วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

[Travel] General Choi Young’s Tomb & Shrine


วันนี้ขอมาพูดถึงท่านชอยยองอีกสักครั้งนะคะ เนื่องจากมีสมาชิกในกรุ๊ปทัวร์ของเราถามถึงสุสานและศาลเจ้าของท่านชอยยอง (ตัวจริง) ซึ่งน่าเสียดายว่าทริปนี้ของเราโปรแกรมแน่นขนัดซะจนไม่อาจแทรกอะไรเข้าไปได้อีกแล้ว จึงจำเป็นต้องละทิ้งบางสถานที่ไป หวังว่าโอกาสหน้าในทริปหน้า (ถ้ามี) ดิฉันจะได้มีโอกาสพาคุณไปยังสถานที่ที่เรายังไม่ได้ไปกันในคราวนี้ค่ะ

สำหรับสุสานของท่านชอยยองนั้น อยู่ที่เมืองโกยาง ในจังหวัดคยองกี (เคียงกีโด) สถานที่สุดท้ายที่ท่านได้ไปจบชีวิตลง ณ ที่นี้ด้วยคำสั่งประหารจากลีซองกเย หลังจากท่านขุนพลชอยยอง (ซึ่งชรามากแล้ว) ได้พ่ายแพ้ในศึกปกป้องราชวงศ์โครยอครั้งสุดท้าย ท่านจึงถูกส่งตัวมาที่เมืองโกยางแห่งนี้ และได้จบชีวิตลงด้วยคำสั่งประหารของลีซองกเย ซึ่งอนาคตก็คือพระเจ้าแทโจแห่งราชวงศ์โชซอน





สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ San70-2, Daeja-dong, Deogyang-gu, Goyang-si, Gyeonggi-do, South Korea

ว่ากันว่าท่านชอยยองผู้นี้นั้นรักภรรยาของท่านมาก ถึงขนาดที่ยามตายจากไปยังไม่ยอมพรากจากกัน ศพของท่านจึงถูกฝังไว้คู่กับภรรยาของท่าน บนป้ายจึงจารึกนามสกุลภรรยาของท่านไว้ด้วยว่านางมีนามสกุลว่า “ยู” และเป็นต้นตอให้ซงจีนาให้นางเอกของเราใน FAITH ชื่อว่า ยูอึนซู นั่นเองค่ะ

***อัพเดต***สำหรับท่านที่สนใจไปเยือนสุสานของท่านแม่ทัพชอยยอง  ตอนนี้เรามีบรรจุไว้ในทริป Seollal Festival ซุึ่งจะเดินทางกันในวันตรุษจีน 2014 นอกจากจะได้ไปเยือนสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งนี้แล้ว  ยังจะได้สัมผัสกับบรรยากาศฉลองปีใหม่ของคนเกาหลีในเทศกาลซอลลัลกันด้วย  อย่าพลาดโอกาสพิเศษนี้นะคะ  สำรองที่นั่งภายในเดือน ก.ค. 2013 นี้ รับโปรโมชั่นพิเศษ ให้คุณได้เที่ยวสนุกเท่าเดิมในราคาที่ประหยัดกว่า  สนใจรีบจองกันเข้ามาเลย รับจำนวนจำกัดค่ะ




สำหรับอีกสถานที่หนึ่งคือ ศาลเจ้าของท่านชอยยอง ศาลสักการะแห่งนี้ตั้งอยู่บนหน้าผาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของโรงเรียนประถมแดโซ บนเกาะชูจาโด ในเขตปกครองพิเศษเกาะเชจู

ที่มาที่ไปก็คือ ในปีที่ 23 แห่งรัชสมัยของพระเจ้าคงมิน ท่านชอยยองได้รับคำสั่งให้ไปจับกุมพวกมองโกลที่มารุกรานเกาะเชจู เมื่อท่านชอยยองไปถึงเกาะเชจู ท่านจำเป็นต้องไปพักอยู่ที่เกาะชูจาโดตั้งแต่วันที่ 24-28 ส.ค. ในปี ค.ศ. 1374 เนื่องจากคลื่นลมแรง หลังจากปราบผู้รุกรานได้แล้วท่านยังกลับไปพักที่เกาะนี้อีกเพื่อรอให้คลื่นลมสงบ ระหว่างนั้นท่านได้สอนให้ชาวบ้านรู้จักทำแหเพื่อจับปลา (อาชีพเสริมของท่านจริงๆ นะคะนั่น ชอบจับปลาจริงจัง ) และแหนี้เองทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้น (กลายเป็นชาวประมงไปแล้ว ) ชาวเกาะชูจาโดจึงได้ตั้งศาลเจ้านี้ขึ้นมาเพื่อแสดงความขอบคุณต่อท่านชอยยอง และสักการะบูชากันทุกๆ ปี

อีกทั้งเกาะชูจาโดมักถูกญี่ปุ่นรุกรานอยู่บ่อยๆ ศาลเจ้าแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยปกป้องพวกเขาจากพวกญี่ปุ่น เพราะขุนพลชอยยองเป็นผู้ที่อุทิศทั้งชีวิตให้กับการปกป้องแผ่นดินจากผู้รุกราน

ศาลแห่งนี้ถูกบูรณะขึ้นใหม่ในปี 1974 หากใครอยากจะแวะเวียนไปเยี่ยมชมคงต้องเดินทางไกลหน่อย โดยไปถึงเกาะเชจูซึ่งอยู่ทางใต้สุดของประเทศ

ศาลเจ้าของท่านชอยยองแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 155 Daeseo-ri Chuja-myeon, Jeju Special Self-governing Province

สำหรับท่านที่อยากอ่านประวัติของท่านชอยยอง ( ตัวจริง ที่ไม่ใช่น้องอวบลีมินโฮ ) ขอให้ย้อนกลับไปอ่านได้ในบทความเก่านะคะ
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/09/faith-real-persons-in-history-part-ii.html



ไม่มีความคิดเห็น: