วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

[Review] “Faith” 신의 EP 14




ในตอนที่ 14 ของ “Faith” 신의 ชอยยองถูกกล่าวหาว่ารับสินบน และหากเขายืนกรานว่าไม่รู้เรื่อง เคราะห์ร้ายจะไปตกอยู่ที่ลูกน้องทั้งสองคนของเขา ยองหันไปถามลูกน้องว่าตอนรับของเปิดดูหรือเปล่า ทั้งคู่ปฏิเสธ ยองจึงสรุปว่าแปลว่าทั้งสองคนไม่รู้ว่ามันคืออะไร แล้วก็ไล่ให้พวกเขาออกไป ยองบอกที่ประชุมว่าเขาไม่ได้ทำ จะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจแล้วเขาก็เดินออกไป คงมินหันมาเล่นงานคีชอลว่าเป็นฝึมือเขาใช่มั้ย? คีชอลบอกว่าเขาไม่ใส่ร้ายยองแค่จำนวนเงินน้อยนิดแค่นี้หรอก แต่เขาสนุกกับเกมนี้มาก และได้รู้ว่าจุดอ่อนของยองคืออะไร (แบกรับทุกอย่างไว้ที่ตัวเอง)

ยองเดินผ่านด๊อกมานและดอลแบ และบอกว่าอย่ามาเข้าใกล้เขา (ไม่งั้นตาย ที่จริงวูดาลชินี่ถ้าไม่มียองจะเป็นยังไง คนอื่นถึงจะสู้รบเก่งแต่ดูไม่มีไหวพริบเอาซะเลย) ยองเข้าไปเห็นห้องของเขาถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย ที่ปรึกษาโจเข้ามาบอกว่าตอนนี้ยองไม่ใช่หัวหน้าวูดาลชิอีกแล้ว เขาจึงไม่มีสิทธิ์ใช้ห้องนี้อีก เขายังบอกด้วยว่าสิทธิพิเศษของวูดาลชิถูกยกเลิกแล้ว นั่นทำให้ยองรู้ว่าเป็นฝีมือของโจอิลชินนี่เอง (ตามประวัติศาสตร์ชอยยองเป็นผู้ปราบกบฏโจอิลชินที่ลุกขึ้นก่อการเพื่อจะยึดบัลลังก์ของคงมิน)





คงมินประชุมกับเหล่าขุนนาง ทรงเตือนพวกเขาว่ายองเป็นคนที่คุ้มครองพวกเขาจนปลอดภัยมาถึงที่นี่ แต่พวกเขาเห็นว่าตอนนี้สถานการณ์ของคงมินไม่มั่นคงเพราะผู้คนคิดว่าเขาถูกยองจูงจมูกอยู่ บวกกับยองเป็นพวกกระหายเลือด (เพราะพวกแกแหละ น่าปล่อยให้พวกนักฆ่าเชือดซะ) การเก็บคนแบบนี้ไว้ข้างตัวย่อมไม่ดีแน่

ทางด้านอึนซูเธอพยายามไขปริศนาตัวเลขในไดอารี่ ด๊อกฮึงถามว่าเธอคิดอะไรออกมั้ย แต่เธอโกหกว่าไม่ ซึ่งด๊อกฮึงไม่เชื่อ เขาเอาไดอารี่คืนมาแล้วบอกว่าคีชอลพูดถูกว่าต้องได้หัวใจของเธอซะก่อน อึนซูขอดูมันอีกครั้ง เธอเปิดไปที่หน้าสุดท้ายแล้วลูบไปบนชื่อของเธอ

ด๊อกฮึงกลับไปหาคีชอล ซึ่งเขาถามว่าได้เรื่องอะไรบ้างมั้ย มีอะไรที่ต้องการอีกบ้างเพื่อให้ได้หัวใจของคุณหมอ ด๊อกฮึงนึกถึงตอนที่เธอดึงแขนเสื้อของยอง เขาจึงยิ้มและบอกว่า คงเป็นตำแหน่งมเหสีมั้ง? นั่นแปลว่าด๊อกฮึงคงพอมองเห็นแล้วว่าหากอึนซูรักใคร เธอคงไว้ใจและยอมช่วยเขาทุกอย่าง เหมือนที่เธอไว้ใจยองและคอยปกป้องเขา สรุปก็คือถ้าเธอเป็นมเหสีของเขา เธอก็จะช่วยเขา (ฝันไปเหอะแก)





คนของชอยซังกุงตามรอยไส้ศึกจนรู้ว่าพวกนี้เป็นคนของคีชอลแน่นอน ตอนนี้จึงถึงเวลาจัดการกับพวกเขาแล้ว วูดาลชิจัดการกับทหาร ส่วยชอยซังกุงจัดการกับองครักษ์หญิง พวกเขารีดความลับมาได้ว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการคือตราประทับเพื่อจะปลดพระราชาลงจากตำแหน่ง

ส่วนยองมาแอบพักอยู่ในสวนตรงศาลาของเขากับอึนซู (เป็นที่พักใจของยองไปแล้ว หรือไม่เขาก็มารออึนซู เพราะรู้ว่าสุดท้ายเธอต้องมาตรงนี้) อึนซูเดินเข้ามาและบอกว่าตามหาเขาซะทั่ว เธอให้เขาเปิดแผลเพราะเธอจะตัดไหมให้ เธอเล่าว่าเธอพอดูออกแล้วว่าในไดอารี่มีอะไร มันเป็นตัวเลขที่น่าจะเป็นวันและเวลา คงเป็นเวลาที่ประตูจะเปิด แต่เธอต้องเทียบกับปฏิทินโครยอ หากแปลรหัสออกเธอก็จะกลับบ้านได้ ยองตกใจที่รู้ว่าเธอกำลังจะไปจากเขา แต่ก็บอกว่าให้เธอบอกเขาล่วงหน้า เขาจะได้เตรียมตัว



อึนซูบอกว่าไปที่ห้องของเขามา แล้วยื่นกระปุกแอสไพรินให้เขา ยองหน้าเสียที่ถูกจับได้ว่าเก็บดอกไม้ที่เธอให้ไว้ในกระปุก เธอบอกว่าบนสวรรค์ (อึนซูยอมเรียกโลกของเราว่าสวรรค์ตามพวกโครยอแล้ว) มีเพลงที่ร้องเกี่ยวกับเขา แล้วเธอก็ร้องให้เขาฟัง ( “เห็นทองคำเป็นดั่งก้อนหิน” คือคำสั่งเสียสุดท้ายของบิดาของชอยยอง ที่เขาถือเป็นหลักปฏิบัติเรื่อยมา ทำให้เขาเป็นคนสมถะ ไม่สนใจข้าวของเงินทอง ) ยองตกใจที่เธอรู้คำสั่งเสียของพ่อเขา เธอบอกเขาว่าทั้งเขาและพ่อของเขามีชื่อเสียงมากในสวรรค์ ว่าทั้งคู่เป็นคนที่มีจิตใจดีไม่ละโมบ ดังนั้นเรื่องรับสินบนของเขา หากไปบอกคนบนสวรรค์ คงขำกันแย่ (อย่างที่เคยเล่าไว้ในส่วนของประวัติศาสตร์นะคะ ว่าขุนพลชอยยองเป็นเหมือนวีรบุรุษของคนทั้งชาติในยุคนั้น เขาปราบปราม ดับทุกข์เข็ญ และช่วยให้ผู้คนอยู่ดีกินดี )




ที่ปรึกษาโจพาพวกบัณฑิตมาพบอึนซู พวกเขาพยายามถามเรื่องในอนาคตกับอึนซู เธอเลยบอกว่าถ้าอยากรู้ให้พระราชามาถามเอง เมื่อกลับเข้าไปในห้อง จู่ๆ ยองก็โผล่มาทำให้เธอตกใจ เขาบอกให้เธอเก็บข้าวของที่จำเป็น เราจะไปจากที่นี่คืนนี้ เพราะเขาเห็นที่พวกนั้นมาคาดคั้นเธอเรื่องอนาคต ต่อไปพวกเขาอาจใช้วิธีอื่น เช่นจับเธอไปทรมาน อึนซูถามว่าเขาจะไปกับเธอมั้ย ยองตอบว่าเขาจะไปด้วย อึนซูจึงรีบเก็บข้าวของ (ยองมาชวนหนีตามกันขนาดนี้ ต้องรีบหน่อยค่ะ เดี๋ยวคุณเธอเปลี่ยนใจ)

อึนซูไปหาพระมเหสี เธอบอกว่าจะบอกอนาคตให้โนกุ๊กรู้นิดหน่อย อึนซูบอกว่าพระราชารักโนกุ๊กมาก ขอให้อย่าทิ้งเขาไป โนกุ๊กบอกว่าเธอจะไม่ทิ้งเขาไป อึนซูจึงขอกอดโนกุ๊กในฐานะ “พี่สาวจากสวรรค์”





