วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Q & A with Writer Song Ji Na - Part I


นี่เป็นการตอบคำถามของซงจีนาเกี่ยวกับบทละครเรื่อง FAITH อาจมีบางคำถามที่ตรงใจของคุณ และทำให้คุณหายคาใจได้นะคะ ข้อมูลได้มาจากบทแปลใน soompi.com ค่ะ




CR : sia3 @soompi.com

Q : อะไรคือสิ่งที่คุณเสียใจที่สุดเมื่อ FAITH จบลง? คุณมีแผนที่จะเขียนเป็นหนังสือหรือทำออกมาเป็นภาพยนตร์เพื่อให้เราได้ดูฉากที่หายไปหรือไม่?

A : เพราะฉันได้รับการสนับสนุนมากมายให้ตีพิมพ์เป็นหนังสือ ตอนนี้ฉันเลยพยายามเขียนอยู่ค่ะ เมื่อวานและวันนี้ฉันเขียนไปได้ 9 หน้าค่ะ (แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จล่ะ ออนนี่)


Q : โดยส่วนตัวเราชอบลุงมันโบ (ลุงซูริบัง) เขาหายไปไหน?

A : เขาติดธุระส่วนตัวเลยมาถ่ายต่อไม่ได้ค่ะ (ซะงั้น)


Q : ลีมินโฮเคยมาขอข้อมูลหรือมาคุยกับคุณเกี่ยวกับชอยยอง ตัวละครที่เขาแสดงหรือเปล่า?

A : เราได้เจอกัน 2-3 ครั้งก่อนเปิดกล้อง และได้คุยกันเกี่ยวกับตัวละคร ในตอนนั้นฉันเขียนบทเสร็จไปแล้ว 6-8 ตอน เขาอ่านอย่างละเอียด และพยายามสร้างบุคลิกของชอยยองขึ้นมา เพื่อปรับเปลี่ยนให้เข้ากับเขา ฉันได้ปรับบทก่อนที่เราจะเริ่มถ่ายทำ







Q : สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างแทจังกับแทมันและวูดาลชิ เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เราไม่ได้เห็นว่าเพราะเหตุใดวูดาลชิถึงเชื่อฟังและเชื่อมั่นในตัวชอยยอง ที่มันไม่ปรากฏในละครเป็นเพราะเวลาที่จำกัดใช่หรือไม่?

A : แต่เดิมฉันต้องการให้มีอยู่ในช่วงกลางของตอนที่ 1 แต่ตอนที่ 1 ตัดต่อเสร็จแล้วและพวกเขาบอกว่าเวลาไม่พอ หลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสที่จะใส่เรื่องราวพวกนี้เข้าไปได้อีก เราจึงต้องตัดออกไปเลยค่ะ


Q : ในตอนจบ สร้อยคอนั่นมีความหมายพิเศษอะไรมั้ย? (สร้อยคอที่อึนซูหยิบติดมาด้วยตอนที่กลับไปเก็บของที่โซล)

A : นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นสร้อยคอนั่นค่ะ (อ้าว ใครจับใส่มาเนี่ย คนเขียนบทยังงง)


Q : ตัวละครชอยยองถูกสร้างขึ้นมาแบบไหน?

A : ฉันเป็นคนสร้างตัวละคร เขียนสคริปต์ให้เขา ให้แนวทางกับเขา แต่คนที่สร้างตัวละครนี้ขึ้นมาคือตัวนักแสดงเอง เป็นลีมินโฮที่สร้างชอยยองขึ้นมา คุณคงต้องไปถามเขาเองค่ะ



Q : อาจารย์ของคีชอลมีข้าวของของอึนซูได้ยังไง?

A : เขาอาจขโมยมาจากใครสักคนมั้งคะ? เราตั้งใจจะใส่บทของอาจารย์ของคีชอลไว้ด้วยแต่ต้องตัดทิ้งไป (ก็เลยไม่มีที่มาที่ไปซะงั้น)






Q : ถ้าคุณต้องเลือกฉากที่สะกดอารมณ์ได้มากที่สุดใน FAITH คุณจะเลือกฉากไหน? โดยส่วนตัวเราชอบตอนที่ 7 ตอนที่อดีตพระราชา (องค์ชายคยองชาง) ดื่มยาพิษ

A : ที่จริงฉันเองก็ชอบเรื่องราวของอดีตพระราชา ฉันสะเทือนใจมากตอนที่เขียน นั่นคือเหตุผลที่บทออกมายาวเป็นพิเศษ


Q : ความทรงจำของอึนซูที่เธอเห็นชอยยองนอนอยู่บนพื้นห้องขณะที่เธอวิ่งไปหาเขาและจูบหน้าผากของเขาด้วยน้ำตา มันหมายความถึงอะไร?

