วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

What you have missed in FAITH EP 1 ?


ดิฉันได้ไปเจอบทความที่ Joonni เขียนไว้เกี่ยวกับความแตกต่างของบทที่ซงจีนาเขียนไว้กับภาพที่ปรากฏบนจอจริงๆ จึงเก็บมาฝากนะคะ ดิฉันขอพูดถึงเฉพาะตอนที่ 1 เนื่องจากตอนที่ 24 เราได้เคยคุยกันไปแล้วว่ามีฉากไหนหายไปบ้าง และในตอนที่ 1 นี้ถือเป็นปฐมบทที่จะปูเรื่องราวทั้งหมดให้เราได้รับรู้ ดิฉันจึงคิดว่าค่อนข้างสำคัญ และคุณจะได้รับทราบด้วยว่าเหตุใดวูดาลชิถึงรักและให้ความนับถือในตัวชอยยองมากมายขนาดนี้ ดิฉันแปลจากบทความของ Joonni บวกกับใส่ความคิดเห็นส่วนตัวประกอบเสริมเข้าไปนะคะ เราไปดูกันเลยว่าซงจีนาเขียนอะไรไว้บ้างในตอนที่ 1 ค่ะ






CR : http://joonni.com/2012/11/16/song-ji-nas-faith-qa-part-1-and-episode-1-and-24-scripts/


สำหรับฮวาตะนั้นเป็นใคร ซึ่งตรงกับที่ดิฉันเคยคาดเดาไว้ในตอนที่รีวิว FAITH แรกๆ นะคะ ฮวาตะก็คือหมอฮูโต๋ หมอเทวดาของจีนที่ปรากฏอยู่ใน “สามก๊ก” ค่ะ เขาถูกโจโฉสังหารเพราะพยายามจะผ่าศีรษะรักษาอาการของโจโฉ แต่โจโฉคิดว่าเขากำลังคิดจะฆ่า ใน FAITH ฮวาตะหายตัวไปในประตูสวรรค์ราวๆ ปี ค.ศ. 208 ซึ่งตรงกับเวลาที่ฮูโต๋ตายตามประวัติศาสตร์





ในวันที่คณะของคงมินเดินทางอยู่ ณ ชายแดนหยวน ซงจีนาไม่ได้บรรยายไว้ว่ามีฝนตก และภาพนิ่งที่ถ่ายไว้ในตอนแรกก็ไม่มีฝน แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่อาจทราบได้ ภาพที่เราเห็นในจอจึงมีฝนตกกระหน่ำเช่นนั้น อาจเป็นไปได้ว่าในวันที่ถ่ายทำจริงฝนเกิดตกขึ้นมา เพราะการถ่ายทำเริ่มในหน้าร้อนซึ่งมักมีฝนตกบ่อยๆ หรือเพราะพี่คิมชอบให้พระเอกเปียกฝนเป็นพิเศษ ถ้าย้อนกลับไปดู The Legend พี่ทัมด๊อกก็เปียกฝนแบบนี้เหมือนกันค่ะ





ที่จริงแล้วจางบินไม่ได้มีพลังพิเศษ ซึ่งข้อนี้ดิฉันก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกันค่ะ ว่าถ้าพี่หมอมีพลังพิเศษ แล้วทำไมตอนฝังเข็มพระมเหสีถึงต้องเรียกให้ชอยยองมาช่วย สรุปก็คือพี่หมอไม่ได้มีพลังพิเศษแต่อย่างใด แต่ภาพที่เราเห็นตอนที่พี่หมอสู้ด้วยพัด และผู้กำกับใส่เอฟเฟคท์เข้าไปเพื่อเน้นให้เห็นว่าพี่หมอทำร้ายคู่ต่อสู้ด้วยการสกัดจุด ทำให้อีกฝ่ายเป็นอัมพาตไปชั่วคราวค่ะ (หนังจีนแล้วเนี่ย เรียกพี่หลงมาช่วยดีกว่า )





เวลาที่โนกุ๊กโดนทำร้ายนั้นเป็นช่วงบ่ายไม่ใช่ตอนค่ำ ดังนั้นจึงไม่มีการใช้ผงเรืองแสงแต่อย่างใด สงสัยว่าพี่คิมจะชอบสตาร์วอร์สเป็นพิเศษเลยเอามาปลดปล่อยในนี้ ทำให้วูดาลชิของเรากลายเป็นเจไดไปซะนี่

และเวลาที่ยองเดินทางผ่านประตูก็เป็นช่วงบ่ายเช่นกัน ซงจีนาเขียนบรรยายฉากตอนที่ยองเดินผ่านประตูเข้าไปว่า ในนั้นเป็นเหมือนอุโมงค์ที่ทอดยาว ยองได้แต่วิ่งตรงไปข้างหน้าเรื่อยๆ เขาวิ่งไปเจอทางตัน แต่แล้วก็เห็นทางที่ทอดยาว เขาจึงวิ่งไปตามทางนั้น และไปโผล่ที่โซลอย่างที่เราเห็น ตอนที่ยองไปโผล่ที่โซลเป็นเวลาค่ำ ดังนั้นเวลาทั้งสองฝั่งจึงไม่ตรงกัน ของโครยอเป็นช่วงบ่าย แต่ที่โซลเป็นตอนค่ำ และอย่างที่ดิฉันเคยบอกไปนะคะ ทุกครั้งที่อึนซูกลับมาก็เป็นช่วงเวลาเดิม เธอจะมองไปที่ตึกสูงที่มีไฟทุกครั้ง

ตอนที่ยองเดินออกมาจากประตู ซงจีนาให้เด็กผู้หญิงคนนั้นเห็นยองคนเดียว แต่แฟนของเธอไม่เห็นเขา

และหัวหน้า รปภ. คนที่หยุดยองไว้ ที่จริงเขาจับตัวยองตั้งแต่ตอนที่ยองพยายามจะเข้าไปในงานโดยที่ไม่มีบัตร






และตอนที่อึนซูหยิบยาปฏิชีวนะมาเพื่อรักษาหัวหน้า รปภ. ที่ถูกยองกรีดคอ เธอหยิบยามา 3 ขวด เธอใช้กับเขา 1 ขวด อีก 2 ขวดติดมากับเธอที่โครยอ เธอใช้กับโนกุ๊กอีก 1 ขวด และแทมันทำตกแตก 1 ขวด นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอไม่เหลือยาสำหรับยองเมื่อเธอรักษาแผลให้เขาหลังจากที่ถูกเธอแทง

โล่ห์ตำรวจที่ยองได้มา ที่จริงแล้วเขาแย่งมันมาจากตำรวจตอนที่ต่อสู้กันในโซล (ทำร้ายเจ้าพนักงานนะนั่น โดนอีกกระทงล่ะ แทจัง ) และประตูฝั่งโซลไม่เหมือนกับฝั่งโครยอ ประตูฝั่งโซลไม่มีใครมองเห็นมันนอกจากยอง แต่ประตูโครยอทุกคนมองเห็นได้ นี่น่าจะเป็นเพราะศรัทธาค่ะ เพราะในยุคปัจจุบันไม่มีใครเชื่อเรื่องประตูสวรรค์อะไรนั่น เราเชื่อแต่วิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้เท่านั้น ผิดกับสมัยโครยอที่ผู้คนยังเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติอยู่

ก่อนที่อึนซูจะหลุดเข้าประตูมากับยอง เขาบอกกับเธอว่า “ข้าคือนักรบจากโครยอ” แล้วก็เดินเข้าหาเธอ เธอจึงถอยหลังไปจนสะดุดและหลุดเข้าไปในประตูโดยมียองที่คว้าตัวเธอไว้ตามเข้ามาด้วย




ตอนที่ยองมาถึงวูดาลชิครั้งแรก ในตอนนั้นด๊อกมานยังไม่ได้อยู่ที่นี่ ส่วนแทมันเรารู้กันแล้วว่าเขาถูกยองพามาเข้าวูดาลชิ ( หลังจากที่โดนเด็กประหลาดนี่กัดเอาหลายที ) ที่จริงแล้วจูซ็อกต้องเป็นคนที่โวยวายเรื่องที่พวกเขาจะมีหัวหน้าใหม่ซึ่งเป็นเด็ก เขาคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้พวกทหารในวังจะยิ่งดูถูกวูดาลชิ (ที่เอาเด็กมาเป็นหัวหน้า)

ก่อนที่ยองจะมาถึงวูดาลชิ วูดาลชิสองคนก็ได้รับบาดเจ็บเพราะไปต่อสู้กับทหารวังมา ยองมาถึงก็นอนหลับอย่างที่เราเห็นในละคร สุดท้ายชุงซ็อกจึงไปปลุกเขาและบอกให้เขาไปคุยกับหัวหน้าของทหารในวังว่าอย่ามากวนใจวูดาลชิอีก ยองจึงลุกขึ้นมาและเดินออกไป (กวนใจจริง กรุณานึกหน้าแทจังประกอบไปด้วยนะคะ) เขาฝากดาบไว้กับดอลแบและถือดาบไม้ที่ใช้สำหรับฝึกออกไป

ชุงซ็อก จูซ็อก ดอลแบ และคนอื่นๆ วิ่งตามไป และเห็นยองไล่ตีทหารวัง ( พี่เป็นเด็กช่างกลรึไง เค้าให้มาคุยไม่ใช่ให้มาตี ) ซึ่งพวกนั้นอยู่ในอาการหมดสภาพขณะที่ยองยังอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น ดูเหมือนเขาไม่ได้ใช้แรงสักเท่าไหร่ในการจัดการกับทหารพวกนั้น ( รีบล้มเร็วๆ เข้า จะได้กลับไปนอน ) เสร็จแล้วเขาก็เดินกลับมายื่นดาบไม้ให้ดอลแบและเอาดาบของเขาคืนมา ต่อจากนั้นดิฉันคงไม่ต้องบอกใช่มั้ยคะว่าแทจังจะทำอะไรต่อ ( กลับไปนอนสิคะท่าน )




ในตอนที่ยองเดินกลับมานั้น เขาได้เดินผ่านแปลงดอกไม้สีเหลืองสด ดูเหมือนว่าซงจีนาพยายามจะบอกไว้ตั้งแต่แรกว่าชะตาของยองกับอึนซูนั้นถูกกำหนดไว้แล้ว ต้องเป็นยองเท่านั้นที่จะเดินผ่านประตูนั้นและไปรับตัวอึนซูมา และคนที่เขาพามาจะต้องเป็นอึนซูเท่านั้น

ดิฉันคิดว่าต่อให้คนอื่นอาสาผ่านประตูนั้นแทนยอง ก็อาจจะไม่สามารถผ่านมาได้เช่นเดียวกับคีชอล เพราะนั่นไม่ใช่ชะตาของเขา ชะตานี้เป็นของยองกับอึนซูเท่านั้น คนสองคนที่อยู่คนละโลกคนละยุคคนละสมัย แต่กลับถูกชะตากำหนดให้ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน ซึ่งสิ่งนี้อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ สักวันคุณอาจได้พบกับใครบางคนที่ไม่คิดว่าน่าจะได้พบ นั่นเป็นเพราะชะตาของคุณและเขาถูกกำหนดไว้แล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปไขว่คว้าเสาะหา เมื่อถึงเวลาชะตาจะพาเขามาพบกับคุณเอง





ไม่มีความคิดเห็น: