้ลมหายใจของเธอเป่าเพื่อให้ความอบอุ่นกับมัน ยองได้แต่จ้องมองเธอ เมื่อเขาปัดผมที่ปิดหน้าเธอออกจึงรู้ว่าเธอกำลังร้องไห้ เขาให้สัญญาว่าจะไม่เสี่ยงชีวิตแบบนี้อีก ดังนั้นขอให้เธออย่าร้องไห้อีก




ทางด้านคีชอลอาการย่ำแย่ไม่แพ้กัน เพราะสภาพร่างกายของเขาไม่สมควรใช้พลังอีก เขาได้แต่ครุ่นคิดถึงคำพูดของอึนซู เขาลั่นวาจาว่าจะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ ถ้าพระราชาจะฆ่าเขา เขาจะเปลี่ยนตัวพระราชา ถ้าหยวนจะล่มสลาย เขาก็จะแทนที่มันด้วยประเทศใหม่ ถ้าสวรรค์กำหนดมาแบบนี้ เขาจะเปลี่ยนแปลงสวรรค์เอง

ยองกับอึนซูกลับไปที่วัง พวกเขาเดินคุยกันขณะที่ลูกน้องของยองแอบตามดูอยู่ห่างๆ จนยองต้องหันไปไล่หลายครั้ง อึนซูตัดสินใจว่าจะไม่หนีอีกแล้ว ทำให้ยองยิ้มออก เธอจะสู้กับคีชอล ทำให้ยองกลุ้มอีกครั้งแล้วบอกว่าเธออยู่เฉยๆ ไม่ได้หรือ เธอบอกว่าทำไม่ได้ เพราะเธอจะไม่ยอมนั่งหายใจทิ้งไปวันๆ




อึนซูสรุปว่าเธอต้องการไดอารี่ แต่คีชอลคงไม่ยอมให้เธอง่ายๆ ส่วนยองต้องการช่วยพระราชา แล้วถ้าพระราชาเข้มแข็งกว่านี้ เขาคงบังคับให้คีชอลมอบไดอารี่ให้เธอได้ ดังนั้นเธอจะช่วยยอง เธอบอกว่าให้เราสองคนมาเป็น “พาร์ตเนอร์” กัน ทำเอายองมึนไป

อึนซูบอกว่าให้มาทำข้อตกลงกันใหม่ ต่อไปเธอกับเขาจะเป็นพาร์ตเนอร์กัน จะต้องไม่มีความลับต่อกัน และคอยปกป้องกันและกัน ซึ่งแปลว่าอีกฝ่ายจะต้องไม่วิ่งออกไปสู้ตายโดยไม่บอกอีกฝ่าย เขาตกลงตามนั้นถ้าเธอจะทำแบบเดียวกัน ก็คืออย่าหนีไปโดยไม่บอกเขาอีก เธอจึงยื่นมือให้เขาจับเพื่อเป็นสัญญา แต่ยองยังลังเลเพราะรู้ว่ามีคนแอบดูอยู่ (เยอะ) อึนซูเลยคว้ามือเขามาเขย่า ยองต้องรีบกระซิบบอกให้เธอรู้ว่ามีคนแอบดูอยู่ เธอจึงหันไปเห็นลูกน้องของยองแอบอยู่ ส่วนอีกฝั่งอาหญิงของยองก็เดินออกมาด้วย (ตกลงมาแอบดูกันหมดวังเลย)





ยองกับอึนซูเข้าเฝ้าพระราชาและพระมเหสี ยองขอให้อึนซูอยู่กับพระมเหสีเพื่อความปลอดภัย อึนซูเริ่มเล่าเรื่องที่เธอไปช่วยยองแบบละเอียด จนยองต้องคว้ามือเธอไว้เพื่อให้เธอหยุด (พอได้จับทีหนึ่ง เริ่มจับถี่เลยนะ ยอง) พระราชาถามถึงเรื่องโชซอนที่เธอเคยพูด เธอเลยบอกว่ามันเป็นอีกประเทศที่อยู่ไกลออกไปที่มีคนตระกูลลีอยู่กัน เธอบอกว่าเธอไม่รู้อะไรมากนัก ยองจึงแกล้งเหน็บว่า ถ้าไม่รู้ก็อย่าพูดสิ แต่เธอยังเล่าต่อไป จนยองปรามว่า ไม่ฟังกันเลยใช่มั้ย? สุดท้ายอึนซูลุกขึ้นเถียงกับยอง ทั้งคู่ทะเลาะกันหน้าดำหน้าแดงราวกับคู่แต่งงาน และแน่นอนยองแพ้ไปตามระเบียบเพราะเถียงสู้ไม่ได้ แต่นั่นทำให้ทุกคนถึงกับอึ้งที่มีคนกล้าเถียงกับยอง อาหญิงถึงกับอ้าปากค้าง ส่วนพระราชากระแอมเป็นเชิงบอกว่า เราอยู่ตรงนี้ด้วยนะพวกเจ้า หลังจากนั้นอึนซูยังไปบ่นต่อกับแจกันในห้องอีกต่างหาก

ส่วนพวกวูดาลชิกำลังประชุมกันเคร่งเครียดเรื่อง...หัวหน้าของพวกเขา พวกเขาไม่เชื่อที่ด๊อกมานเล่าว่า ยองคว้ามืออึนซูลากตอนที่ไปตามเธอกลับ เพราะยองไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหน แต่ด๊อกมานยืนยันว่าเห็นกับตา แถมเรียกแดมันมายืนยัน แต่เขาบอกไม่เห็น แต่กลับบอกว่าเขาเห็นตอนที่คุณหมอช่วยชีวิตหัวหน้า เธอประกบปากกับเขา นั่นทำให้วูดาลชิทั้งหลายทำท่าเหมือนจะเป็นลมกันเป็นแถว (หรือจะอิจฉาก็ไม่รู้ ทำไมเป็นหัวหน้า ทำไมไม่เป็นเรา)



ยองนั่งจ้องดาบของเขาอยู่ในห้อง และสุดท้ายตัดสินใจแกะผ้าออกจากด้ามดาบและเอามันใส่หีบไว้ ชอยซังกุงเข้ามาดุเขาเรื่องที่คิดจะไปตายแถมเบิ๊ดกระโหลกไปหนึ่งที แล้วเธอก็พูดถึงเรื่องเจ็ดนักฆ่า และเรื่องที่มีไส้ศึกอยู่ในวัง ยองบอกว่าคีชอลรู้ว่าเขาจะไปหา ข่าวมันรั่วจากไหน ชอยซังกุงจึงรู้ว่าสายน่าจะอยู่กับเธอ เพราะเธอคุยเรื่องนี้กับพระมเหสี ยองบอกว่าอย่าเพิ่งทำอะไร เขาจะใช้ไส้ศึกนี้ให้เป็นประโยชน์ เขาจะวางแผนจัดการกับเจ็ดนักฆ่าในคราวเดียว แต่ถ้าสู้พร้อมกันเขาไม่แน่ใจว่าจะชนะ

อาหญิงจึงถามว่าอึนซูทำยังไงถึงห้ามเขาได้ พอนึกถึงตอนนี้ยองก็โมโหขึ้นมา เขาบอกว่าเธอใช้ชีวิตของเธอเอง คนที่เกลียดกลิ่นคาวเลือดกลับใช้มีดจ่อคอตัวเอง แล้วยองก็ทำท่าฮึดฮัดจากไป ทำเอาอาหญิงถึงกับอ้าปากค้างในพฤติกรรมแปลกๆ ของหลานชาย

อึนซูได้เสื้อผ้าชุดใหม่จากพระมเหสี ชอยซังกุงเข้ามาบอกว่ามีเรื่องจะขอร้อง เธอคิดว่ายองคงไม่ชอบใจนัก เพราะคนจากสวรรค์คงไม่ชอบโกหก อึนซูกลับจับหน้าจับตาของชอยซังกุงแล้วบอกว่าจะทำให้เธอกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง ชอยซังกุงตกใจแล้วถามว่าทำได้จริงหรือ? อึนซูบอกว่าเธอโกหกไง



ทางด้านพระราชารู้สึกผิดที่ทำให้คนอื่นต้องมาตาย พระมเหสีบอกให้เขาเชื่อมั่นในตัวเอง ยองกับชอยซังกุงเริ่มทำงานตามแผน พวกเขาให้วูดาลชิและนางกำนัลเปลี่ยนชุดเป็นชาวบ้าน และออกไปรับตัวเหล่าบัณฑิตมาซ่อนไว้ ส่วนอึนซูก็แกล้งให้ข้อมูลว่าจะเรียกใครมาบ้าง โดยเจตนาให้ไส้ศึกของคีชอลได้ยิน และบอกว่าคนทั้งหมดอยู่ในที่ปลอดภัย โดยมีคนๆ เดียวที่รู้ที่อยู่ คนนั้นเป็นคนสนิทของพระราชา ซึ่งแน่นอนย่อมมีคนเดียว ก็คือยอง