คงมินเถียงกับที่ปรึกษาโจเรื่องยอง ที่ปรึกษาโจต้องการให้คงมินละทิ้งยองเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าทรงเข้มแข็ง ไม่ได้อยู่ใต้เงาวูดาลชิ ทำให้คงมินโกรธเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมายองต้องเสียเลือด ต้องฆ่าคนไปไม่รู้เท่าไหร่ก็เพราะเขาคนเดียว มีแต่คงมินที่รู้ว่ายองไม่ใช่คนกระหายเลือดอย่างที่ทุกคนเข้าใจ

ยองเข้ามาในท้องพระโรงเพื่อรับคำตัดสิน พระราชาตรัสว่าจะเป็นพยานยืนยันให้ยอง แต่ด๊อกฮึงคัดค้านว่าพระราชาต้องทำตัวเป็นกลาง เข้าข้างใครไม่ได้ ยองบอกว่าเขาสารภาพผิดและยอมรับว่าเขารับสินบนจริง ยองมองคงมินแล้วยิ้มให้ โทษของยองคือถูกปลดและจำคุก 1 ปี

ขณะที่อึนซูรีบเก็บข้าวของ จางบินก็มาบอกว่ายองต้องโทษจำคุก แต่อึนซูไม่สนใจ เธอบอกว่าเขาต้องมาเพราะเขารับปากแล้ว จางบินจึงบอกว่าหากเขาไม่มา ให้เธอรีบกลับมาที่นี่ (พี่หมอจะปกป้องเองใช่มั้ยนั่น)




ด๊อกฮึงไปรายงานกับคีชอลว่ายองรับสารภาพแต่โดยดี ซึ่งเขาคิดว่ามันแปลก เพราะทั้งคงมินและยองดูนิ่งมาก คีชอลแทบคลั่งเพราะรู้ว่ายองต้องมีแผนอะไรอีกแน่ๆ ส่วนคงมินตรัสกับพระมเหสีว่าคราวก่อนเขาเคยสัญญากับยองว่าเขาจะไม่ต้องติดคุกอีก แต่พระมเหสีบอกว่าวันนี้คุณหมอมาหาเหมือนจะมาบอกลา

อึมจากับฮวาซูอินบุกไปที่โรงหมอเพื่อหาตัวอึนซู แต่เจอเข้ากับจางบิน (ไม่รู้ว่าฝีมือพี่หมอระดับไหน รู้แค่ว่าพวกนี้ไม่กล้าเสี่ยงเหมือนกัน) ส่วนอึนซูไปรอยองอยู่ที่ศาลา แดมันบุกเข้าไปช่วยปล่อยยองออกมา พวกเขาบุกฝ่าทหารออกมาได้อย่างง่ายดาย ชอยซังกุงไปรายงานว่าคงมินว่ายองแหกคุก (อีกแล้วครับท่าน) คงมินยิ้มออกเมื่อรู้ว่าเขาหนีออกมาได้ โนกุ๊กสงสัยว่าพวกเขา (ยองกับอึนซู) จะกลับมาอีกมั้ย คงมินทอดถอนใจแล้วตรัสว่าเขาเองก็อยากอ่านใจของยองได้เช่นกัน




อึนซูรอยองอย่างกระวนกระวายเพราะมีทหารอยู่เต็มไปหมด สุดท้ายยองก็โผล่มา เขาถามว่าเธอรอเขาอยู่ใช่มั้ย เขากำลังจะไปรับเธอ อึนซูโผเข้ากอดยอง ยองตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วกอดปลอบเธอ

คีชอลกำลังคลั่งที่คุณหมอหายไป เขาสั่งให้ทุกคนตามหาเธอให้เจอ เขารู้ว่าเธอต้องแกะรหัสออกแล้วและกำลังจะไปที่ประตูสวรรค์ เขาตวาดใส่ด๊อกฮึงว่าให้เขาไปพาเธอมา ไม่ใช่ไปช่วยให้เธอหนี

ยองกับอึนซูหลบออกมาข้างนอกสำเร็จ แต่มีทหารเต็มไปหมด อึนซูถามว่าพวกนี้ไล่ตามใครเพราะยองก็แหกคุกออกมา ยองตอบว่าดูจากจำนวนทหารน่าจะเป็นคีชอลที่ตามหาเธอมากกว่า เธอจึงบอกว่าหากถึงคราวจำเป็นให้เขารีบหนีไป เธอจะมอบตัว เพราะยังไงบ้านของคีชอลก็นอนสบาย แล้วเธอก็บอกว่าล้อเล่น แต่ยองไม่ขำด้วย เขาให้คนของซูริบังเฝ้าอึนซูไว้และพาไปที่บ้านของลุงกับป้า ลุงกับป้าต้อนรับ (นางฟ้า) อย่างดี ป้าเอาของกินที่ดีที่สุดมาให้ แถมคะยั้นคะยอให้เธอกิน แต่เธอกินไปได้ไม่กี่คำยองก็เข้ามาและฉกไปกินหน้าตาเฉย (เห็นใจยองหน่อย ของอร่อยของป้า ปกติแกหวงสุดๆ ไม่ค่อยได้กินง่ายๆ )



ยองถามว่ามีทางอื่นให้หนีอีกมั้ย มันโบบอกว่าทางที่ดีอยู่ที่นี่สักพักจนกว่าทหารจะเลิกตาม เขามีห้องพักให้ 1 ห้อง (ลุงคิดอะไรอยู่เนี่ย? ลุงคงคิดว่ายองมันนอนไหนก็ได้ หรือถ้าคุณหมอจะให้มันนอนด้วยก็ยิ่งดีเลย)

อึนซูรีบพูดว่า “นี่คงไม่คิดจะ....” ทุกคนหันมามองเพราะคิดว่าเธอจะค้านเรื่องห้องนอน “...กินให้หมดคนเดียวใช่มั้ย?” สรุปว่าเธอห่วงของกิน ไม่ได้สนเรื่องห้องนอนเลย

ยองถามว่าเธอทนไหวมั้ยหากต้องซ่อนตัวอยู่สักพัก อึนซูถามถึงของกิน เขาหัวเราะแล้วบอกว่าจะหาของกินมาให้เยอะๆ เลย อึนซูตกลง (บอกแล้วว่าเธอกินเก่ง)

ทางด้านด๊อกฮึง หางจิ้งจอกของเขาเริ่มโผล่ เขาไม่ใช่พระญาติที่เอาแต่เกียจคร้าน บ้าผู้หญิง อย่างที่ทุกคนเห็น เขากำลังเกลี้ยกล่อมโจอิลชินให้มาเป็นพวก โดยล่อด้วยตำแหน่งของคีชอล

อึนซูกำลังปวดหัวกับตัวเลขที่เธอได้มาจากไดอารี่ เพราะปฏิทินที่จางบินให้มาเป็นอักษรฮันจา (อักษรโบราณ) ไม่ใช่ฮันกึลที่เธอรู้จัก ท่าทางของเธอทำให้ยองถามว่าคนบนสวรรค์เป็นแบบเธอทุกคนมั้ย หรือเป็นเฉพาะเธอคนเดียว

คีชอลสงสัยว่าทำไมถึงตามหาอึนซูไม่เจอ เขาแน่ใจว่าเธอยังอยู่ในเมือง และให้อึมจาไปจับตาดูด๊อกฮึงไว้ เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าพาคนมาถูกหรือไม่ คีชอลคงเริ่มรู้แล้วว่าด๊อกฮึงไม่ใช่คนอย่างที่เขาเห็น




ยองยืนเฝ้าขณะที่อึนซูอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ท่าทางคงไม่ใช่งานถนัดของเขาเท่าไหร่ เพราะเขาเอาแต่ถามว่าเธอเสร็จหรือยัง ทำให้อึนซูโมโหบอกว่าไม่ต้องมาเฝ้าก็ได้ (ก็นั่นสิ มันจะมาเฝ้าทำไม กลัวหายเรอะ)

ด้วยความที่ห้องมันเล็กทั้งสองคนเลยต้องยืนใกล้กัน ต่างคนต่างตะลึงกับความใกล้ชิดนี้ ยองบอกให้เธอนอน เขาจะเฝ้าอยู่หน้าประตู เขานั่งลงและได้ยินอึนซูถามว่ายังไม่นอนใช่มั้ย เธอก็นอนไม่หลับเพราะเหมือนมาออกค่าย เธอเล่าว่าคนบนสวรรค์เวลาไปออกค่ายแบบนี้จะเล่นเกมพูดความจริงกัน ก็คือไม่ว่าถามอะไรก็ต้องพูดแต่ความจริง ยองบอกว่าเขาไม่ชอบโกหกอยู่แล้วมันน่ารำคาญ

อึนซูถามว่าหากเราไปที่ประตูสวรรค์ แล้วประตูเปิด เธอคงต้องกลับไป เขาจะอยู่ที่นี่ได้ใช่มั้ย (ไม่เป็นไรใช่มั้ย) เพราะเขาคงขาดหมอประจำตัว ยองตอบว่า เขาคงอยู่ไม่ได้ อึนซูตอบว่าเธอก็เหมือนกัน เพราะเธอคงคิดถึงทุกคน ทั้งพระราชา พระมเหสี วูดาลชิ และยอง ซึ่งเธอต้องคิดถึงมากแน่ๆ เธอคงรู้สึกว่ามันเป็นความฝัน

