วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Review Cut Scene “FAITH” - Part II






CR : icesiren, adnana, sia3, maja, rian77 @soompi.com



ตอนที่ 15 – เมื่อชอยยองรู้ว่าอึนซูโดนพิษ จางบินเป็นคนที่เตือนให้ชอยยองหยิบดาบก่อนที่จะแล่นไปหาด๊อกฮึง ในตอนนั้นชอยยองสติแตกจนลืมแม้กระทั่งดาบคู่กายของเขา ดิฉันคิดว่านี่เป็นสัญญาณแรกเรื่องดาบของชอยยอง เพราะเขาทิ้งดาบของเขาเป็นครั้งแรกในชีวิต ระหว่างอึนซูกับดาบ เขาเลือกอึนซูก่อน

ในตอนที่อึนซูนั่งดื่มเหล้ากับจางบินและพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกของเธอ ในสคริปต์มีชอยยองอยู่ด้วย...แบบนี้ค่ะ...

อึนซู – เรื่องแบบนี้ควรพูดคุยก่อนข้าจะเมา แต่ข้าไม่มีคนๆ นั้น ไม่มีจริงๆ

จางบิน – ค่อยๆ ดื่มนะ

อึนซู – (เมาแล้ว) ข้าก็คบผู้ชายนะ พยายามที่จะชอบพวกเขา แต่ใจของข้าไม่เคยเปิดรับพวกเขา

(ชอยยองอยู่ที่ประตู เขาได้ยินสิ่งที่อึนซูพูด)

อึนซู – ใจของข้าพยายามเข้าไปใกล้ แล้วมันก็หยุด แล้วมันก็หยุดอีกครั้ง มันกลับกลายเป็นเย็นชา มันน่ารำคาญนะ แล้วข้าก็ปิดประตู และซ่อนตัวอีกครั้ง

(ชอยยองเขยิบเข้าใกล้ประตูและเห็นอึนซู)

อึนซู – ความรู้สึกมันบอกตั้งแต่แรก ว่าคนๆ นี้ไม่ใช่ แม้แต่ตอนที่ได้พบกับชอยยอง มันก็เป็นแบบนี้

(ชอยยองตกใจที่ได้ยินชื่อตัวเอง เขาคิดจะผละไป แต่ขาไม่ยอมก้าว)

อึนซู – ข้าคอยตั้งกำแพง อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามานะ

(ชอยยองรู้สึกเจ็บปวด)

 อึนซู – ไม่ใช่เพราะข้ารู้ว่าข้าต้องจากไปสักวันนะ จางซอนแซงนิม (หมอจาง)

(ชอยยองหันมามองอึนซู)

อึนซู – มันก็แค่ใจของข้าไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน บางครั้งข้าก็รู้สึกคุ้นเคย ข้าโหยหาจนแทบจะทนไม่ไหว ข้ารู้สึกแบบนั้น แต่คนๆ นั้น...เขาไม่น่าจะใช่คนๆ นั้น (เธอหมายถึงชอยยองไม่น่าจะเป็นคนที่ใช่สำหรับเธอ)

(ชอยยองผละจากไปเงียบๆ อึนซูยังพูดต่อไป)

อึนซู – แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ข้าหันไป เขาจะอยู่ตรงนั้น คอยมองดูข้าอยู่ แม้แต่เวลาที่ข้าไม่เห็นเขา ถ้าข้าถามออกไปว่าเขาอยู่ตรงนั้นมั้ย เขาจะตอบกลับมาเสมอว่า “ข้าอยู่นี่” (อึนซูเช็ดน้ำตา) ข้าคงเมาแล้ว ข้าไปนอนดีกว่า (อึนซูมองกระดาษจากไดอารี่ที่วางอยู่ข้างๆ ) ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร (คนที่เขียนไดอารี่) ทำไมถึงเขียนจดหมายนี้ถึงข้า และข้าไม่รู้จริงๆ ว่า “คนๆ นั้น” ที่ท่านพูดถึงคือใคร

ชอยยองได้ยินสิ่งที่อึนซูระบายให้จางบินฟัง แต่เขายังฟังไม่จบ เขาจากไปก่อนที่จะได้ยินเธอระบายความรู้สึกที่มีต่อเขาให้จางบินฟัง เขาได้ยินแค่ว่าเธอพยายามจะผลักไสเขาออกจากใจของเธอ นั่นคือเหตุผลที่เขาพูดกับแทมันเมื่อแทมันถามถึงอึนซู “นางไม่มีความคิด...คนๆ นั้นไม่มีหัวใจ” เขาหมายถึงเธอไม่มีหัวใจให้กับเขา




ตอนที่ 17 – ตอนที่ชอยยองพาอึนซูไปแอบ หลังจากที่เธอพยายามทำตัวเป็นนักสืบเข้าไปค้นหาของในห้องของด๊อกฮึง หลังจากที่เธอบอกเขาว่าเธออยากแน่ใจว่าเขาจะอยู่ทางนี้อย่างสุขสบายดี ชอยยองลืมตัวและเขยิบเข้าใกล้เธอ แต่เขาต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณจากด้านนอก






ตอนที่ 18 – หลังจากชอยยองจูบอึนซูแล้ว (ต่อหน้าธารกำนัล) สายตาของชอยยองและอึนซูไม่คลาดจากกันเลย เหมือนโลกนี้มีเขาสองคนเท่านั้น ไม่ว่าชอยยองพูดหรือทำอะไรสายตาของเขาก็จับจ้องอยู่แต่อึนซู คอยดูปฏิกิริยาของเธอ ดูว่าเธอโอเคมั้ยกับสิ่งที่เขาทำไป ส่วนอึนซูก็จับจ้องอยู่แต่ชอยยองราวกับว่าเธอไม่เห็นคนอื่นอีกแล้วนอกจากเขา

ในฉากที่ชอยยองวิ่งมาหาอึนซูและกอดเธอไว้ เขาจับจ้องอยู่แบบนั้นราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเธอกลับมาอยู่ข้างเขาแล้วจริงๆ แม้แต่ตอนที่เธอถามว่าเขาไม่ต้องไปหาคงมินหรือ เขาก็ยังนิ่งอึ้งไปนาน และหันมามองเธออยู่แบบนั้นเหมือนไม่อยากจะจากไปเลย

และฉากที่เธอขยี้ผม ที่จริงอึนซูต้องมีเครื่องประดับผมและมันกำลังจะหลุด ชอยยองพยายามจะจับมันคืนที่ให้แต่เธอไม่ยอมอยู่นิ่งๆ เขาจึงจับเธอไปนั่งหน้ากระจกและยัดหวีใส่มือเธอ ระหว่างที่อึนซูหวีผมให้ตัวเองอยู่นั้น ชอยยองยืนอยู่ด้านหลังและจัดเครื่องประดับผมให้เธอ เขาจึงเห็นผ้าพันแผลบนข้อมือเธอ

และฉากที่ถูกตัดออกคือตอนที่ชอยยองคุยกับจางบินว่าเขาไม่มีโอกาสไปเอายาแก้พิษจากด๊อกฮึง ซึ่งจางบินบอกว่าดีแล้ว เพราะเราจะเชื่อใจด๊อกฮึงได้หรือไง??? และชอยยองควรเป็นคนที่เห็นคนที่มาทิ้งจดหมายไว้ให้อึนซู แต่พอถ่ายทำจริงกลับกลายเป็นคนที่โรงหมอที่เจอจดหมายนี้




ตอนที่ 19 – เมื่อชอยยองพบโนกุ๊กระหว่างทางที่จะไปเข้าเฝ้าคงมิน เขาคำนับเธอยาวนานกว่าที่เคย เหมือนจะเป็นการบอกลาเพราะนั่นคือตอนที่เขาตัดสินใจจะพาอึนซูหนีไป

ตอนที่ชอยยองคุยกับชอยซังกุง เมื่อเธอบอกเขาว่าทางหยวนต้องการประหารอึนซู ชอยยองถามว่าคงมินจะเป็นยังไงหากไม่สามารถส่งตัวอึนซูให้หยวนได้ แต่แล้วเขาก็ถอดผ้าคาดศีรษะออกและบอกว่า “คนเลวอย่างข้าไม่มีสิทธิ์ถามถึงพระราชา” เพราะเขาตัดสินใจละทิ้งคงมินและบ้านเมืองเพื่อผู้หญิงคนหนึ่ง (ผ้าคาดศีรษะเป็นสัญลักษณ์ของวูดาลชิ แปลว่าเขาตัดสินใจเลิกเป็นวูดาลชิเพื่ออึนซู )

ตอนที่เดินอยู่ในป่า อึนซูแอบเห็บใบหน้าเศร้าสร้อยของชอยยอง (เพราะต้องทิ้งคงมินและลูกน้องมา) เธอจึงหยิบใบไม้มาและพยายามจะทัดหูเขา แต่ชอยยองคว้ามือเธอไว้และเดินต่อไปโดยจับมือเธอไว้ ตอนที่เธอแกล้งล้อเขาเรื่องวิธีการพูดของเขา ชอยยองดึงเธอมาจูบที่ผม เธอซุกตัวกับอ้อมอกของเขา เขากอดเธอไว้ แต่สายตาเหม่อมองไปทางพระราชวัง

ตอนที่ดื่มเหล้ากันอยู่ในร้าน ชอยยองขยับดาบมาอยู่ตรงหน้าเพราะรู้สึกได้ถึงอันตรายรอบตัว




ตอนที่ 20 – ตอนที่ชอยยองกับอึนซูเถียงกันเรื่องกลับวังไปช่วยโนกุ๊ก ที่ชอยยองเถียงสู้ไม่ได้เพราะเขาไม่คุ้นกับการทะเลาะกับผู้หญิง และตอนที่ไปช่วยโนกุ๊ก ตามบทจางบินต้องอยู่ด้วย เขาคือคนที่เข้าไปรับโนกุ๊กตอนที่เธอเป็นลมไป และช่วยรักษาเธอเบื้องต้น (คิดว่าฟิลลิปคงจะเริ่มเจ็บตั้งแต่ตอนนั้น เขาเลยหายไป ทำให้ชอยยองต้องรับหน้าที่แบกพระมเหสีแทน )

ในฉากที่ชอยยองเลื่อนตัวมาบังอึนซูและจับมือเธอไว้จากด้านหลัง ตามบทต้องเป็นอึนซูที่เดินเข้ามาหาชอยยองและขอจับมือกับเขา ก็ไม่รู้ว่าเป็นไอเดียใครนะคะ แต่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนที่ดีมาก เพราะทำให้เป็นอีกฉากที่น่าประทับใจที่ได้เห็นชอยยองปกป้องผู้หญิงของเขา




ตอนที่ 21 – ในฉากที่อึนซูดูการฝึกซ้อมของวูดาลชิ เธอไม่เต็มใจอย่างยิ่งที่จะละทิ้งหนุ่มๆ ล่ำๆ ทั้งหลายไป (เจอก้างชิ้นใหญ่อย่างแทจัง) ซึ่งเบื้องหลังคิมฮีซอนก็เพลิดเพลินมากกับฉากนี้ ถึงขนาดบอกคนที่เดินมาบังว่า “อย่าบังวิว” ...555

ในฉากที่ชอยยองบอกให้อึนซูเรียก “แทจัง” อีกที เขาขยับเข้ามาใกล้จนเกือบจะจูบเธอ พอดีชุงซ็อกโผล่เข้ามาซะก่อน เมื่อชอยยองไปแล้ว อึนซูแตะแผลที่แขนแล้วจึงวัดอุณหภูมิของตัวเอง เธอเป็นกังวลว่าพิษจะกำเริบ

ตอนที่ชอยยองได้ยามาจากป้าซูริบัง ชอยยองรู้สึกเป็นห่วงอึนซูมากจนต้องรีบเดิน จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นวิ่ง ในบทแทมันอยู่กับเขาด้วยและรับรู้ได้ว่าใจของเขาหนักอึ้งแค่ไหน

ตอนที่ชอยยองเห็นอึนซูสางผมด้วยนิ้วของเธอและทำให้มันยิ่งยุ่งกว่าเดิม เขาจึงหยิบหวีมาให้ หลังจากนั้นเมื่ออึนซูตรวจมือของเขา เธอทำคิ้วขมวดเพราะเป็นห่วงอาการของเขา ชอยยองใช้นิ้วของเขาลูบหน้าผากเธอให้หายย่น หลังจากนั้นเขาก็ดึงให้เธอมานอนลงบนเตียง แล้วชอยยองจึงนอนลงในฝั่งของเขา เขานอนมองเพดานอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงหลับตา ในบทไม่มีการขอจับมือ สงสัยอันนี้พี่ยองแกคิดเอง ซึ่งทำให้ดิฉันชื่นชมในความเป็นนักแสดงของลีมินโฮเพิ่มมากขึ้นที่เขาใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เข้าไป ทำให้ฉากเหล่านี้ดูน่ารักขึ้น




ในฉากที่อึนซูช่วยแต่งตัวให้ชอยยอง เธอซบกับหลังของเขาเพื่อสวดมนต์ให้เขาปลอดภัย (ตรงตามที่ดิฉันคิดไว้แต่แรก) และตอนที่ชายสวมหมวกบุกเข้ามา ที่จริงแทมันอยู่ด้วยแต่เขาแอบหลับอยู่ เราจึงไม่เห็นเขาค่ะ




ตอนที่ 22 – สิ่งที่ซอนยูถือไว้ในมือคือนาฬิกาจริงๆ เขาดูเวลาหรือดูนาฬิกาของเขาหลังจากที่ด๊อกฮึงกับคีชอลไปแล้ว จึงมีความเป็นไปได้ว่าเขาคือคนหนึ่งที่สามารถเดินทางข้ามเวลาได้ แต่เราไม่อาจคาดเดาได้ว่าเขามาจากยุคสมัยไหน เขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชอยยอง แต่เขากลับยินดีรับใช้หยวนทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่นานมันจะล่มสลายอย่างนั้นหรือ? ต้องบอกว่าตัวละครตัวนี้ยังเป็นปริศนามาจนถึงเดี๋ยวนี้สำหรับดิฉันค่ะ

ในฉากที่คงมินเข้าไปพบกับคีชอลและด๊อกฮึง ตามบทต้องมีฉากที่ชอยยองกับคีชอลเผชิญหน้ากัน ทั้งคู่เตรียมใช้พลังพิเศษเข้าสู้กัน แต่ชอยยองมีปัญหาในการเรียกพลังของเขาขึ้นมา และชอยยองโกรธมากที่คงมินไม่ยอมหนีแต่จะรอทหารมาช่วย ชอยยองจึงฆ่าทหารของคีชอลตายเป็นเบือด้วยความโกรธ

ตอนที่วูดาลชิพาคงมินหนีเข้าไปหลบในห้อง วูดาลชิคนหนึ่งถูกฟันที่ขา ชอยยองคว้าตัวเขาแล้วเหวี่ยงเข้าไปในห้องและหันมาสู้ต่อ (พ่อคุณเอ๊ย คนหรืออะไรเนี่ย) ชอยยองเริ่มเหนื่อย มือขวาก็เริ่มสั่น เขาจึงเปลี่ยนมาใช้มือซ้าย แต่ทำฝักดาบหล่น นี่เป็นตอนที่ดอลแบเข้ามา ชอยยองพยายามก้มลงเก็บฝักดาบและจะใส่ดาบคืนฝักแต่เขาทำไม่ได้เพราะมือสั่น นั่นทำให้ดอลแบมองด้วยความหวาดหวั่น

ตอนที่ชอยยองจะออกไปต้านทหารของคีชอล คงมินแตะแขนของเขาและบอกว่า “ข้าขอโทษ เป็นเพราะความดื้อรั้นของข้าทำให้ท่านต้องหลั่งเลือดอีกครั้ง” ชอยยองสั่งให้วูดาลชิคุ้มครองฝ่าบาท เขาจะไปเฝ้าทางเข้าคนเดียว ดอลแบถามขึ้น “แทจัง ท่านคนเดียวหรือ?” ชอยยองตอบว่า “ข้าจะทำเอง”




ตอนที่ชอยยองกลับไปที่ค่าย เขาไม่ยอมให้อึนซูช่วยเปลี่ยนเสื้อให้เพราะไม่อยากให้เธอเห็นเขาในสภาพเปื้อนเลือดไปทั้งตัวแบบนี้ แต่หลังจากที่อึนซูกอดเขา เขาก็กอดตอบเธอ ซุกหน้ากับลำคอของเธอและหลับตาลง ในที่สุดเขาก็ได้หายใจทั่วท้องอีกครั้ง

ฉากนี้ถึงเป็นฉากสั้นๆ แต่เป็นฉากที่มีพลัง ที่ทำให้เราได้เห็นความรักความผูกพันของคนทั้งคู่ อย่างที่เรารู้กันว่าอึนซูเป็นคนที่เกลียดกลิ่นคาวเลือด ชอยยองจึงพยายามไม่ให้เธอเห็นหรือได้กลิ่นคราบเลือดบนตัวเขา เขาพยายามดูจนแน่ใจก่อนมาพบเธอทุกครั้งว่าล้างคราบเลือดหมดแล้ว แต่ครั้งนี้เขาฆ่าคนมากกว่าทุกครั้งเพราะคงมิน เขาคงรู้สึกผิดในใจที่ไม่อาจเป็นผู้ชายอย่างที่เธอต้องการได้ เราจะเห็นว่าระยะหลังๆ ชอยยองพยายามไม่ฆ่าใครโดยไม่จำเป็น เพราะเขารู้ว่าอึนซูไม่ชอบ และเธอเคยบอกว่าใครจะชอบผู้ชายที่เที่ยววิ่งฆ่าคนทุกวัน ดังนั้นชอยยองจึงพยายามทำตัวให้เป็นผู้ชายแบบที่เธอจะชอบนั่นเอง เขาไม่อยากให้เธอเกลียดเขา แต่อึนซูกลับกอดเขาทั้งๆ ที่มีเลือดเต็มตัว แสดงให้เห็นว่าเธอรักเขาถึงแม้เขาจะเป็นแบบนี้ นั่นจึงทำให้ชอยยองผ่อนคลายลง





ความรู้สึกของชอยยองหลังจากที่รู้ว่าอึนซูไม่มียาถอนพิษแล้ว เขาเปิดประตูเข้าไปและพบว่าเธอไม่อยู่ในห้อง เขาดูในโถยาของเธอและพบว่ามันว่างเปล่า ในตอนนั้นเขาพยายามสะกดอารมณ์ ชอยยองยืนตัวสั่นเทา และสุดท้ายก็ผลักโต๊ะจนล้ม

ในฉากสุดท้าย ชอยยองเหมือนคนที่หมดสิ้นทุกอย่าง เขาไม่อาจเก็บอึนซูไว้กับตัว เขาไม่อาจปกป้องผู้หญิงที่เขารักได้ เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามือเริ่มสั่นจนกระทั่งอึนซูจับมันมากุมไว้ อึนซูจูบมือของเขาและจับมันมาแนบอก ชอยยองมองอึนซูอย่างสับสนและตกตะลึง






สำหรับ Cut Scene ตอนที่ 23 และ 24 ให้ย้อนกลับไปอ่านที่รีวิวไว้ให้แล้วก่อนหน้านี้นะคะ...

http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/11/cut-scenes-faith-ep23.html
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/11/cut-scenes-faith-ep24.html


2 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ใน dvd director's cut เราจะได้เห็นทั้งหมดของ Cut Scene ไหมอ่ะคะ คุณโรส อยากให้มีทั้งหมด อยากดูมากกก

satitaporn palawong กล่าวว่า...

จริงๆ แล้วอยากให้มีทุกฉากที่คุณโ่รสกล่าวถึงเลยค่ะ อยากให้ใน cut ( ทำให้จินตนาการพุ่งพล่านนะเนี่ย )
screen. มีด้วย ได้แต่หวังว่า ถ้ามี DVD ลิขสิทธิ์ ออกมาแบบเต็มๆ เลย เต็มใจอุดหนุนมากค่ะ