วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Q&A with Writer Song Ji-Na – Part V





CR : sia3 @soompi.com


Q : ยังมีแง่มุมอื่นของชอยยองที่คุณอยากนำเสนอในละครอีกมั้ย?

A : ฉันอยากให้ผู้ชมได้เห็นด้านที่มีความสุข ที่น่ารัก และร่าเริงของเขา แต่น่าแปลกที่พอฉันเขียนบทแบบนั้นออกมาทีไร มักถูกตัดทิ้งตอนถ่ายทำทุกที ดูเหมือนว่าผู้กำกับจะไม่ชอบให้เขาเป็นแบบนี้ หลังจากนั้นฉันก็เลยละความพยายามค่ะ (ไม่เป็นไร ออนนี่ จัดเต็มในฉบับนิยายเลย ใครก็มาห้ามเราไม่ได้ )

Q : คุณเคยพูดไว้ว่าคุณศึกษาเกี่ยวกับลีมินโฮค่อนข้างเยอะเมื่อเขาได้รับเลือกให้รับบทชอยยอง เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วชอยยองที่ถูกลีมินโฮสร้างขึ้นมาตั้งแต่แรกเริ่มจนกระทั่งจบ คุณพอใจกับการตัดสินใจของคุณหรือไม่?

A : บอกตามตรงนะคะ แทนที่จะเรียกว่าพอใจ ขอเรียกว่าความกังวลมากกว่า ในใจของฉันเคยคิดว่าดาราหนุ่มคนนี้จะสามารถพัฒนาตัวละครตามลำดับที่ฉันวางไว้ให้กับชอยยองหรือเปล่า แต่ตอนนี้น่ะหรือคะ? ฉันคิดว่าถ้าไม่ใช่ลีมินโฮ มันจะเป็นยังไงนะ?

(ทั้งซงจีนาและดิฉัน รวมทั้งพวกคุณด้วย คงมีความรู้สึกไม่ต่างกัน ที่รู้สึกทึ่งกับความสามารถในการแสดงของลีมินโฮ เพราะตอนนี้ในสายตาของเราชอยยองก็คือลีมินโฮ และลีมินโฮก็คือชอยยอง บทนี้เป็นของเขาจริงๆ ค่ะ )





Q : ทำไมองค์ชายด๊อกฮึงต้องเผาไดอารี่? เราคิดว่าเขาไม่ควรเผามันทิ้ง อย่างน้อยน่าจะเก็บไว้บ้าง เราอยากรู้ว่าในไดอารี่เขียนอะไรไว้

A : ด๊อกฮึงเป็นคนประเภทที่ต้องมีไพ่ตายไว้ในมือเพื่อต่อรอง เพราะเขารู้ว่าไดอารี่มีความสำคัญ ถ้ามันถูกแย่งไป เท่ากับเขาเสียไพ่ในมือ แทนที่จะยอมให้มันถูกใครแย่งไป เขาจึงทำลายมันซะ สำหรับข้อความในไดอารี่ก็คือ อึนซูได้เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ และฉันไม่รู้ว่าผลจะเป็นยังไง...

(ซงจีนาน่าจะหมายความว่าถ้าไดอารี่ยังอยู่ มันจะบอกเรื่องราวในอนาคต และทำให้อึนซูอาจตัดสินใจทำอะไรที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้เพื่อชอยยอง ดังนั้นผลที่จะตามมาก็สุดจะคาดเดาได้ )

Q : หน้าสุดท้ายของไดอารี่ไม่ได้ถูกเผาไปด้วย มันบอกอะไรได้บ้าง?

A : สิ่งที่เขียนไว้ในหน้าสุดท้ายก็คือข้อความที่เป็นเสียงของอึนซูในตอนที่ 24 ค่ะ

( ตอนที่เธอย้อนกลับไปเมื่อ 100 ปีก่อนสมัยของชอยยอง และเป็นฮวาตะ เธอได้เขียนไดอารี่นี้ไว้ ถ้อยคำที่เป็นเสียงพูดของเธอช่วงนั้นคือข้อความในหน้าสุดท้ายของไดอารี่ )




Q : เราชม FAITH ผ่านสายตาของชอยยองมาตลอด เมื่อเขาพูดว่า “คนๆ นั้นสำคัญสำหรับข้าที่สุด และข้าไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องความจงรักภักดี” เราอยากให้คุณช่วยอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย (เป็นตอนที่ชอยยองตอบคงมิน เมื่อถูกถามว่าระหว่างอึนซูกับประเทศชาติ เขาจะเลือกอะไร...ซึ่งคนที่ถามคำถามนี้ดูค่อนข้างจะไม่ปลื้มที่ชอยยองให้น้ำหนักกับความรักของเขามากกว่าประเทศชาติ )

A : ฉันจำได้ว่าชอยยองไม่เพียงแต่ภักดี แต่ยังมีศรัทธาในประเทศของเขา ฉันเชื่อว่าลำดับที่ถูกต้องคือสิ่งนี้ 1.ปกป้องประเทศชาติเพื่อคนที่เรารัก และ 2.มีศรัทธาในประเทศชาติ โดยส่วนตัวฉันไม่ชอบการรักชาติแบบไม่ลืมหูลืมตา และไม่ชอบการถูกบังคับให้ต้องรักชาติ ฉันไม่ต้องการให้คนอย่างชอยยองเป็นคนที่ภักดีต่อกษัตริย์แบบไร้เงื่อนไข แม้แต่กับคนอย่างพระเจ้าชุงฮเย (พี่ชายของคงมิน ที่ฆ่าอดีตหัวหน้าของยอง)

ฉันหวังให้ชอยยองเป็นนักรบแบบที่รักด้วยใจของเขาจริงๆ ยอมรับและสู้ในฐานะนักรบเพื่อปกป้องสิ่งที่เขารัก ตอนที่ชอยยองพูดประโยคนี้ เป็นเพราะเขาสับสนกับทั้งสองสิ่ง และรู้สึกว่าต้องแบกรับภาระ แต่เขาหวังที่จะเอาชนะมันให้ได้ คนที่เขารักไม่ใช่แค่ผู้หญิงคนที่อยู่ข้างกายเขา ยังรวมถึงคนที่น่าเวทนาอื่นๆ ที่เขาไม่รู้จักอีกด้วย การปกป้องคนเหล่านี้คือสิ่งสำคัญอันดับแรก แล้วความภักดีต่อชาติเพราะคนเหล่านี้จึงตามมาเป็นอันดับสอง

(หวังว่าคุณจะเข้าใจสิ่งที่ซงจีนาพยายามจะสื่อนะคะ มันก็คือเธอเห็นชอยยองเป็นวีรบุรุษที่แท้จริง ไม่ใช่คนที่รักภักดีต่อกษัตริย์อย่างไม่ลืมหูลืมตา สิ่งที่เขาแคร์จึงเป็น “คน” ไม่ใช่ประเทศหรือกษัตริย์ )





Q : ในความฝันพ่อของชอยยองมักถามว่า “เจ้าพบมันหรือยัง? เจ้าน่าจะพบมันแล้วนะ” และชอยยองถามกลับว่า “ข้าตามหาอะไรหรือ?” ตอนหลังชอยยองพูดกับพ่อของเขาในใจในตอนที่ 24 ว่า “ทำไมถึงเป็นคนๆ นั้น?” นั่นเป็นการถามว่าอึนซูคือความรักที่เขาตามหาใช่หรือไม่? และเขาพบมันแล้ว แปลว่าเขายอมรับในสิ่งที่เขาไม่เคยเชื่อใช่หรือไม่?

A : ฉันขอเรียกว่ามันแทนควาหมายของคำว่า “ข้าต้องการมีชีวิตอยู่ ข้าค้นพบสิ่งนั้นเพราะอึนซู ข้าถึงเข้าใจทุกอย่าง”

(ซงจีนาพยายามจะสื่อความหมายของการมีชีวิตอยู่ เพราะการมีชีวิตอยู่ในความหมายของแต่ละคนนั้นต่างกัน ชอยยอง เขาไม่รู้ความหมายของมันในตอนแรก เขาจึงใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ เพื่อรอวันตาย จนกระทั่งได้มาพบกับอึนซู คนที่พยายามอย่างยิ่งที่จะมีชีวิตอยู่ และใช้ชีวิตของเธออย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่หายใจทิ้งไปวันๆ ในขณะที่ชอยยองใช้ชีวิตอยู่แบบพร้อมที่จะตาย แต่อึนซูใช้ชีวิตแบบที่ “ฉันต้องอยู่ต่อไป” )




Q : ไดอารี่ถูกรวมไว้ในพล็อตตั้งแต่เริ่มวางบทหรือเปล่า? ถ้าไดอารี่ไม่มีส่วนในการดำเนินเรื่องราวความรักของพวกเขา แล้วมันมีความหมายถึงอะไร?

A : ไดอารี่เป็นวัตถุที่เชื่อมโยงเรื่องราวเข้าด้วยกัน มันช่วยบอกอะไรได้ตั้งมากมาย เราไม่อาจตัดมันทิ้งจากเนื้อเรื่องได้ ฉันควรพูดถึงไดอารี่ให้ชัดเจนหรือควรปิดบังไว้ดี หรือควรรอถึงตอนจบแล้วค่อยเปิดเผยมัน? สิ่งเหล่านี้ฉันไม่ได้ตัดสินใจไว้ก่อนค่ะ

Q : การให้อึนซูมีนามสกุลว่ายู เป็นเพราะคุณตัดสินใจไว้แล้วว่าตอนจบจะเป็นยังไงใช่มั้ย?

A : ใช่ค่ะ (ฉันเคยคิดว่าจะเฉลยเรื่องนี้ให้เร็วกว่านี้ แต่ฉันโดนดุอ่ะค่ะ)

Q : ถ้าคุณเขียนเป็นนิยายออกมา คุณเคยคิดว่าจะเขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากที่อึนซูและชอยยองได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้งหรือไม่?

A : แบบนี้น่ะหรือคะ? ให้มีบทส่งท้ายเป็นของแถมใช่มั้ย?





Q : หลังจากที่กองถ่ายได้รับบท จะมีคนที่ช่วยแก้ไขบทอีกทีเพื่อให้เข้ากับการถ่ายทำจริงหรือไม่? ถ้ามี ต้องผ่านการเห็นชอบจากคุณก่อนปรับบทใหม่หรือไม่?

A : เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงครึ่งหลัง สภาพการถ่ายทำยิ่งโหดค่ะ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะถ่ายทำละครยาวตอนละ 70 นาทีถึง 2 ตอนใน 1 สัปดาห์ แถม FAITH ยังเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ พวกเขาต้องเดินทางจากโลเกชั่นหนึ่งไปอีกโลเกชั่น เพื่อไม่ให้มีจุดบกพร่องและต้องถ่ายทำให้ตลอดรอดฝั่ง ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากๆ (ฉันขอแนะนำให้ละครเกาหลีออกอากาศแค่สัปดาห์ละ 1 ตอนค่ะ)

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนมาคอยแก้ไขบท ไม่มีเวลาขนาดนั้นค่ะ ตามความเข้าใจของฉัน ส่วนใหญ่ผู้กำกับจะเป็นคนตัดสินใจและทำให้งานสำเร็จ ถ้าพอมีเวลา ผู้ช่วยผู้กำกับจะแชตคุยกับฉันและขอเปลี่ยนบท แต่ถ้าไม่มีเวลา พวกเขาจะถ่ายทำไปก่อน ฉันจะรู้ก็ตอนที่ออกอากาศค่ะ “ฉากนั้นมันไม่มีนี่นา???”

Q : คู่รักอึนซูกับชอยยองไม่เคยไปเล่นเกมกาแบกันเลย (เกมที่เล่นกันในเทศกาลชูซ็อก) เราคิดพวกเขาน่าจะไป ยังคิดเลยว่าน่าจะมีในตอนจบ เพราะอึนซูตัดสินใจอยู่ที่โครยอแล้ว เธอคงต้องไปงานเทศกาลกับชอยยองใช่มั้ย? ถ้าคุณเขียนนิยาย คุณจะใส่ฉากนี้เข้าไปด้วยมั้ย?

A : เกมกาแบหรือคะ...แม้แต่ฉากในงานเทศกาลก็ยังไม่มีโอกาสได้ถ่ายไว้เลยค่ะ ไม่ต้องพูดถึงกาแบเลยค่ะ ถ้ามีนิยาย ฉันจะใส่ไว้ในหนังสือแน่นอนค่ะ




Q : เราดูตอนจบสองรอบแล้ว ที่ต้นไม้ พวกเขาน่าจะคุยอะไรกันหน่อย ไม่ใช่แค่ใช้สายตา...ช่วยใส่บทพูดให้พวกเขาหน่อย

A : อึนซู : ข้ามาช้าไปมั้ย?

(เจ๊แกเล่นง่ายนิ งั้นดิฉันช่วยเติมให้...ชอยยอง : ข้ารอท่านจนหนวดงอกแล้วเนี่ย !!! )


Q : นอกจากคู่ของอิมจากับคู่ของฝ่าบาท คุณชอบตัวละครอื่นอีกมั้ย?

A : แทมันค่ะ (ฉันตอบถูกใช่มั้ย?)

(ยังดีที่เจ๊ไม่มาแย่งน้องด๊อกมานกับดิฉัน ซึ่งเกือบโดนเจ๊ฆ่าตายตอนที่สู้กับคีชอล ใจหายใจคว่ำหมด เจ๊ฆ่าพี่จางบินของดิฉันยังไม่พอ กะจะฆ่าน้องด๊อกมานด้วย ฮึ่มมม...)





Q : พวกเขาแค่นอนจับมือกันเฉยๆ จริงหรือ? คุณไม่เคยคิดอยากมีฉากสวยๆ บนเตียงบ้างเลยหรือ?

A : ฉันมีแผนสำหรับเรื่องนั้นค่ะ และมากกว่านั้นด้วยค่ะ

(เจ๊ก็อาการพอๆ กับเรานะเนี่ย แต่ยังเคืองที่แทจังไม่ยอมอาบน้ำ ทีอีตาคีชอลล่ะอาบได้อาบดี มีอะไรน่าดูนักหนา )


cr: okbon for Kor-Chi translation






คิดว่าน่าจะจบจริงๆ ซะทีนะคะคราวนี้ ถึงแม้จะรู้ว่าคุณคงยังไม่หายจากพิษรัก FAITH แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้ยังไงนะคะเพราะละครจบไปแล้ว ดิฉันจะพยายามเสนอข่าวน้องมินเท่าที่ทำได้ก็แล้วกันค่ะ หรือถ้าใครอยากให้รีวิวละคร (เก่า) เรื่องอื่นๆ ของน้องมิน ก็นำเสนอกันเข้ามาได้นะคะ แต่ขออย่าให้เก่าเกินไปเพราะดิฉันคงหาต้นฉบับมาดูไม่ได้เหมือนกันค่ะ



Q&A with Writer Song Ji-Na – Part I
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/11/q-with-writer-song-ji-na.html

Q&A with Writer Song Ji-Na – Part II
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/11/q-with-writer-song-ji-na-part-ii.html

Q&A with Writer Song Ji-Na – Part III
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/11/q-with-writer-song-ji-na-part-iii.html

Q&A with Writer Song Ji-Na – Part IV
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/11/q-with-writer-song-ji-na-part-iv.html

3 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จะว่าไปหมอจางต้องตัดบทไปเพราะตาเจ็บ แบบนี้เขียนในนิยายจะให้ตายเหมือนในละครด้วยไหมเนี่ย หรือว่าจะให้เหมือนกับเจตนาเดิมที่เจ๊แกตั้งไว้น้า 5555 อยากรู้จัง

ขอบคุณคะคุณโรสสำหรับบทความที่เอาแบ่งปัน ยิ่งอ่านยิ่งคิดถึงเรื่องนี้คะ คิดถึงยองและอึนซูมากๆๆ ช่วงนี้ยังหาซีรีย์เรื่องอื่นมาดูแทนไม่ได้เลยคะ ยองกับอึนซูมันเข้าไปในกระแสเลือดไปแว้ววววว

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รักคุณโรสที่สุดเลยค่ะจะติดตามตลอดเลย ขอบคุณมากๆค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Personal Taste นะคะคุณโรส ชอบมากๆดูกี่รอบแล้วนับไม่ถ้วน แต่แทจังก็ประทับใจมากๆเช่นกันค่ะ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับท่านแทจังที่คุณโรสหามาให้นะคะ จะติดตามตลอดไปค่ะ