วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

The Mid-Autumn Festival / 中秋节 / เทศกาลไหว้พระจันทร์


The Mid-Autumn Festival ( 中秋节), also known as the Moon Festival or Mooncake Festival or Zhongqiu Festival, is a popular lunar harvest festival celebrated by Chinese and Vietnamese people. A description of the festival first appeared in Rites of Zhou, a written collection of rituals of the Western Zhou Dynasty from 3,000 years ago. The celebration became popular during the early Tang Dynasty. The festival is held on the 15th day of the eighth month in the Chinese calendar, which is in September or early October in the Gregorian calendar, close to the autumnal equinox. The Government of the People's Republic of China listed the festival as an "intangible cultural heritage" in 2006, and it was made a Chinese public holiday in 2008. It is also a public holiday in Taiwan.






วันก่อนพูดถึงเทศกาลชูซ็อกของเกาหลีไปแล้วนะคะ วันนี้ขอพูดถึงของจีนบ้างค่ะ กับ “เทศกาลไหว้พระจันทร์” ที่เรารู้จักคุ้นเคยกันดี

เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นเทศกาลของชาวจีนโดยปกติจะมีขึ้นในวันเพ็ญ เดือน 8 (เดือนกันยายน หรือตุลาคม) เทศกาลนี้จัดขึ้นกลางฤดูใบไม้ร่วงจึงเรียกว่า "จงชิว" (Zhong Qiu) แปลว่า "กลางฤดูใบไม้ร่วง" เพื่อระลึกถึงเทพธิดาแห่งพระจันทร์ ซึ่งเชื่อกันว่าถือกำเนิดขึ้นในวันนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับต้นกำเนิดของเทศกาลนี้ยังคงไม่เป็นที่ปรากฏแน่ชัด บ้างก็ว่าจักรพรรดิ์วูแห่งราชวงศ์ฮั่นเป็นผู้ริเริ่มการฉลองเพื่อกราบไว้พระจันทร์เป็นเวลา 3 วันในฤดูใบไม้ร่วงนี้ แต่หลายคนก็แย้งว่า ความจริงแล้วเทศกาลนี้เกิดขึ้นในราวปี พ.ศ. 1911 ในช่วงมองโกลยึดครองจีน (ราชวงศ์หยวน)  ขนมเค้กที่ทำขึ้นก็เพื่อซุกซ่อนข้อความลับของพวกกบฏที่มีถึงประชาชนทั่วทั้งประเทศให้มาชุมนุมกันครั้งใหญ่ในเดือน 8 นี้ ทหารมองโกลไม่ได้ระแวงถึงจุดประสงค์ของพวกกบฏ เพราะคิดว่าขนมเค้กเหล่านั้นเป็นการทำตามประเพณีดั้งเดิมของชาวจีน ด้วยเหตุนี้ในคืนนั้นเองทหารมองโกลจึงถูกปราบเสียราบคาบหลังจากที่ราชวงศ์ใหม่ คือราชวงศ์หมิงได้ถูกจัดตั้งขึ้น  แล้ว ประเพณีนี้ก็ถือปฏิบัติกันมาจนถึงทุกวันนี้





นอกจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เหล่านี้แล้ว ก็ยังมีนิทานและตำนานอีกหลายเรื่อง หนึ่งในจำนวนนี้ก็คือเรื่องเกี่ยวกับนางเซียงง้อ (บ้างก็เรียกฉางเอ๋อ) ซึ่งเป็นหญิงที่มีความงดงามมาก นางเป็นภรรยาของขุนนางจีนท่านหนึ่ง (บางตำนานก็ว่าเป็นภรรยาของนักแม่นธนู ที่ยิงดวงอาทิตย์ดับ 9 ดวงเหลือไว้เพียงดวงเดียว) หลังจากที่นางทานยาวิเศษเข้าไป นางก็เหาะขึ้นไปอยู่บนพระจันทร์ภายหลังนางกลายเป็นอมตะหลังจากที่ได้ดื่มน้ำอมฤตของเทพธิดาองค์หนึ่งบนสวรรค์ กล่าวกันว่านางจันทรเทพธิดามีน้ำใจเมตตาเอื้ออารีมาก พอถึงฤดูกาลเพาะปลูกนางก็จะประพรมน้ำอมฤตลงมาบนพื้นโลกและนี่ก็นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่ชาวไร่ชาวนาทั้งมวล เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อนางจันทรเทพธิดาชาวนาจึงทำขนมโก๋จากแป้งข้าวเจ้าเพื่อสักการะนางในคืนวันเพ็ญเดือน 8 เนื่องจากว่าโดยปกติประเพณีต่าง ๆ ของชาวจีนจะเกี่ยวของกับการทำอาหารพิเศษ ๆ เพื่อเป็นเครื่องสักการะในวันนั้น

ในประเทศไทย ศิลปะการทำขนมเค้กแบบชาวจีนนี้ถูกนำเข้ามาเผยแพร่โดยชาวจีนอพยพมากกว่า 100 ปีมาแล้ว ขนมไหว้พระจันทร์ของจีนแต่เดิมนั้นมีส่วนประกอบ เช่น ถั่วแดง ลูกนัทจีน 5 ชนิด และ เมล็ดบัว เป็นต้น ในประเทศไทยก็มีส่วนประกอบที่แตกต่างออกไป เช่น การรวมเอาทุเรียน ลูกเกาลัดและลูกพลับเข้าไว้ด้วย เครื่องปรุงที่เพิ่มเข้ามาก็อาจจะรวมเอาเมล็ดบัว ไข่แดงเค็ม และเมล็ดแตงโมด้วย เป็นที่น่าสังเกตว่า โดยปกติแล้วพิธีนี้จะให้สตรีเป็นผู้ทำเพราะว่าคนเชื่อกันว่าพระจันทร์มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแนบแน่นกับเทพเจ้าสตรีเรื่อยมา ดังนั้น จึงมีการบูชาด้วยแป้งและเครื่องสำอางด้วยเพราะหวังว่าการทำเช่นนี้จะนำมาซึ่งความสวยงามและผิวงามแก่สมาชิกในครอบครัว





วันไหว้พระจันทร์ถือว่าเป็นวันหยุดสำคัญของคนจีน การเฉลิมฉลองในวันนี้มักประกอบไปด้วย การชมจันทร์ กินขนมไหว้พระจันทร์ ประดับโคมไฟ รูปที่นิยมใช้เป็นสัญลักษณ์ในเทศกาลนี้คือรูปเทพธิดาฉางเอ๋อกับกระต่ายหยก

ในปี 2012 นี้ วันไหว้พระจันทร์ตรงกับวันที่ 30 ก.ย.



Special Thanks to wikipedia.org

ไม่มีความคิดเห็น: