วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

[Travel] Cherry Blossom Festival in Jinhae


คราวที่แล้วดิฉันได้พูดถึงเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับฤดูหนาวในเกาหลีไปแล้วนะคะ ซึ่งไฮไลต์ก็อยู่ที่หิมะและลานสกี พอพ้นจากฤดูอันหนาวเหน็บ (แสนทรมาน) ก็ล่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิค่ะ ช่วงเวลาที่ชีวิตจะได้ก่อกำเนิดขึ้นใหม่อีกครั้ง อากาศยังคงเย็นอยู่ แต่ดอกไม้จะเริ่มผลิบาน สร้างสีสันให้กับโลกที่แห้งแล้งหนาวเหน็บมานาน




แน่นอนค่ะไฮไลต์ของการเที่ยวเกาหลีในฤดูใบไม้ผลิย่อมอยู่ที่ “เทศกาลชมดอกซากุระ” หลายท่านเริ่มงงว่าเกาหลีมีซากุระกับเขาด้วยหรือ? มีแน่นอนค่ะ ดิฉันไม่ได้โม้ และเป็นประเด็นที่หากไปคุยกับคนเกาหลีจะกลายเป็นปัญหาโลกแตกเหมือนไก่กับไข่ ใครเกิดก่อนกัน นั่นเลยล่ะค่ะ

เพราะในความเชื่อของคนเกาหลี เค้าอ้างว่าญี่ปุ่นที่มารุกรานแผ่นดินของเขาเอาเจ้าต้นซากุระจากบ้านเค้าที่นี่ไปปลูกในญี่ปุ่น และทำให้ซากุระกลายเป็นดอกไม้ของญี่ปุ่นไป แต่คนญี่ปุ่นก็ยืนยันว่าเป็นพวกเค้านี่แหละที่อุตส่าห์พกซากุระมาปลูกที่เกาหลีเพื่อให้หายคิดถึงบ้าน แต่ตามที่นักพฤกษศาสตร์วิจัยออกมานั้นปรากฏว่าเจ้าซากุระของทั้งสองประเทศนั้นถึงหน้าตาจะคล้ายกัน แต่เป็นคนละสายพันธุ์

ฝรั่งจะเรียกเจ้าดอกไม้หน้าตาแบบนี้ว่าดอก “เชอรี่” ในขณะที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “ซากุระ” และคนเกาหลีเรียกว่า “พ็อด-กด” ดังนั้นอย่าไปเรียกเจ้าต้นนี้ว่าดอกซากุระต่อหน้าคนเกาหลีเชียวนะคะ เดี๋ยวจะมีเคืองกันได้ แต่ในที่นี้ดิฉันขอเรียกว่าซากุระ เพราะมันคุ้นปากมากกว่าค่ะ




สำหรับเส้นทางการไปเที่ยวชมซากุระในเกาหลีนั้น ถ้าจะให้ดีคุณควรต้องดั้นด้นไปถึงเมืองจินเฮ ซึ่งอยู่ติดทะเลทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งมีต้นซากุระมากที่สุดในเกาหลี (เค้าว่างั้น) ราวๆ 3 แสนต้น ดังนั้นเส้นทางที่ดิฉันจะแนะนำนี้เหมาะสำหรับคนที่เคยไปเที่ยวโซลแล้วนะคะ เพราะครั้งนี้คุณจะใช้เวลาอยู่นอกโซลมากกว่า ที่จริงในโซลก็มีจุดให้ชมซากุระได้เช่นกันค่ะ สถานที่นั้นเรียกว่า เกาะยออีโด เป็นย่านที่เรียกว่าวอลล์สตรีทของโซล เพราะมีแต่อาคารสำคัญๆ ซึ่งเป็นหัวใจของประเทศ อาทิเช่น อาคารรัฐสภา สถานีโทรทัศน์ต่างๆ บริษัทใหญ่ๆ และตึก 63 ที่เลื่องชื่อและเป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง My Girl ก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกันค่ะ

การไปชมซากุระนั้นมีข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้หลายคนฝันสลายอดชมดอกไม้สวยๆ สมใจ ข้อหนึ่งและเป็นข้อสำคัญนั้นก็คือคุณจะไปตามใจคุณหรือเลือกเวลาที่คุณว่างไม่ได้ หากคุณรักที่จะชมเจ้าดอกไม้พวกนี้จริงๆ คุณต้องทำตัวเองให้ว่างในเวลาที่มันบานค่ะ เนื่องจากช่วงเวลาบานสวยของซากุระนั้นมีจำกัด หากคุณไปเร็วเกินก็จะไม่ทันได้ดูมันบานสวยต้อนรับคุณ หากไปช้าเกินมันก็ร่วงหล่นหมดแล้วค่ะ

และช่วงเวลาที่ดอกไม้บานนั้นจะอยู่ในช่วงต้นเดือน เม.ย. – กลางเดือน เม.ย. หลายท่านอาจยิ้มว่า สบายเราเป็นวันหยุดยาวสงกรานต์ของเราพอดี แต่ช้าก่อนค่ะ เพราะเจ้าดอกไม้นี้มันเลือกบานช่วงหลังวันจักรีเล็กน้อยและอาจร่วงหล่นก่อนสงกรานต์ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศนะคะ ดังนั้นหากคุณต้องการไปชมแบบให้เห็นดอกไม้บานสะพรั่งจริงๆ ควรไปช่วงวันจักรีคร่อมต่อวันสงกรานต์ (ถ้าคุณสามารถหยุดยาวได้และกลับไปไม่ตกงานนะคะ) ประมาณว่ากลับมาฉลองสงกรานต์ต่อที่บ้าน (เมืองไทย) ได้พอดีค่ะ




ดิฉันขอพูดถึงจินเฮก่อนนะคะ เนื่องจากเป็นไฮไลต์ของฤดูกาล ที่จริงเทศกาลดอกไม้บานในจินเฮ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการชมดอกไม้ แต่เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงท่านนายพลเรือผู้ยิ่งใหญ่ นายพลลีซุนชิน นักรบสมัยโชซอนที่มีความสามารถในเชิงยุทธนาวี ทุกครั้งที่ท่านบัญชาการรบ ข้าศึก (ญี่ปุ่น) ต้องพ่ายทุกครั้งไป ท่านปกป้องประเทศจากญี่ปุ่นมาได้นานหลายสิบปีตลอดอายุขัยของท่าน และท่านนี้ก็คือคนเดียวกับที่ยืนอยู่ตรงจัตุรัสกวางฮวามุนค่ะ ท่านเป็นวีรบุรุษของคนเกาหลีค่ะ

ในงานเทศกาลที่จินเฮนี้จะมีการแสดงโชว์ที่เกี่ยวกับราชนาวี มีการจุดพลุ มีเรือรบมาลอยลำให้ชม และที่สำคัญที่นี่ยังมีเรือเต่าของจริง (ซึ่งดิฉันคิดว่าน่าจะทำจำลองขึ้นมา คงไม่ใช่ลำที่ท่านนายพลใช้รบจริงๆ หรอกค่ะ) นวัตกรรมที่ท่านนายพลลีคิดค้นขึ้นมา เป็นเรือรบที่สามารถป้องกันอาวุธจากข้าศึกได้ ทำให้ฝ่ายเกาหลีไม่สูญเสียไพร่พล เจ้าเรือลำนี้มีมาลอยลำให้ชมอยู่ริมทะเลด้วยค่ะ และแน่นอนว่าช่วงที่จัดงานนั้นดอกไม้กำลังบานสะพรั่งทำให้กลายเป็นไฮไลต์ของงานไปเลยค่ะ






จุดถ่ายรูปยอดฮิตของเทศกาลชมดอกไม้นี้ จะอยู่ที่ลำคลองสายหนึ่งที่มีซากุระปกคลุมเป็นซุ้มสวยสดงดงาม และอีกจุดก็คือที่ทางรถไฟ ซึ่งต้องรอจังหวะที่รถไฟวิ่งผ่านซุ้มซากุระด้วยนะคะถึงจะได้อารมณ์

ทีนี้คงมาถึงคำถามสำคัญว่า แล้วจะไปจินเฮได้ยังไง? ข้อนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความลำบากล่ะค่ะ เพราะโดยปกติแล้วไม่มีรถที่วิ่งเข้าจินเฮโดยตรง เพราะที่นั่นเป็นท่าเรือนาวี แต่ในหน้าเทศกาลจะมีรถไฟจากโซลไปจินเฮ แต่คุณต้องเช็คตารางเวลาให้แน่นอนจาก KTO อีกทีค่ะ วิธีการที่คนส่วนใหญ่ที่ไปกันเองมักใช้กันก็คือ นั่งรถไฟจากโซลไปลงที่ มาซาน แล้วเช่าแท๊กซี่ต่อไปจินเฮค่ะ ถ้าคุณไปกันหลายคน ก็พอจะแชร์ค่าแท๊กซี่กันได้อยู่นะคะ เพราะค่าแท๊กซี่เกาหลีค่อนข้างแพง ไปจินเฮก็น่าจะอยู่ที่ราวหมื่นกว่าวอนขึ้นไปค่ะ





เส้นทางที่ดิฉันขอแนะนำสำหรับคนที่อยากไปดูซากุระที่จินเฮนะคะ ไหนๆ ก็ไปถึงนั่นแล้ว ดิฉันขอแนะนำให้คุณไปเที่ยวปูซานเลยค่ะ จะนั่งรถไฟ หรือ KTX หรือนั่งเครื่องบินภายในประเทศก็ได้ไปลงที่ปูซาน แวะเที่ยวปูซานก่อน ที่ปูซานมีวัดสวยที่คุณไม่ควรพลาดชม นั่นก็คือ วัดแฮดง ยงกุงซา เป็นวัดสวยอยู่ติดริมทะเล ที่สร้างขึ้นในสมัยโครยอในยุคของ...(ทายสิคะ ใครเอ่ย?) พระเจ้าคงมินค่ะ (ตามมาหลอกหลอน)

แล้วก็มีชายหาดแฮอุนแดอันเลื่องชื่อ หากคุณพอมีเวลาควรแวะไปชมค่ะ แล้วในปูซานยังมีห้างล๊อตเต้ มีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ ใครเป็นแฟนน้องจุงจ๋า (คิมฮยอนจุง รุ่นพี่จีฮู) แวะไปเยี่ยมเขาได้ที่นี่ค่ะ




นอกจากนั้นยังมีอีกเมืองที่ดิฉันไม่อยากให้คุณพลาดที่จะแวะไปเที่ยวนะคะ นั่นคือเมืองเคียงจูค่ะ เคียงจูมีความพิเศษคือ เป็นเมืองมรดกโลกทั้งเมืองค่ะ เรียกขานกันว่าเป็น พิพิธภัณฑ์ที่ไร้กำแพง ที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรชิลลา ในยุคที่ชิลลารุ่งเรือง และชิลลาเป็นยุคสมัยที่ศาสนาพุทธรุ่งเรืองที่สุดค่ะ ที่นี่จึงมีวัดสวยๆ มากมาย วัดที่ขอแนะนำคือวัดพุลกุกซา ซึ่งเป็นมรดกโลกด้วยเช่นกัน และมีถ้ำซ็อกกูรัม ซึ่งในนั้นประดิษฐานพระพุทธรูปที่สลักจากหินทรายสีขาวสวยงามมากค่ะ





นอกจากนั้นเคียงจูยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมาย อย่างเช่น ชิลลา มิลเลนเนี่ยม ธีมพาร์ค ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง “ราชินีซอนด็อก” และที่นี่ยังมีบ้านโบราณฮันอก ที่ใช้เป็นฉากบ้านของรุ่นพี่จีฮู ใน Boys Over Flowers ด้วยค่ะ

แล้วที่เคียงจูยังมีสุสานโบราณของราชวงศ์ชิลลา มีหอดูดาวสมัยโบราณที่เก่าแก่มากๆ ใครที่ชอบธรรมชาติและชอบดื่มชา ดิฉันขอแนะนำไร่ชาเขียวโบซองนะคะ ที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทำละครหลายเรื่อง คุณจะได้ชิมชาเขียวชงสดๆ หอมอร่อย และพบกับสารพัดผลิตภัณฑ์จากชาเขียวค่ะ





คุณสามารถวางโปรแกรมเที่ยวจากปูซาน-เคียงจู-จินเฮ และไล่เรื่อยขึ้นมาจนถึงแถวยองอินซึ่งมีหมู่บ้านโบราณให้เที่ยวชมอีกเช่นกันค่ะ และขึ้นมาถึงชุนชอน เกาะนามิ และปิดท้ายที่โซลค่ะ

แต่การเที่ยวตามเส้นทางแบบนี้คุณต้องตั้งงบในกระเป๋าไว้ให้สูงสักหน่อยนะคะเพราะจะหมดไปเยอะกับการเดินทาง เนื่องจากเที่ยวบินส่วนใหญ่มักบินจากสุวรรณภูมิไปลงอินชอน จากนั้นคุณต้องต่อสายการบินภายในประเทศหรือขึ้นรถไฟเพื่อไปยังปูซาน ถามว่าบินตรงไปลงปูซานเลยได้มั้ย? สามารถทำได้ค่ะ แต่คุณจะไม่สามารถซื้อตั๋วเครื่องบินแบบไป-กลับได้ คุณต้องซื้อแบบเที่ยวเดียวซึ่งราคาแพงมาก เพราะขากลับคุณจะไปขึ้นเครื่องที่โซล ไม่งั้นคุณก็ต้องวกกลับไปขึ้นเครื่องที่ปูซานเหมือนขามา ซึ่งยิ่งยากเข้าไปใหญ่ค่ะ เรียกได้ว่ายังไงๆ คุณต้องหมดเวลาและเงินไปกับการเดินทางค่อนข้างเยอะค่ะ ดังนั้นตั้งงบไว้สูงหน่อยนะคะหากอยากไปเที่ยวตามเส้นทางนี้ค่ะ

หากท่านใดมีงบน้อย แนะนำให้เที่ยวกับทัวร์ปกติแล้วแวะชมซากุระที่ยออีโดแทนค่ะ อาจไม่สะพรั่งเหมือนที่จินเฮ แต่ก็สวยใช้ได้เช่นกันค่ะ


ไม่มีความคิดเห็น: