วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Cut Scenes “FAITH” 신의 EP24





CR : icesiren @soompi.com

ฉากที่หายไป...ชอยยองคุยกับด๊อกมานและชุงซ็อกเรื่องที่คีชอลหนีไป เขาถามว่าอึมจากับฮวาซูอินหนีไปเมื่อไหร่ และทำไมพวกเขาถึงไปโดยไม่สนใจคีชอล แล้วชอยยองก็ตระหนักว่าพวกเขามาที่นี่เพื่ออึนซูต่างหาก ชอยยองรีบลุกขึ้น นั่นเป็นตอนที่แทมันวิ่งมาบอกเขาว่าอึนซูหายไป

ชอยยองนั่งอยู่ข้างๆ ศพของดอลแบ รอบๆ คือร่างไร้วิญญาณของวูดาลชิ ทุกร่างถูกคลุมด้วยผ้าขาว ชอยซังกุงยืนอยู่ข้างชอยยอง ชอยยองวางมือลงบนบ่าของดอลแบ และกล่าวลาเขาในใจ เขาเลื่อนผ้าขาวมาคลุมหน้าดอลแบ (อย่างน้อยดอลแบคงภูมิใจและดีใจที่ได้สละชีพเพื่อหัวหน้าที่เขารัก และหัวหน้าเป็นคนส่งเขาไปสู่สุคติ และถ้าคุณสังเกตเห็นตอนฉากสุดท้าย ในอีก 5 ปีต่อมา ด๊อกมานเลือกทวนของดอลแบเป็นอาวุธคู่กายของเขา อาจเพื่อรำลึกถึงเพื่อนรักคนนี้ )





และที่จริงฉากที่ชอยยองกับชอยซังกุงคุยกันตอนที่ชอยยองจะไปตามหาอึนซูเกิดขึ้นตรงนี้ไม่ใช่ในห้องของเขา เมื่อเขาไปแล้ว วูดาลชิทุกคนได้แต่มองตามหลังเขาไปอย่างเศร้าสร้อย

บทสนทนาระหว่างคงมินและชอยยองที่จริงแล้วเกิดขึ้นในห้องของชอยยอง ชอยยองกลับไปที่ห้องและมองไปรอบๆ ห้องที่เละเทะอย่างโกรธแค้น บนโต๊ะมีขวดแอสไพรินวางอยู่ เขาหยิบมันขึ้นมาแล้วยัดไว้ในอกเสื้อ เขาเดินตรงไปที่เตียงที่ยังมีรอยยับย่นจากการนอนของอึนซู เขาลูบมือไปบนนั้น เมื่อกี้เธอยังอยู่ตรงนี้ เขาคิดว่าเป็นเพราะเขาไม่อาจอยู่ข้างกายเธอ ความรู้สึกของเขาแทบจะระเบิดออกมาด้วยความคับแค้น เขาหันไปและเห็นคงมินยืนอยู่ตรงนั้น ( อีกครั้งที่เป็นเพราะคงมิน ทำให้ชอยยองไม่สามารถปกป้องผู้หญิงที่เขารักได้ )




ตอนที่ชอยยองเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม เขาต้องพยายามสะกดอารมณ์ไว้ เขากวาดตามองไปทั่วร้าน เมื่อเห็นข้อความ “ข้าไม่เป็นไร” ที่อึนซูเขียนทิ้งไว้ให้ เขาแตะมือลงไปบนนั้น ราวกับว่าเธอยืนอยู่ตรงนั้นและบอกกับเขาว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ชอยยองอยากจะร้องไห้

ชอยยองอยู่บนหลังม้า เขากำลังไล่ตามอึนซู เจ้าของร้านขายยาชี้มือไปทางหนึ่ง ชอยยองควบม้าไปตามเส้นทางนั้น (เห็นได้ชัดว่านี่คือเครือข่ายของซูริบัง CIA แห่งโครยอ )

เมื่อชอยยองไปถึงโรงเตี๊ยมที่อึนซูอยู่ อึมจากับยางซานั่งอยู่ พวกเขาได้ยินเสียงเคาะประตู เจ้าของร้านตะโกนบอกว่า “ร้านเราปิดแล้ว” เสียงเคาะเงียบไป อึมจามองไปที่ประตูอย่างระแวง เขาเห็นประกายไฟแลบอยู่ด้านนอกแล้วประตูก็ถูกพังเข้ามา การต่อสู้ระหว่างชอยยองกับอึมจาและยางซาจึงเริ่มขึ้น




ฉากหลังการต่อสู้ถูกปรับเปลี่ยน ที่จริงอึนซูต้องเดินเข้ามาหาชอยยองหลังจากที่เขาแทงอึมจา ชอยยองจ้องมองเธอแล้วรีบกวาดสายตามองหาคีชอล หลังจากที่เขาเปิดประตูที่คีชอลใช้หนีออกไป เขาจึงหันมาหาอึนซู เขาอ้าปากแต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา อึนซูเดินเข้าไปยืนตรงหน้าเขา เขามองสำรวจเธอทั่วตัว แล้วปัดผมให้เธอด้วยมือที่สั่นเทา ใจของเขายังสั่นด้วยความหวาดหวั่นตอนที่ถามเธอว่าจะอยู่กับเขาได้มั้ย เมื่อได้คำตอบจากเธอ เขาจึงทิ้งดาบ ดึงเธอเข้ามา และจูบเธอ นี่เป็นสิ่งที่เขาต้องการและรอคอยมาแสนนาน

บทสนทนาระหว่างชอยยองและอึนซูบนเตียง ดาบของชอยยองวางอยู่ใกล้ๆ กับเตียง ทั้งสองคนนอนอยู่บนเตียงด้วยกัน อึนซูนอนหลับตา ชอยยองมองมาที่อึนซู เขาใช้แขนตัวเองรองศีรษะของเขาไว้ เขามองเธอด้วยความขอบคุณที่เธอยังมีชีวิตอยู่ อึนซูรู้ว่าเขาจ้องมองอยู่ เธอจึงยิ้มทั้งๆ ที่หลับตา ตอนที่อึนซูลากนิ้วไปบนใบหน้าของเขา เธอทำด้วยความรู้สึกที่ว่า “คนๆ นี้หน้าตาเป็นแบบนี้...”

ที่ต้นไม้เป็นเวลาแห่งความสุขของอึนซูและชอยยอง อึนซูขี่ม้าตามหลังชอยยอง สายตาของพวกเขาประสานกัน ส่งยิ้มให้กัน จนกระทั่งชอยยองสัมผัสบางอย่างได้ เขามองไปรอบๆ และเห็นคีชอล เขาส่งบังเหียนให้อึนซูช่วยจับไว้และชักดาบออกมา




ฉากต่อสู้ระหว่างชอยยองและคีชอลถูกปรับเปลี่ยน ชอยยองบอกให้อึนซูถอยไป “เดี๋ยวนี้เลย” (นี่กลายเป็นรหัสถอยระหว่างยองกับอึนซูไปแล้ว เพราะทุกครั้งที่เขาพูดว่า “เดี๋ยวนี้เลย” แปลว่าอึนซูต้องหลบหรือหนีไปอยู่ข้างหลังเขา ) อึนซูก้มลง ดาบของคีชอลตวัดผ่านศีรษะเธอไป ชอยยองคว้าตัวคีชอลจากด้านหลังซึ่งเป็นตอนที่คีชอลยึดมือของเขาไว้และแผ่พลังน้ำแข็งใส่เขา ชอยยองพยายามขยับหนีแต่ทำไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าพลังของคีชอลทำร้ายเขาอย่างสาหัส อึนซูพยายามจะเข้ามาใกล้เพื่อช่วยเขา แต่ชอยยองพยายามพูดอย่างยากลำบากว่า “อย่าเข้ามา” หลังจากที่ชอยยองกับคีชอลล้มลง อึนซูวิ่งเข้าไปหาชอยยองและพยุงเขานอนลง เธอยังไม่ได้ร้องไห้ ด้วยความเป็นหมอ เธอตรวจร่างกายของเขาก่อน เธอรีบจับชีพจรของเขา อุณหภูมิในร่างของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นช้าลง ลมหายใจแผ่วลง ชอยยองมองอึนซู อึนซูเริ่มร้องไห้และลงมือทำซีพีอาร์ (ที่รักถูกแช่แข็ง)





ในฉากจบ อึนซูกลับไปที่โครยออีกครั้ง ตอนที่เธอเดินเข้าไปในร้านเหล้า เธอดึงหมวกให้หลุบต่ำลงเพื่อปิดบังใบหน้าและเลือกนั่งโต๊ะตรงมุมห้อง เธอสั่งอาหารด้วยสำนวนแบบชาวโครยอ เห็นได้ชัดว่าเธอเริ่มคุ้นเคยกับการพูดแบบคนโบราณ ตอนที่อึนซูแอบฟังด๊อกมาน แทมัน และชุงซ็อกคุยกัน น้ำตาของเธอเริ่มคลอ โดยเฉพาะเมื่อได้ยินพวกเขาเอ่ยถึงชอยยอง อึนซุลุกขึ้นยืน กระเป๋าที่อยู่บนตักของเธอหล่นลงบนพื้น อึนซูรีบเดินออกไป ชุงซ็อกมองไปทางประตูและเห็นผู้หญิงสวมหมวกคนหนึ่งรีบเดินออกไป...(ตรงนี้ชุงซ็อกน่าจะรู้แล้วว่าเป็นอึนซูที่กลับมา เพราะเขาน่าจะได้เห็นกระเป๋าของเธอที่ตกอยู่ และนี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ว่าอึนซูต้องพกกระเป๋าใบนั้นติดตัวตลอดเวลา ดังนั้นไม่ว่าใครเห็นกระเป๋าใบนี้ย่อมรู้ว่านี่เป็นเธอ )

อึนซูเดินไปตามทางที่ไปสู่ประตูสวรรค์ เธอเดินเร็วขึ้นและเร็วขึ้นจนเกือบสะดุดล้ม เธอมองเห็นต้นไม้ต้นที่ครั้งล่าสุดชอยยองนอนหมดลมหายใจอยู่ ใจหนึ่งก็หวาดกลัว ใจหนึ่งก็โหยหา เธอจึงเดินตรงไปที่ต้นไม้ต้นนั้น แต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น สถานที่ที่อึนซูฝังขวดแอสไพรินไว้กับดอกเก็กฮวย ตอนนี้ปกคลุมไปด้วยดอกเก๊กฮวย อึนซูเดินตรงเข้าไปแล้วก็หยุด ราวกับมีสัญญาณบางอย่าง เธอหันกลับมา ห่างออกไปเธอเห็นชอยยองจ้องมองเธออย่างไม่เชื่อสายตา อึนซูถอดหมวกออก ชอยยองมองอึนซูอย่างตกตะลึง เขาพึมพำเรียกเธอ “อิมจา” พวกเขาได้แต่ยืนมองกันและกันอยู่แบบนั้น




บทส่งท้าย...เป็นฉากเหตุการณ์ที่ผ่านมา เริ่มด้วยชอยยองนำขบวนพระราชากลับมาจากหยวนท่ามกลางสายฝน ชอยยองสวมเสื้อคลุมสีดำ ใบหน้าแหงนเงยมองท้องฟ้า แล้วตัดมาที่ฉากที่ชอยยองนอนอยู่บนทุ่งหญ้าใต้ต้นไม้ราวกับคนที่หมดลมหายใจแล้ว ฝนตกลงมาทีละหยดๆ เสียงของอึนซูบอกว่าเธอชอบช่วงเวลาก่อนที่ฝนจะตก แขนของชอยยองเริ่มขยับอยู่บนดงดอกเก๊กฮวย ชอยยองลืมตาขึ้นและค่อยๆ หันศีรษะไป มีบางอย่างอยู่กลางดงดอกไม้ ชอยยองปัดดอกไม้ออกแล้วเห็นขวดแอสไพรินถูกฝังอยู่ เขาดึงมันขึ้นจากดิน เราเริ่มได้ยินเสียงหัวใจของชอยยองเต้น เริ่มต้นอย่างช้าๆ เบาๆ แล้วเริ่มเร็วขึ้น

ชอยยองพินิจขวดในมือ ถึงแม้จะมีตะไคร่ปกคลุมและดูเก่า แต่มันคือขวดแอสไพรินอย่างแน่นอน มืออีกข้างของชอยยองล้วงเข้าไปในอกเสื้อของเขา และหยิบขวกแอสไพรินของเขาออกมา เขาเอามันมาเทียบกัน ตอนนี้หัวใจของเขาเต้นเป็นปกติแล้ว ฝนเริ่มพร่างพรมลงมา ชอยยองยิ้ม เขารอดตายแล้ว

อึนซูเดินตรงเข้าไปหาชอยยอง แล้ววิ่งตรงไปหาเขา ชอยยองอ้าแขนออกต้อนรับเธอ ถึงแม้จะไม่อยากเชื่อกับปาฏิหาริย์ครั้งนี้ แต่อึนซูโผเข้าสู่อ้อมแขนของชอยยอง ชอยยองโอบกอดเธอไว้แนบแน่น...




ในที่สุด “ศรัทธา” ที่ทั้งสองคนมีให้แก่กันก็นำพาพวกเขาให้ได้กลับมาเจอกัน ชอยยองที่เชื่อว่าอึนซูจะต้องกลับมาหาเขา เขาจึงต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป อึนซูที่เชื่อว่าชอยยองจะต้องมีชีวิตอยู่ เธอจึงเฝ้าตามหาเขาแทนที่จะตัดใจและกลับไปใช้ชีวิตตามเดิมของเธอ  และท่านชอยยองจึงได้มีภรรยาสองคน (ที่เป็นคนเดียวกัน) ตรงตามประวัติศาสตร์ด้วยเหตุผลเช่นนี้นี่เอง

และคุณคงได้เห็นแล้วว่าซงจีนาได้วางพล็อตเรื่องทุกอย่างไว้ตั้งแต่ต้นจบ สัญลักษณ์ทุกอย่างถูกนำมาใช้อย่างเชื่อมโยงกัน ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้าตั้งแต่ในตำนานเชื่อมโยงมาถึงวันที่ชอยยองต้องเดินทางผ่านประตูมิติ หรือแม้แต่สายฝนที่ตกลงมาในฉากแรกและฉากสุดท้ายก่อนที่ชอยยองจะฟื้น (พอดีฉากนี้หายไป คุณก็เลยงงกัน) ทุกอย่างถูกวางไว้อย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ใส่ไว้อย่างนั้นเอง

และซงจีนาเกาะติดกับธีมของเรื่องแบบไม่มีหลุดเลยทีเดียว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบล้วนเกิดด้วย “ศรัทธา” ไม่ว่าจะเป็นศรัทธาที่ผู้คนเชื่อในตำนานของฮวาตะ ศรัทธาที่ชอยยองมีต่อหน้าที่ของเขา ศรัทธาที่โนกุ๊กมีต่อชอยยองมาตลอดตั้งแต่ต้น ศรัทธาที่อึนซูมีต่อชีวิต เธอไม่ยอมให้ใครตายต่อหน้า และไม่ยอมปล่อยให้ชีวิตหมดไปวันๆ และที่สำคัญก็คือศรัทธาที่ชอยยองกับอึนซูมีให้กัน และดิฉันหวังว่า “ศรัทธา” (FAITH) จะอยู่ในใจของทุกคนตลอดไปค่ะ



7 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เสียดายยยยฉากจูบ 555555 จริงๆๆน่าจะเพิ่มตอนไปเลยดีกว่าเพื่อให้เรื่องสมบูรณ์กว่านี้ แต่ละฉากเนี่ยเสียดายยยย
อ่านแล้วคิดถึง 2 คนนี้จริงๆๆ

ขอบคุณสำหรับบทความที่สนุกๆๆนะคะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

โธ่ ถ้าใส่ทุกอย่างลงใน drama. คงจะสนุกสุด perfect. ไม่ค้างๆคาหัวใจนะคะ ขอบคุณคุณโรสมากนะคะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เห็นด้วยกับ ทั้งสองท่านเลยค่ะ ไหนๆคู่นี้ก็ทรหดกันมาเป็นหลายร้อยปีแล้ว คุณคิมน่าจะจบให้ลงไปในใจผู้ชมสุดๆ กว่านี้นะคะ เพราะมีฉากซาบซึ้งน้อยอยู่แล้ว แถมท่านแทจังก็แสนจะทื่อ แต่ยังไม่เข้าใจว่าคุณโรส นับอย่างไรว่าอึนซู เป็นภรรยาคนที่ 2 (แต่คนเดียวกัน) ขออีกนิดสิคะ ขอบคุณคุณโรสมากมายตามเคยค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เพราะคุณโรส ทำให้มีคนรักมิน และ Faith มากมาย ขอบคุณจริงๆค่ะ

Dunkindonuts Kumsuri กล่าวว่า...

ชอบมากมายฟินกับคู่นี้ เสียดายฉากที่ถูกตัด

Dunkindonuts Kumsuri กล่าวว่า...

สนุกน่ะค่ะ ดู2รอบแล้ว

Dunkindonuts Kumsuri กล่าวว่า...

ลีมินโฮ ลีมินโฮ