คีชอลได้ข่าวและนึกแปลกใจที่คนในรายชื่อต่างจากที่เขาคาดไว้ อึมจาอยากออกไปจัดการกับยองเอง (แค้นส่วนตัวใช่มั้ย เพราะน้องผมขาวหลงรักเจ๊ชุดแดง) แต่คีชอลสั่งให้เขาไปพาตัวคนสำคัญมา




ยองกลับมาที่วังและเห็นอึนซูเดินเล่นอยู่ เขาจึงถามว่าองครักษ์ของเธออยู่ไหน เธอจึงชี้ให้ดูว่าพวกเธอยืนอยู่ห่างออกไป ยองเป็นห่วงที่เธอเข้ามายุ่งในแผนการนี้ด้วย อึนซูแซวเขาว่าเขาเคร่งเครียดเกินไป ระวังจะไม่สบาย ว่าแล้วก็ตีเขาที่อก (อีกแล้ว โดนไปหลายตุ๊บแล้วนะ ยอง) เธอถามเขาว่าชุดใหม่ของเธอเป็นยังไงบ้าง เขาได้แต่กระแอมอย่างเขินๆ แล้วบอกให้เธอกลับเข้าไปข้างใน (อยากจะบอกว่าสวยแต่ไม่กล้า สู้ลูกน้องไม่ได้เรื่องนี้ มันบอกดื้อๆ เลย)

อึนซูบอกว่าในโลกของเธอเพื่อนร่วมงาน หลังเลิกงานแล้วมักมานั่งสังสรรค์กันคุยกันในบาร์ แต่ที่นี่ไม่มีบาร์ งั้นมาที่นี่ดีมั้ย? (จะหลอกเด็กหรือเจ๊) ยองถามแบบมึนๆ ว่า มาทำอะไร? เธอบอกว่าก็พูดคุยกัน ถามทุกข์สุขกัน เธอถามว่าเขาจะสู้กับนักฆ่าพวกนั้นคนเดียวหรือ ยองบอกว่าแทนที่จะไล่ตามพวกมัน แค่ล่อให้ออกมาแล้วนั่งรอจะดีกว่า ถ้าเขาวางแผนดีๆ เขาจะชนะ




แล้วจู่ๆ เขาก็บอกให้เธอถลกชายกระโปรงขึ้น เขาก้มลงยกชายกระโปรงของเธอขึ้น ทำให้อึนซูตกใจ เขาคาดซองใส่มีดพกกับข้อเท้าของเธอ เธอดึงมันออกมาแล้วบอกว่า เธอแทงคนไม่ได้หรอก เธอเป็นหมอ ยองบอกว่าให้แทงก่อนแล้วค่อยรักษาทีหลัง แบบที่เธอทำกับเขา

เธอบอกว่าก็เขาเคยบอกว่าอย่าเที่ยวแทงคนโดยไม่รู้วิธี เขาบอกว่าจะสอนให้เธอเองเวลาที่มาเจอกันที่นี่ เขาอาจมาไม่ได้ทุกคืน แต่จะมาสอนเธอ (สรุปก็คือนัดมาคุยกันไม่ค่อยถนัด แต่ถ้าให้มาสอนแทงคนล่ะก็โอเคเลย )




ยองไปหามันโบ (คุณลุงซูริบัง) ซึ่งบ่นตามเคยกับแผนการของเขา สิ่งที่พวกเขาต้องทำก็คือล่อหลอกพวกนักฆ่าเพื่อให้ยองสามารถเก็บพวกนั้นทีละคน ยองหัวเราะแล้วแซวว่า พวกเขาดีใจมากกว่าที่ได้มาทำงานนี้ เพราะตอนนี้คงเบื่อกันแย่แล้ว ลุงแกเลยยิ่งโวยวายกลบเกลื่อน ยองหัวเราะ

จางบินกำลังสอนอึนซูให้ตรวจคนไข้ด้วยการจับชีพจร แต่ถูกคีชอลขัดจังหวะ เขามาตัดพ้ออึนซูที่ยอมบอกอนาคตกับพระราชาง่ายๆ แต่กับเขายากเย็นนักหนา พระมเหสีเข้ามาด้วยท่าทางโกรธที่คีชอลเข้ามาในนี้ได้อย่างสะดวก พอดีกับที่วูดาลชิเข้ามาตามคีชอลว่าพระราชาต้องการพบ คงมินอยากรู้ว่าเขามาทำไมที่นี่ คีชอลบอกว่าเขาแค่อยากแวะมาดูคุณหมอ

คีชอลเล่นสงครามประสาทกับพระราชาอีก โดยบอกว่ายองจะตามล้างตามเช็ดให้พระราชาได้อีกนานแค่ไหน สุดท้ายเขาก็ต้องเบื่อ ส่วนคุณหมอเมื่อเธอรู้ว่าใครที่ปกป้องเธอได้ เธอก็ต้องไป และบอกว่าฮองเฮาฉีถามมาว่าพระราชาเป็นยังไง หรือว่าต้องการคนใหม่ที่ดีกว่านี้




ส่วนพระมเหสีเข้าไปช่วยจัดโต๊ะให้พระราชา และถามชอยซังกุงว่านางจะทำอย่างไรเพื่อให้พระองค์สบายใจขึ้นได้บ้าง ข้อนี้ชอยซังกุงตอบไม่ได้เพราะนางไม่เคยแต่งงาน จึงโยนให้ขันทีซึ่งมีภรรยาแล้วช่วยตอบ เขาบอกว่าสำหรับเขาเมื่อกลับไปถึงบ้านก็คือนั่งดื่มด้วยกัน พระมเหสีถามว่าแค่ดื่มด้วยกันมันช่วยได้ยังไง เขาบอกว่าเรื่องนั้นช่วยไม่ได้มากแต่กิจกรรมหลังจากนั้นต่างหาก พระมเหสีถามว่ามันคืออะไร ขันทึอึกอักไม่อยากตอบ แต่ถูกบังคับ เขาจึงบอกว่าคือนอนร่วมเตียงกัน ทำเอาพระมเหสีถึงกับตกใจ พอดีกับที่พระราชาเดินเข้ามา นางจึงรีบเดินหนีไปโดยไม่พูดไม่จา พระราชางงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ขันทีรีบบอกว่าให้ทรงประหารเขาซะ




ฮวาซูอินและอึมจาไปตามหาคนที่ชื่อ ด๊อกฮึง แล้วบอกข้อความว่าคีชอลต้องการพบ ท่าทางเขาไม่สนใจอะไร (แม้แต่เจ๊ชุดแดง) เขาแค่เอ่ยคำคม หัวเราะ แล้วเดินจากไป

ยองเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับเจ็ดนักฆ่า กลุ่มแรกเคลื่อนไหวรวดเร็ว ยองใช้สมาธิแล้วจัดการฆ่าทั้งสามคนในคราวเดียว (สมคำร่ำลือ) ส่วนอีกด้านคนของซูริบังแต่งตัวเป็นยองแล้วล่อนักฆ่าคนอื่นไปอีกทาง

ต่อมา ยองเข้าไปรอนักฆ่าในโรงเตี๊ยมร้าง เขาพูดลอยๆ ว่า มันดีตรงไหนที่ฆ่าคนเพื่อเงิน เมื่อสุดท้ายพวกเขาต้องตายอยู่ดี เขารู้จักใครบางคนที่เห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตก็คือการมีชีวิตอยู่ สำหรับคนอย่างพวกเราการมีชีวิตอยู่ก็คือยังไม่ตาย แต่สำหรับคนๆ นั้นมันต่างกัน คนๆ นั้นใช้ชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็ง ยองจัดการกับนักฆ่าคนที่สี่ แล้วพูดต่อว่า เวลาที่เขามองเธอ มันทำให้เขาคิดว่า ตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่

ยองล้างมือที่เปื้อนเลือดกับสายฝนและรอนักฆ่าคนต่อไป เขาจัดการกับคนที่ 5 ท่าทางเขาเหนื่อยมากแล้ว



อึนซูนั่งเล่นขณะที่พยายามฝึกจับชีพจร จู่ๆ ด๊อกฮึงก็เข้ามา เขาบอกว่าเขาเป็นเสด็จอาของพระราชาคงมิน เขาบอกว่ามีคนบอกเขาว่าถ้าเอาสิ่งนี้ให้เธอ เธอจะดีใจมาก แล้วเขาก็ยื่นไดอารี่ของฮวาตาให้กับเธอ

ยองจัดการกับนักฆ่าคนที่ 6 เขาทรุดร่างลง ดาบหล่นลงบนพื้น มือของเขาอาบไปด้วยเลือด...






ในตอนนี้เราได้เห็นฉากต่อสู้มากมาย  ต้องบอกว่าดิฉันค่อนข้างทึ่งกับการแสดงในฉากต่อสู้ของลีมินโฮ  เนื่องจากเรื่องนี้ถือว่าเป็นละครพีเรียดเรื่องแรกของเขา และเป็นบทที่ต้องมีฉากต่อสู้เยอะมาก และไม่ใช่แนวที่เขาเคยแสดงมาก่อน เราอาจเคยเห็นมาบ้างจาก City Hunter แต่เป็นคนละแบบกับแบบนี้ ในนั้นเป็นการต่อสู้สมัยใหม่ที่มีการใช้อาวุธ แต่ในเรื่องนี้เป็นการใช้คิวบู๊และทักษะในการใช้ดาบ  โดยเฉพาะท่าควงดาบที่ดูคล่องดีมากเกินคาด แม้แต่หลังฉากน้องมินก็ยังควงดาบเล่นแบบนี้ ถือว่าเขาทำได้ดีเกินคาดเลยนะคะกับบทชอยยอง  ยิ่งทำให้เห็นพัฒนาการด้านการแสดงของเขาที่เรียกได้ว่าดีวันดีคืน 

ต้องยอมรับว่าลีมินโฮทำได้ดีไม่น่าผิดหวังเลยกับบทชอยยอง ทั้งๆ ที่น้องมินไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับผู้กำกับคิม หากใครตามข่าวของ Faith มาตั้งแต่ต้นคงรู้ว่าบทชอยยองนี้เป็นของลีจุนกิ ซึ่งตกลงรับเล่นแล้วในตอนนั้น (เมื่อ 2 ปีก่อน) แต่ปรากฏว่าเขาเกิดติดเกณฑ์ทหาร ต่อมาผู้กำกับคิมมองไปที่คังจีฮวาน ซึ่งดูน่าจะเหมาะกับบทนักรบเช่นกัน แต่ปรากฏว่าเขาติดปัญหาทางกฏหมายกับบริษัทเก่า (หรือผู้จัดการเก่าอะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ มันนานแล้ว จำไม่ค่อยได้) ก็เลยแห้วไปอีกคน จนกระทั่ง 2 ปีผ่านไป จนลีจุนกิออกจากกรมฯ ดิฉันยังคิดว่าผู้กำกับคิมอาจกลับไปเลือกเขาอีก แต่ปรากฏว่ากลายเป็นลีมินโฮ ดิฉันเชื่อว่าน่าจะมาจากผู้กำกับได้เห็นผลงานของเขาใน City Hunter จึงมั่นใจว่าเขาจะแสดงบทนี้ได้ ทั้งๆ ที่แต่เดิมเขาคงไม่อยู่ในสายตาสำหรับบทนักรบแบบนี้ เนื่องจากผลงานที่ผ่านมาของเขาไม่มีบทแนวแอคชั่นเลย  นี่คือสาเหตุที่ดิฉันพูดว่าน้องมินทำได้ดีเกินความคาดหวังค่ะ ทำให้ชอยยองกลายเป็นขวัญใจของสาวๆ ไปแล้วในตอนนี้



มาถึงตอนนี้ความสัมพันธ์ของตัวละครพัฒนาไปอีกขั้นแล้วนะคะ ยองกับอึนซูเริ่มเข้าใจกันและกันมากขึ้น ไว้ใจกันมากขึ้น ศรัทธากันและกันมากขึ้น ยองเริ่มทิ้งอดีตของเขาไว้เบื้องหลัง การที่เขาปลดผ้าพระจันทร์แดงของคนรักเก่าใส่หีบบอกได้ว่าเขาตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ และปล่อยให้เธอจากไปอย่างสงบ ในขณะที่อึนซูได้รับรู้อดีตและบาดแผลในใจของยอง เธอจึงพยายามทำท่าร่าเริงเสมอเวลาอยู่กับเขา ทั้งๆ ที่ในใจเป็นห่วงเขามากที่สุด

ต่อไปเราคงต้องมาติดตามดูว่าทั้งคู่จะช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคและแผนการร้ายที่จะมีเข้ามาอย่างไร เรามีตัวละครเพิ่มเข้ามาอีกตัว ก็คือองค์ชายด๊อกฮึง เรายังไม่รู้ว่าเขาจะมาดีหรือร้าย ถึงแม้ท่าทางของเขาจะดูสมถะ แต่ที่น่าระแวงก็คือเขารู้จักกับคีชอล และไดอารี่นั่นมาอยู่ในมือเขาได้ยังไงถ้าไม่ใช่คีชอลให้มา นี่จะเป็นกับดักหลอกล่ออึนซูหรือเปล่า ข้อความในไดอารี่อาจมีไม่ครบ ดิฉันไม่คิดว่าคีชอลจะยอมให้เธอมาง่ายๆ พวกเขาวางแผนการร้ายอะไรกันอีก และยองของเราจะจัดการกับนักฆ่าคนที่ 7 สำเร็จหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อในสัปดาห์หน้าแล้วล่ะค่ะ



Photo Credit : Dramabeans


5 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ชอบอ่าน Review มากๆ เพราะเขียนออกได้โดนใจจริงๆคะ 555 ชอบ ชอยยอง มากๆๆๆๆ ยอมรับว่าไม่เคยดู serie ที่ lee min ho เล่นมาก่อนเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยคะ แล้วก้อชอบมากๆๆๆ (อีกที)รู้สึกว่า เขาเล่นบทนี้ได้ดี ดูมาดขี้ขรึมของแกเวลาอยู่ต่อหน้าคุณหมอ แล้ว แหม... หมั่นไส้ จะเก็ก เก็บความรู้สึกไปไหน 555แต่ เรื่อง บท action ต้องขอบอกว่า ลีจุนกิเล่นได้พลิ้วกว่าคะ จาก il jimae และ arang แต่ lee min ho ยังดูเก้ๆกังๆ อาจจะเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ ความพลิ้วเลยอาจจะสุ้ลีจุนกิไม่ได้ แต่ รักคะ รักชอยยองมากๆๆๆ

ปล...ชอบอ่าน review กะ preview มากๆเลยคะ ตามว่าดูตลอดว่าจะ post เมื่อไร อ่านแล้วมัน นี่ก้อรอตอนที่ 13 อยู่นะคะ ใจจะขาดรอนๆๆ ^^

Madame Rose K กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ ต้องรอสำนักข่าวเกาหลีโปรโมตก่อนค่ะ เราถึงจะออกตามได้ ประมาณวันจันทร์นั่นแหละค่ะ เพราะที่โน่นถ่ายทำไปออกอากาศไป ตอนนี้อาจกำลังถ่ายตอนที่ 13-14 อยู่ค่ะ

น้องมินเล่นได้ขนาดนี้ถือว่าดีแล้วค่ะ เพราะปกติมินเป็นคนซุ่มซ่าม ไม่ทำตัวเองเจ็บก็ถือว่าใช้ได้แล้ว และนี่เป็นพีเรียดเรื่องแรก ถือว่าสอบผ่านเลยค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

งั้นจะเรียกน้องมินเหมือนกัน เพราะพี่แกเด็กจริงๆ เฮ้อ คนอะไร๊ สูงจริงๆ ซุ่มซ่ามด้วยเหรอนี่ ...(^^ เหมือนกันเลย) หวังว่าจะได้ดูฉากกอด บ้างเนอะ คุณ rose หวังว่าคุณฮีซอนคงสามารถขออนุญาติสามีได้ แฮะๆ.....กอดไปเหอะ น้องมินหล่อซะขนาดนี้ อิอิ ...( อยากจะเป็นคุณหมอซะเอง...จะเป่ามือให้แทน)แล้วจะรอดู recap กับ preview ของ 13 ,14 นะคะ ตั้งหน้าตั้งตารอดู ทุก week อย่างทรมาน ....FR Chompoo

Madame Rose K กล่าวว่า...

เรื่องกอด สามีฮีซอนคงไม่ว่าอะไรค่ะ เพราะมันเป็นงาน ไม่น่าจะผิดหวังนะคะเพราะซงจีนาเป็นนักเขียนบทแนวดราม่าโรแมนติกอยู่แล้ว จาก Sandglass ค่ะ ตอน Legend ใส่เยอะไม่ได้เพราะป๋าเบไม่ยอม (จอมเปลี่ยนบท) มาระบายออกกันเรื่องนี้แหละค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จริงคะ ดู legend แล้วเซ็งเล็กน้อย ฉากsweet มีแต่ใช้สายตา...เฮอะๆ

ขอบคุณคะ พรุ่งนี้จะรออ่าน recap ep13 เน้อ ^^