ในขณะนั้นเองยองได้แต่ลูบเงาของเธอที่ทาบอยู่บนประตู




อึนซูถามว่ามีอะไรที่เขาอยากรู้เกี่ยวกับเธอมั้ย ยองตอบว่า ไม่ เขารู้มากเกินไปแล้ว

ด๊อกฮึงมาหาชอยซังกุง และให้เธอดูปึกกระดาษ เขาบอกว่ากระดาษมันหนามากทำให้แยกออกจากกันลำบาก คนที่ใช้จึงต้องแตะน้ำลายกับนิ้วเพื่อจะดึงมันออกจากกัน บังเอิญว่าบนกระดาษนี่มีพิษ และพิษจะซึมเข้าสู่ร่างกายแล้วทำให้คนๆ นั้นล้มป่วยลง และบังเอิญว่านี่เป็นกระดาษที่คุณหมอใช้คัดลอกไดอารี่ในวันนั้น ดังนั้นขอแค่บอกเขามาว่าเธออยู่ไหน เขาจะเอายาถอนพิษไปให้เธอเอง




ยองได้ยินเสียงร้องของอึนซูจึงเข้าไปดู เขาคิดว่าเธอฝันร้ายอีกจึงพยายามปลุกเธอ แต่ปรากฏว่าเธอกำลังถูกพิษเล่นงาน ยองประคองอึนซูไว้ในอ้อมแขนอย่างตกใจ...





มาถึงตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วกับความรู้สึกในใจที่ยองกับอึนซูมีให้กัน อึนซูเป็นห่วงยอง คอยปกป้องและดูแลเขา ในใจของเธอตอนนี้เริ่มรู้สึกผูกพันกับโครยอมากขึ้นทุกที จนเธอคิดว่าสามารถอยู่ที่นี่ได้ ในขณะที่ยองคอยจับจ้องเธอทุกฝีก้าว รับรู้ทุกอริยาบทของเธอ สายตาของเขาที่คอยมองเธอตลอดเวลาคงบอกได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะฉากที่ยองลูบเงาของอึนซูบนประตู ทำให้เรารับรู้ได้ถึงความรักของยองที่เขาเก็บซ่อนมันไว้ในใจเป็นอย่างดี
ในตอนนี้ด๊อกฮึงเริ่มแสดงเจตนาของเขาแล้วว่า จริงๆ แล้วเขาต้องการบัลลังก์ แต่ไม่ต้องการคีชอล และที่สำคัญตอนนี้เขายังต้องการอึนซูด้วย ดิฉันคิดว่าเขาไม่รู้ว่าอึนซูสำคัญยังไง แต่ที่แน่ๆ เมื่อคีชอลต้องการเธอ เธอต้องสำคัญแน่ แต่ถึงแม้เขาจะวางยาอึนซู ดิฉันไม่คิดว่าชอยซังกุงจะยอมบอกง่ายๆ ว่าอึนซูอยู่ไหน หรือเธออาจไม่รู้จริงๆ เพราะยองไม่ได้บอกไว้ และยาพิษนี้ต่อให้ร้ายแรงแค่ไหน ดิฉันคิดว่าจางบินกับด๊อกกีน่าจะช่วยได้ เพราะพวกเขาเชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพร โดยเฉพาะด๊อกกีที่รู้จักสมุนไพรทุกชนิดบนโลกนี้

สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นก็คือถ่วงเวลาการกลับของอึนซูให้นานออกไปอีก เพราะมันน่าจะยังไม่ถึงเวลาที่เธอจะกลับไป อย่างเช่นที่หมอดูคนนั้นทำนายไว้ว่าเธอจะหายไป 1 ปี ทำให้ดิฉันนึกย้อนกลับไปถึงประวัติของท่านชอยยอง ว่ามันมีช่วงเวลาที่เขาต้องออกจากวังไป และไปดูแลชาวบ้าน ช่วยเรื่องการเกษตรจนกระทั่งชาวบ้านอยู่ดีกินดี ทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษของผู้คน มันน่าจะเป็นช่วงเวลานี้ก่อนที่เขาจะกลับไปปราบกบฏโจอิลชิน

ส่วนเรื่องราวจะดำเนินต่อไปยังไง คงต้องรอติดตามใน Faith ตอนที่ 15 สัปดาห์หน้านะคะ



Photo Credit : Dramabeans


ไม่มีความคิดเห็น: