วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Review Faith (신의) EP 22






FAITH ตอนที่ 22...ชายสวมหมวกบุกเข้ามาหาอึนซูถึงในค่ายของวูดาลชิ โชคดีที่แทมันตรงเข้ามาขวาง (โชคดีที่ยองทิ้งคนไว้คุ้มครองอึนซูบ้าง) และเป่านกหวีดส่งสัญญาณให้ทุกคนรู้ อึนซูพยายามจะปกป้องหม้อยาแต่มันตกพื้นจนแตก แทมันพยายามลากอึนซูหนีไปเพราะเขาสู้ชายคนนั้นไม่ได้ คำสั่งของเขาคือพาเธอหนีให้เร็วที่สุด ชายสวมหมวกหยิบเครื่องมือแพทย์ของอึนซูไป

คงมินพบกับโนกุ๊กก่อนไป เขาบอกว่าอยากฆ่าด๊อกฮึงหลายต่อหลายครั้ง และไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ (ปล่อยด๊อกฮึงไป) โนกุ๊กบอกว่าเธอเข้าใจ คงมินบอกว่าเขาอาจกลับช้าหน่อย โนกุ๊กบอกว่าจะรอเขา อึนซูร้องไห้อย่างหนัก ชอยซังกุงเข้ามาปลอบเธอ (เชื่อแล้วว่าเธอเป็นคนตระกูลชอย เพราะท่าทางปลอบคนไม่เป็นนี่แหละ) พวกเธอกลับเข้าไปในห้อง อึนซูเห็นว่ายาถอนพิษถูกทำลายหมดแล้ว ชอยซังกุงหยิบผ้าของแมฮีขึ้นมา อึนซูถามว่ายองเป็นยังไงบ้างหลังจากที่เธอคนนั้นตายไป เธอบอกว่ายาที่เธอทำไว้ถูกทำลายหมดแล้ว เธอคงต้องเริ่มทำมันใหม่ แต่คงไม่มีเวลาพอก่อนที่ประตูจะเปิด ถ้าเธออยู่ที่นี่ เธออาจจะตาย ถ้าเธอตายไป ยองจะเป็นยังไง? ท่านอาถามว่าเธอคิดจะอยู่ที่นี่งั้นหรือ? อึนซูตอบว่าถ้าเธอไปแบบนี้ เธอคงได้แต่คิดเหมือนคนบ้าทุกวันว่าเขาจะเป็นยังไง ชอยซังกุงบอกให้อึนซูถามยองตรงๆ




ซอนยูมอบจดหมายแต่งตั้งด๊อกฮึงเป็นพระราชาให้กับคีชอล คีชอลถามว่าเขาไม่ใช่คนโครยอหรือไง ทำไมถึงทำแบบนี้ ซอนยูตอบว่าเขาเคยเป็น ในอดีตตอนที่เขายังมีความหวังอยู่ แต่เมื่อเห็นประเทศล่มสลายไปทุกวัน เขาจึงเลิกหวัง และคิดว่าให้หยวนมาปกครองจะดีกว่า หลังจากนั้นซอนยูก็เปิดนาฬิกาพกของเขาดู (เดี๋ยวนะ สมัยนั้นมีนาฬิกาพกใช้แล้วหรือ?????)

คงมินกับยองและวูดาลชิมาถึงที่นัดประชุมกับด๊อกฮึง เขาถามยองว่าได้บอกลาอึนซูหรือยัง ยองตอบว่าเขาตั้งใจจะกลับไป เขาจึงไม่บอกลาเธอ (ฝ่าบาทมินิ ไหงพูดแบบนี้ อยากตายก็ตายไปคนเดียวเลย ไม่ต้องมาชวนยอง) ด๊อกฮึงบอกว่าหยวนแต่งตั้งเขาเป็นพระราชาแล้ว คงมินบอกว่าเขาจะให้ขุนนางเลือกกษัตริย์ด้วยตัวเอง ด๊อกฮึงออกไป ยองและวูดาลชิเข้าสู้กับทหารของคีชอล





สภาขุนนางกำลังถกเถียงกันว่าจะส่งกำลังไปช่วยคงมินดีหรือไม่เพราะพวกเขาเกรงกลัวหยวน โนกุ๊กเข้ามา เธอมีตราและราชโองการ และมอบการตัดสินใจให้กับสภาขุนนาง ยองพยายามจะพาคงมินหนีไป แต่เขาไม่ยอมหนี ยืนยันที่จะรอทหารจากวังที่อยู่ภายใต้คำสั่งของสภาขุนนาง (เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเลือกคงมิน)

อานแจและทหารได้แต่รอคำสั่งอย่างกระวนกระวายเพราะต้องการออกไปช่วยคงมินและยอง วูดาลชิพาคงมินล่าถอยกลับเข้าห้อง ทิ้งให้ยองรับมือกับทหารของคีชอลที่ดาหน้าเข้ามาไม่ขาดสาย มือของยองเริ่มสั่นอีกครั้ง เขาจึงต้องสู้ด้วยมือซ้ายที่เหลืออยู่ เขาทำดาบหล่น ยังดีที่ดอลแบเข้ามาช่วยไว้ทัน แต่มันก็ทำให้เขาตกใจกับอาการของหัวหน้าของเขา ยองบอกคงมินว่ามีทหารกำลังมาอีก 900 นาย คราวนี้เขาอาจปกป้องคงมินไม่ได้ แต่คงมินเถียงว่าเราต้องเข้มแข็ง หากเขาจะทำสงคราม เขาก็ต้องการการสนับสนุนจากขุนนางของเขา ยองจึงต้องสู้ต่อไป ( ถึงตรงนี้สงสารยองที่สุด ความภักดีของเขาบางทีมันก็มากเกินไป ดิฉันเคืองที่คงมินใช้ชีวิตคนมาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจงรักภักดีที่มีต่อเขา เข้าใจดีที่เขาต้องการให้ขุนนางสนับสนุนเขา แต่การทำแบบนี้ทำให้ยองต้องเสี่ยงชีวิต ถ้าเขาตายไปมันจะคุ้มกันมั้ย??? )





อึนซูนั่งอยู่ในห้องและเจอขวดแอสไพรินของเธอที่ยองเก็บไว้ เธอถามแทมันว่าวูดาลชิอันตรายแค่ไหนกับสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ แต่แทมันเชื่อมั่นในหัวหน้าของเขา อึนซูคิดว่า การมีชีวิตอยู่ที่นี่ก็เป็นแบบนี้ เขาต้องใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด ยองยังคงยืนหยัดสู้กับทหารของคีชอลที่ดาหน้าเข้ามา

ลูกน้องของคีชอลเข้าไปช่วยฮวาซูอินและอึมจาออกจากคุก ขุนนางยังคงเถียงกันอยู่ โนกุ๊กทนไม่ไหวจึงบอกให้พวกเขาตัดสินใจซะทีว่าจะช่วยคงมินหรือทอดทิ้งเขา ให้พวกเขามีความกล้าสักนิดที่จะตัดสินใจอะไรสักอย่าง ในที่สุดพวกเขาตัดสินใจส่งกำลังทหารไปช่วยคงมิน เมื่อด๊อกฮึงรู้ข่าว เขาจึงรีบหนี

อานแจมาถึงและพบศพทหารเกลื่อนกลาดอยู่รอบตัวยอง ยองมอบหน้าที่ต่อให้อานแจ ส่วนเขาจะไปตามล่าด๊อกฮึง แต่ด๊อกฮึงหนีรอดไปได้





วูดาลชิกลับมาถึงที่ค่าย อึนซูเดินตามยองเข้ามาในห้อง เขาไม่ยอมสบตาเธอและเดินไปเพื่อเปลี่ยนเสื้อ อึนซูจะเข้าไปช่วยเขาถอดเสื้อเกราะ เขารีบบอกว่า นี่ไม่ใช่เลือดของเขา เธอบอกว่าเธอรู้แล้ว ( ยองคงไม่อยากให้อึนซูเห็นเขาในสภาพนี้ ปีศาจร้ายที่ตัวเต็มไปด้วยเลือด ) อึนซูโอบกอดเขาไว้ทั้งๆ ที่ตัวเขาเปื้อนเลือด (เมื่อก่อนเธอเคยรังเกียจเวลาเขาฆ่าคน )

คงมินนั่งคุยกับโนกุ๊ก เขาบอกว่าเขารู้ดีว่าทำให้ยองลำบาก (รู้ตัวก็ดีแล้ว) ซอนยูบอกให้ด๊อกฮึงหนีไป และสั่งให้คนของเขากำจัดเครื่องมือแพทย์ของอึนซูซะ ด๊อกฮึงไปหาคีชอลและบอกว่าจะบอกที่ซ่อนสมบัติของฮวาตะให้เขารู้ ด๊อกฮึงพูดถึงกลักฟิล์มที่อึนซูได้มาจากสวรรค์ ทำให้คีชอลมีความหวังขึ้นมาทันทีว่าอึนซูมาจากสวรรค์จริงๆ ด๊อกฮึงบอกว่าเขาเผาไดอารี่ทิ้งแล้วแต่ของอย่างอื่นยังอยู่





อึนซูตรวจอาการที่มือของยองอีกครั้งแต่ไม่พบอะไรผิดปกติ เธอจึงไปหยิบดาบของเขาที่เขาขว้างทิ้งตอนเข้ามา อึนซูถามว่าดาบนี้เป็นของอาจารย์เขาใช่มั้ย ยองตอบว่าใช่ เขาเอื้อมมือโอบไปรอบตัวเธอและจับดาบไว้พร้อมๆ กับเธอ เขาบอกว่าดาบเล่มนี้ไม่เคยเปื้อนเลือด (เลือดไม่ติดดาบ) แต่เมื่อวานเขาเห็นมันเปื้อนเลือด เวลาชักออกมาจะไม่มีเสียง และเจิดจ้าแม้อยู่ในที่มืด อึนซูบอกว่าเธอเคยแทงเขาด้วยดาบเล่มนี้ เขาบอกว่าอาจารย์เขาก็เคยถูกแทงด้วยดาบเล่มนี้ อึนซูบอกว่าเขาคงทำใจไม่ได้ที่เสียอาจารย์ไป เขาจึงเอาแต่นอนเพื่อจะได้พบกับเขาในฝัน ยองบอกว่าใช่ในตอนแรก แต่ต่อมาอาจารย์ก็ไม่มาหาเขาอีกแม้เขาจะเฝ้ารอ

อึนซูถามว่าเขาจะยังนอนแบบนั้นต่อไปใช่มั้ยหากไม่ได้พบกับเธอ เขาบอกว่าเขาก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงหากไม่ได้พบกับเธอ เขามองดูดาบแล้วบอกว่ามันไม่ยอมฆ่าคนที่ควรฆ่า (หมายถึงด๊อกฮึง) แต่กลับฆ่าคนที่น่าเวทนา




หลังประชุมคงมินเรียกยองไว้และถามว่าประตูจะเปิดเมื่อไหร่ เขาบอกว่าอีก 14 วัน คงมินบอกให้ยองอยู่กับอึนซูให้มากๆ เพราะเขารู้มาว่าเธอไม่มียาถอนพิษแล้ว (แปลว่าเธอต้องกลับไปไม่งั้นก็ตาย) ยองตกใจที่ได้รู้เรื่องนี้ แทมันบอกว่าอึนซูร้องไห้อย่างหนักเขาเลยทำอะไรไม่ถูก ชอยซังกุงบอกเขาว่าอึนซูเป็นห่วงแต่ว่ายองจะเป็นยังไงหากเธอตายไป

ยองไปหาซอนยูและถามหาด๊อกฮึง ซอนยูบอกว่าป่านนี้เขาคงไปถึงหยวนแล้ว ซอนยูบอกว่าเขารู้ว่าอึนซูมาจากอีกโลกหนึ่งจริงๆ เขารู้ว่าเธอถูกยาพิษและไม่มียาถอนพิษ ดังนั้นเขาจะปล่อยเธอไปเพราะเธอต้องตายอยู่ดี และเตือนยองว่าหากเขาอยู่กับเธอ เธออาจทำให้เขาตายก็ได้ และเตือนให้เขาระวังด๊อกฮึง เขาบอกว่าเขาบอกได้เท่านี้ในฐานะที่เป็นคนโครยอด้วยกัน

ยองกลับมาที่ห้องแต่ไม่พบอึนซู เขาเห็นหม้อยาว่างเปล่าจึงล้มโต๊ะด้วยความโกรธ (ชอบล้มโต๊ะเป็นที่สุด ที่บ้านคุณพี่มีโต๊ะเยอะนักหรือไง)




อึนซูไปตรวจอาการโนกุ๊กและเอาสบู่ที่เธอทำเองไปให้ โนกุ๊กถามว่าเธอจะมาลาใช่มั้ย อึนซูบอกว่าเธอจะตอบคำถามโนกุ๊กเรื่องที่เธอจะอยู่กับคงมินได้นานมั้ย อึนซูบอกว่าคนเราอยู่ด้วยกันได้ไม่นาน ไม่ถึงร้อยปี ดังนั้นต้องใช้เวลาทุกวันให้คุ้มค่า รักกันและกันให้มากๆ

ยองมาถึงและดึงมืออึนซูไป เขาถามว่าทำไมเธอถึงไม่บอกเขาเรื่องยา เธอบอกว่าวูดาลชิปกป้องเธอได้ และยาเธอก็ทำขึ้นมาใหม่ได้ ยองถามว่าเธอจะทำมันได้ทันเวลาหรือ ยองบอกว่าคราวนี้เขายอมผิดคำพูด เขาเห็นแก่ตัวที่ขอให้เธออยู่กับเขา เขาไม่มีทางปกป้องเธอได้ เขาขอถอนคำพูดที่อยากให้เธออยู่กับเขา

คีชอลเริ่มฝันหวานว่าจะได้ไปสวรรค์ (อีกแล้ว) เขาจะไปเอาสมบัติของฮวาตะและต้องการตัวอึนซูด้วย ที่ต้องทำก็คือใช้ยองล่อเธอออกมา ฮวาซูอินอาสาจัดการกับยองเอง อึมจาสงสัยว่าทำไมคีชอลถึงปักใจกับอึนซูนักหนา




อึนซูนั่งนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาที่ยองคอยปกป้องเธอมาตลอด ชุงซ็อกเดินเข้ามาหาเธอ เขาบอกว่าหากเธออยู่กับยองแล้วอึดอัด เขาจะหาห้องใหม่ให้เธอเอง เขารู้ว่าหัวหน้าคงไม่ยอมยกเตียงให้เธอนอนแน่ๆ ( กรรมล่ะ หัวหน้าหวงเตียง )

อึนซูกลับไปที่ห้องและเจอยองยืนเป็นรูปปั้นอยู่ในนั้น (ใครเอารูปปั้นมาวางไว้กลางห้อง) เขาบอกว่าเราจะไปกันพรุ่งนี้เช้าเลย แต่อึนซูบอกว่าเธอจะทำยาใหม่และจะอยู่ที่นี่ เธอจะอยู่ที่นี่ จะอยู่เคียงข้างเขา เธอรู้ดีว่าเธออาจต้องตาย ตายต่อหน้าเขา หากเป็นแบบนั้นเธอขอแค่ให้เขากอดเธอไว้จนวินาทีสุดท้าย อย่าทิ้งเธอไว้คนเดียว

ยองผลุนผลันออกไป เขาหยุดอยู่หน้าห้องและร้องไห้

ยองกลับเข้ามาอีกครั้ง เขาสั่งให้เธอเก็บของ ต่อให้เขาต้องแบกเธอไปเขาก็จะพาเธอไปส่งที่ประตูสวรรค์ เธอถามว่าแล้วหลังจากนั้นเธอจะเป็นยังไง เขาเคยคิดบ้างมั้ย เขาบอกว่าเธอจะรอด อึนซูตอบว่า ใช่ เธอจะรอด เธอจะมีชีวิตอยู่ในห้องของเธอ ได้พบกับคนที่เธอไม่คุ้นเคย ใช้ชีวิตแบบไร้ความหมายไปวันๆ เวลาที่เธอเรียกหาเขาก็จะไม่มีเสียงขานรับอีก ตื่นขึ้นมาในแต่ละวันเหมือนคนที่ตายไปแล้ว เขารู้มั้ยว่าชีวิตแบบนี้มันเป็นยังไง เพราะเขาเองก็ต้องอยู่แบบนั้นเช่นกัน

แต่ยองบอกว่าในวันที่เธอจะตาย เขาอาจไม่ได้อยู่ข้างเธอก็ได้ แทนที่เขาจะได้อยู่ดูใจผู้หญิงของเขา เขาอาจต้องวิ่งไปฆ่าคน แล้วเขาจะปกป้องเธอได้ยังไง? เธอจะขอให้เขาอยู่เคียงข้างเธอได้ยังไง? แล้วจู่ๆ มือของยองก็เริ่มสั่นอีก คราวนี้อึนซูเห็นกับตา เธอจับมันขึ้นมากุมไว้แนบอกของเธอและร้องไห้





ช่างเป็นความรักที่บีบคั้นจิตใจจริงๆ กับคน 2 คนที่รักกันมากมาย แต่ไม่ว่าอยู่ด้วยกันหรือแยกจากกันไปก็มีแต่จะทำให้เจ็บปวดใจทั้งนั้น พวกเขาคงต้องเลือกว่าจะเจ็บปวดแบบไหน อึนซูอยู่ที่นี่ อยู่เคียงข้างคนที่เธอรัก พยายามทำยาถอนพิษ และรอคอยปาฏิหาริย์ หรือจากกันไปโดยที่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้พบกันอีกมั้ย ต่างคนอาจต้องอยู่ด้วยความทรงจำที่มีให้กันและกัน และหวังว่าอีกฝ่ายจะอยู่อย่างสุขสบายดี

แต่ในความรักจำเป็นต้องมี “ศรัทธา” หวังว่ายองจะมีศรัทธาและเชื่อมั่นว่าความรักของเขาจะช่วยให้ฝ่าฟันทุกอย่างไปได้

เรื่องราวความรักแสนคับแค้นใจของพวกเขาจะจบลงยังไง คงต้องติดตามกันต่อในสัปดาห์หน้ากับ 2 ตอนที่เหลือนะคะ...May the “FAITH” be with you ^^



Photo Credit : Dramabeans

7 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอให้ความหวังของคุณหมอเป็นจริง (ขอร้องล่ะค่ะคุณซงจีนา)
ขอบคุณคุณโรสมากค่ะ T_T ยังร้องไม่เลิกเลยตั้งกะคืนวันอังคารมาแล้ว ถ้าจบแบบไม่สวยคงร้องฉลองปีใหม่แน่ๆ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ดูตอนที่ 22 ไปร้องไห้ไปกับตอนที่อึนซูหมดหวังกับการทำยาถอนพิษเพราะทำยาถอนพิษต้องทดลองและใช้เวลาในการทำ (ไม่แน่ทดลองไม่สำเร็จ อาจจะกินแบบมั่วๆๆก็ได้ 555) ร้องไห้ได้น่าสงสารมากๆๆ

กับยองถ้าอึนซูตายก็ไม่รู้ว่ายองจะอยู่ในสภาพไหนเหมือนกัน เพราะในตอนนี้เท่าที่ดูแล้วอึนซูค่อนข้างสำคัญมากๆสำหรับเค้า ถ้าเกิดอึนซูเป็นอะไรไป คาดว่ายองคงโทษตัวเองและคงหมดอาลัยตายอยากไปอีกรอบ (แล้วแบบนี้จะเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ในตำนานได้ไงเนี่ย)

หวังว่าคุณซงจีนา คงไม่ทำร้ายจิตใจคนดูจนเกินไปน้า

ขอบคุณสำหรับรีวิวสนุกๆๆคะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ตอนที่23หวังว่าคุณซงจีนาจะเขียนว่าสิ่งที่ฮวาตะทิ้งไว้คือสูตรยาถอนพิษของอึนซูเพื่อที่เธอจะได้ทำยาถอนพิษให้ตัวเองและอยู่กับแทจังของเธอ หวังว่าคุณซงจีนาจะไม่ทำลายความหวังนี้นะค่ะให้สมกับชื่อของซีรี่ย์เรื่องนี้ คือ Faith นะค่ะ

Madame Rose K กล่าวว่า...

ไม่แน่นะคะ อาจเป็นบัตรเครดิตก็ได้ ให้อึนซูวิ่งไปรูดปรี๊ดซื้อยาที่ร้านแล้วก็รีบวิ่งกลับไปโครยอค่ะ น่าจะทันอยู่

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เห็นด้วยค่ะ หวังว่าซงจีนาจะไม่ทำลาย faith ที่เรามีต่อเธอ ไม่งั้น...(เตรียมซื้อพริก เกลือ)

ขอบคุณ คุณโรสสำหรับรีวิวนะคะ เข้ามาได้ทุกวัน วันละหลายเวลา

pach กล่าวว่า...

สนุกมากๆค่ะ ชอบทุกตอนเลยนะคะ ขอบคุณroseนะคะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

นาฬิกาของซอนยูน่าจะเป็นของอึนซูที่มาทิ้งไว้ครั้งก่อนที่บรรพบุรุษของซอนยูเก็บไว้แต่คิดได้ยังไงสั่งลูกหลานให้ฆ่าหมอเพราะไปรักษาคนไม่ดี