A : นั่นคือส่วนหนึ่งจากประสบการณ์ของอึนซูคนในอดีต แต่อึนซูคนปัจจุบันได้เลือกแตกต่างไป ฉากนั้นจึงหายไป

***ตรงนี้เป็นไปตามทฤษฎี Butterfly Effect ซึ่งก็คือ สิ่งที่คุณตัดสินใจทำลงไปในวันนี้อาจส่งผลถึงอดีตและปัจจุบัน อย่างเช่นอึนซูที่เดินทางข้ามเวลามาหลายครั้ง แต่ละครั้งเธออาจตัดสินใจเลือกทางเดินต่างไป อย่างเช่นครั้งที่ชอยยองติดกับดัก ถ้าอึนซูไม่ตัดสินใจช่วยเขาด้วยการไปหาด๊อกฮึง ชอยยองคงจะตายอยู่ในบ้านนั้น เป็นดังภาพที่เธอเห็น แต่เมื่อเธอตัดสินใจช่วยเขา เหตุการณ์นั้นจึงไม่เกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งในละครเรื่องนี้ ทั้งในตอนที่อึนซูตัดสินใจกลับไปช่วยชอยยองตอนที่สู้กับคีชอล ตอนที่เธอตัดสินใจกลับวังไปช่วยโนกุ๊ก และครั้งสุดท้ายคือที่เธอตัดสินใจกลับไปหาชอยยองที่โครยอ ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่ทางเลือกของเธอ เพราะเธอมีทางให้เลือกเดิน 2 ทาง หากเธอเลือกเดินเส้นทาง A เส้นทาง B ก็จะถูกลบหายไป***






Q : ตั้งแต่เริ่มแรกคุณตั้งใจให้คู่ของชอยยองกับอึนซูและจางบินเป็นเรื่องรักสามเส้าหรือไม่?

A : ไม่ค่ะ แต่ฉันคิดจะให้มีความอิจฉาริษยากันนิดหน่อย


Q : ดอกไม้สีเหลือง (Aster) ปรากฏขึ้นในละครหลายครั้ง ทำไมถึงต้องเป็นดอกนี้ทั้งๆ ที่มีดอกไม้ตั้งมากมาย?

A : ฉันไม่ได้คิดอะไรมากเรื่องดอกไม้ แต่โดยความหมาย Aster แทนคำว่า “ความศรัทธา” ไม่ใช่หรือคะ


Q : ตอนที่ชอยยองพบกับอึนซูครั้งแรก เขารักและจดจำเธอได้ทันทีเลยหรือไม่?

A : ยังไม่ใช่ความรู้สึก “รัก” แต่เธอทำให้เขาสนใจค่ะ


Q : มีการถ่ายฉากจูบไว้ในตอนจบด้วยหรือไม่? เราอยากรู้จริงๆ

A : ถ้ามีจริง ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องตัดมันออกนี่คะ จริงมั้ย?


Q : จากบทพูดของชอยยอง คุณคิดว่าตอนไหนคือบทที่ดีที่สุด?

A : หากข้าสามารถมีท่านอยู่เคียงข้าง มันจะเป็นแบบนั้นชั่วชีวิต ไม่ใช่แค่วันนี้หรือเพียงไม่กี่วัน


Q : ในตอนที่ 1 หมอดูทำนายว่าอึนซูจะต้องเดินทางไกล 1 ปี นั่นหมายความว่าในปี 1250 ใช่มั้ย?

A : ปีที่คงมินขึ้นครองราชย์ในโครยอคือปี 1250 นั่นถือได้ว่าคือ 1 ปี แต่หมอดูคนนั้นไม่เก่งเท่าไหร่ คุณไม่ควรเชื่อเขามากเกินไป (เล่นกันแบบนี้เลย ดิฉันคิดว่าเธอคงหมายถึง 1 ปีในโครยอ ไม่ใช่ 1 ปีในโลกปัจจุบันค่ะ อย่างที่ดิฉันเขียนไว้ในบทส่งท้ายว่า ตามที่ดิฉันเห็น อึนซูจากไปแค่แป๊บเดียวในยุคของเรา แต่เธออาจอยู่ที่โครยอนานถึง 1 ปีก็เป็นไปได้ค่ะ )





Q : ตอนเริ่มแรกคุณตั้งใจให้เรื่องราวดำเนินไปแบบไหน?

A : มันคงยาวเกินกว่าจะตอบตรงนี้ได้ หวังว่าถ้ามีหนังสือออกมาจริง เมื่อนั้นคุณจะได้รู้ค่ะ


Q : ตอนที่คุณตั้งชื่ออึนซูว่า ยูอึนซู คุณได้ไอเดียมาจากชื่อภรรยาของแม่ทัพชอยยองใช่มั้ย? (แม่ทัพชอยยองตัวจริงมีภรรยานามสกุลว่ายู)

A : ใช่เลยค่ะ


Q : เราอยากรู้เกี่ยวกับสมบัติชิ้นที่ 3 ของฮวาตะ มีเหตุผลอะไรมั้ยที่มันต้องมาปรากฏในตอนสุดท้าย และทำไมมันถึงต้องเป็นเครื่องมินิโปรเจคเตอร์?

A : ไม่ใช่ว่าต้องเป็นมินิโปรเจคเตอร์ค่ะ เราต้องการแค่ภาพของพ่อแม่ของเธอ

***ตรงนี้ดิฉันเข้าใจว่าสมบัติชิ้นที่ 3 จะเป็นการยืนยันกับอึนซูว่า ฮวาตะที่คีชอลพูดถึงคือตัวเธอเอง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอยังคาใจมาตลอดว่าคนที่เขียนไดอารี่หรือฮวาตะคนนี้เป็นใคร แม้เธอจะได้รับจดหมายในกลักฟิล์มที่บอกว่าเป็นเธอ แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจ จนกระทั่งได้เห็นของชิ้นที่ 3***


Q : ไม่รู้ว่าเราควรถามเรื่องนี้มั้ย แต่ฉากที่ถูกตัดออกไประหว่างถ่ายทำเพราะเวลามีจำกัดหรือด้วยเหตุผลบางอย่าง มันมีการถ่ายทำเก็บไว้หรือไม่? หรือว่ามันถูกตัดออก?

 A : มันเป็นเรื่องยากมากระหว่างถ่ายทำ แต่เหตุผลหลักคือบทของฉันที่ออกมาช้า เพื่อให้เป็นไปตามบทที่ฉันเขียนไว้ บางครั้งอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนระหว่างถ่ายทำ ฉันมักได้รับโทรศัพท์บอกว่าฉากนี้ยากเกินไปที่จะถ่ายทำ จึงอาจต้องมีการตัดต่อนิดหน่อย ในส่วนที่ปรับเปลี่ยนไปฉันเองก็ไม่รู้ค่ะ ฉันจะรู้ก็ตอนที่มันฉายทางทีวีแล้ว


Q : สำหรับบทตอนจบ มีความแตกต่างมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับบทที่คุณตั้งใจไว้แต่แรกเริ่ม? เวลาที่จำกัดทำให้มีบางส่วนที่ไม่เป็นไปตามบทที่ตั้งใจไว้หรือไม่?

A : บทตอนจบถูกวางไว้แล้วตั้งแต่ฉันเขียนตอนที่ 1 ตอนที่ถ่ายทำฉากแรก ฉันยังขอให้ถ่ายทำบางฉากของตอนที่ 24 ไปด้วย แต่ดูเหมือนพวกเขาไม่ได้ถ่ายทำไว้ พวกเขาบอกว่าไม่มีเวลา และจะมาถ่ายทำมันทีหลัง

Q : ที่ชอยยองรักษาตัวเองจนหายและรอคอยอึนซูเป็นเพราะเขาสัญญาไว้กับอึนซูว่าเขาจะอยู่อย่างสุขสบายดี (เมื่อเธอไปแล้ว) ใช่หรือไม่?

A : ไม่ใช่ค่ะ ขวดแอสไพรินที่เขาพบคือข้อความสำคัญ (แล้วเหตุใดพี่คิมถึงตัดออกล่ะเจ้าคะ) มันทำให้เขามีความหวังที่จะอยู่ต่อไป มันเป็นข้อความที่มีความหมายว่า “ข้ายังมีชีวิตอยู่ ท่านต้องกลับมาหาข้านะ”

***ตรงนี้เราตีความตรงกันค่ะ เพราะดิฉันก็คิดว่าเจ้าขวดแอสไพรินนี้เป็นตัวยืนยันให้ชอยยองเชื่อว่าอึนซูจะสามารถกลับมาหาเขาได้จริง เพราะขวดแบบนี้เขาเชื่อว่ามีเพียงอึนซูที่เป็นเจ้าของ (ที่จริงมีเยอะเลยที่โลกของเรา) ดังนั้นแปลว่าเธอต้องสามารถเดินทางไปมาได้อย่างที่เธอเคยบอกไว้ว่าหากเธอกลับไป ก็จะหาทางกลับมาหาเขาอีกจนได้ เหมือนที่เธอเคยทำมาแล้ว เจ้าขวดนี้ถึงได้มาตกอยู่แถวนี้ได้ ดังนั้นชอยยองจึงรอคอยอึนซูด้วยความเชื่อว่าเธอจะต้องกลับมาหาเขาสักวันหนึ่ง และถ้าใน Director’s Cut ไม่มีฉากนี้ พี่คิมคะ เราคงต้องคุยกันยาวแน่ๆ คุณพี่จะเป็นศพต่อไปต่อจากอีตาด๊อกฮึง***


ขอเพิ่มเติมอีกนิดนึงค่ะ...พอดีมีคนสงสัยว่าด้วยเหตุผลกลใดคีชอลถึงไม่สามารถผ่านประตูมิติได้ แต่ทำไมชอยยองผ่านไปได้  ข้อนี้เคยมีคนถามซงจีนา และเธอตอบว่า เป็นเพราะคีชอลขาด "ศรัทธา" (ทุกอย่างเกี่ยวกับชื่อเรื่องล้วนๆ ค่ะ)  เพราะคีชอลนั้นไม่สนใจหรอกว่าที่ที่จะไปนั้นเป็นสวรรค์หรือนรก ขอแค่ให้ได้ไปยังสถานที่ที่เขาคิดว่ามีอะไรให้เขามากกว่าที่เขามีอยู่ตอนนี้เท่านั้นเองค่ะ โพรงที่อยู่ในใจของเขาก็คือความโลภของเขานั่นเอง  ต่างกับชอยยองที่ข้ามไปด้วยความเชื่อและมุ่งมั่นที่จะหาหมอมารักษาพระมเหสี  นี่คือความแตกต่างระหว่างชอยยองกับคีชอลค่ะ

7 ความคิดเห็น:

kangnaka กล่าวว่า...

เจ้ซง...แกกวนดีเนอะ แต่ก็กระจ่างแล้วหายคาใจได้นิสหนึ่ง ขอบคุณคุณโรสค่ะ

kangnaka กล่าวว่า...

ขอบคุณ คุณโรสค่ะ กระจ่างแจ่มแจ้งค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากค่ะ. หนังเรื่องนี้ต้องใช้องค์ประกอบหลายอย่างถึงจะมันสุดๆ ดูหนังแล้วอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่คุณโรสด้วย ขอบคุณตลอดเวลา 3 เดือนที่กรุณาให้ข้อมูลมาตลอดนะคะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอขอบคุณคุณโรสอย่างสุดซึ้งเลยค่ะทุกอย่าง กระจ่างหมดเลย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณคะคุณโรส สำหรับคำแปลบทสัมภาษณ์ น่าจะมีความหวังสำหรับแฟนๆๆ faith ที่จะได้อ่านฉบับนิยาย แต่ในไทยเนี่ย จะมีใครมาพิมพ์ไหมน้า 5555 ถ้ามีจริงๆๆ ต้องไปซื้อเก็บไว้แน่ๆๆ หวังดีวีดีคงมี director cut หลายๆๆฉากหน่อยน้า

ขอบคุณสำหรับทุกๆๆบทความคะ อ่านแล้วสนุกทุกๆๆอันเลยคะ

Patchamon Watin กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ สำหรับข้อมูลต่างๆลงไว้ จะติดตามต่อไปนะคะ ยังไงถ้ามีข่าวเรื่องหนังสือเรื่อง Faith วางจำหน่ายเมื่อไหร่รบกวนแจ้งข่าวบ้างนะคะ อยากได้มากๆๆๆ ^^

Patcharaporn Kummaneelert กล่าวว่า...

ขอบคุณมากมายจากใจจริงนะค่ะคุณโรส ถ้าตีพิมพ์ออกมา คงต้องหาเก็บไว้สักเล่มนึงจริงๆ ซะแล้วค่ะ ถ้ามีวางจำหน่าย รบกวนแจ้งข่าวสารด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ ^v^