วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

[Activity] Trip “Spring Blossoms in Korea with Madame Rose”


***ปิดกรุ๊ปแล้วค่ะ***


เนื่องจากทริปฤดูหนาวที่ดิฉันได้ปิดกรุ๊ปไปแล้ว มีหลายท่านที่พลาดโอกาสไปเพราะดิฉันจำเป็นต้องจำกัดจำนวนเพื่อให้คุณได้นั่งบนรถโค้ชแบบสบายๆ ไม่อึดอัดเกินไป และมีบางท่านที่ไม่ขอสู้ความหนาว และอยากได้ทริปที่อากาศพอเย็นสบายๆ ดิฉันจึงตัดสินใจจัดทริปชมซากุระนี้ขึ้นมา

อย่างที่เคยบอกไปนะคะว่าหากไปเที่ยว ดิฉันก็อยากให้คุณเลือกเที่ยวหน้าเทศกาลหรือไฮไลต์ประจำฤดูเพื่อที่จะได้คุ้มค่าเงินที่คุณต้องเสียไป จ่ายแพงอีกนิดแต่คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศที่บ้านเราไม่มีค่ะ แต่การไปชมซากุระนั้นเราไม่สามารถกำหนดวันตามใจเราได้ แต่ต้องตามใจดอกไม้ค่ะ ซึ่งเจ้าดอกซากุระนี้จะมีอายุสั้นมาก มันจะบานเต็มที่แค่ประมาณ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น ถ้าคุณไปเร็วเกินก็จะเจอแต่กิ่งกับดอกตูมๆ แต่ถ้าไปช้าเกิน ก็จะเจอแต่กิ่งเหมือนกันค่ะเพราะมันร่วงหมดแล้ว จากสถิติที่ผ่านมา ถ้าไปช่วงวันหยุดสงกรานต์เลยจะเจอแต่กิ่งเพราะมันร่วงหมดแล้วค่ะ ดังนั้นต้องไปก่อนนิดหน่อย วันที่เดินทางจึงควรเป็น วันที่ 9-13 เม.ย. เพื่อให้มั่นใจว่าคุณไปแล้วจะได้เจอซากุระ และคุณยังกลับมาฉลองสงกรานต์กับครอบครัวได้ทันพอดีค่ะ

ช่วงฤดูใบไม้ผลิของเกาหลีนั้น อากาศค่อนข้างเย็นสบาย อยู่ที่ราวๆ 10 กว่าองศา ก็จะประมาณหน้าหนาวบ้านเรา ยังคงต้องใส่เสื้อแจ็กเก๊ตกันอยู่ แต่ไม่ต้องจัดหนักเหมือนหน้าหนาว และไม่มีหิมะแล้วค่ะ คุณจะได้เห็นดอกไม้สวยๆ ที่บานสะพรั่งทั่วกรุงโซลกันอย่างเต็มตา ทริปนี้เราจะเน้นที่การชมดอกไม้เป็นหลัก แต่ก็ยังไม่ทิ้งคอนเซปต์ตามรอยละคร FAITH นะคะ ไปดูกันเลยค่ะว่าเราจะไปไหนกันบ้าง





เราจะออกเดินทางในคืนวันที่ 9 เม.ย. (ขอแนะนำให้คุณใช้วันลาหยุดยาวช่วงจักรีต่อสงกรานต์ไปเลยค่ะ) โดยสายการบิน Business Air พอไปถึงอินชอน หลังจากพาคุณฝ่าด่าน ต.ม. เรียบร้อยแล้ว (ลุ้นระทึกทุกครั้งที่ผ่าน ต.ม. เกาหลี ) เราจะพาคุณไปเยือนอาณาจักรแพ๊กเจกันค่ะ


เราจะเดินทางไปทางฝั่งตะวันตกในดินแดนของแพ๊กเจ (โบราณ) ซึ่งเดิมเคยเป็นเมืองหลวงของแพ๊กเจ  ปัจจุบันอยู่ที่เมืองพูยอ  ชุนชอนนัมโด คุณจะได้สัมผัสกับอารยธรรมโบราณกว่าพันปีของแพ๊กเจที่ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแพ๊กเจ  ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งเดียวในเกาหลีที่บันทึกเรื่องราวของแพ๊กเจเอาไว้




และเราจะไปที่ป้อมซองฮึงซานซอง เพื่อชม “ต้นไม้แห่งความรัก” หรือซารังนามู ที่อยู่ตรงนี้มานาน 400 ปี และได้ถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำละครมากมาย รวมทั้ง FAITH ซึ่งก็คือต้นไม้ที่แทจังนั่งรออึนซูอยู่ตลอด 4 ปี และปรากฏในละครอีกหลายฉาก (เพราะพี่คิมขี้เกียจเปลี่ยนโลเกชั่น)




จากนั้นเราจะไปเยี่ยมชมวัดแดโจซา และพระพุทธรูปหิน ซึ่งใช้เป็นฉากประตูสวรรค์ฝั่งโครยอใน FAITH ค่ะ คืนแรกนี้เราจะนอนในเมืองใกล้ๆ ค่ะ ( เพราะมันไกล ไปไหนต่อไม่ไหวแล้ว โลเกชั่นไกลปืนเที่ยงจริงๆ พี่คิม )






วันที่ 2 ออกเดินทางกลับมาทางกรุงโซล โดยแวะที่เอเวอร์แลนด์กันก่อนนะคะ ใครที่เคยไปแล้วคงพอทราบว่าที่นี่อลังการงานสร้างแค่ไหน เป็นสวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี เพราะเป็นของซัมซุง บริษัทพี่เบิ้มแห่งเกาหลี ที่สำคัญในฤดูใบไม้ผลิทางเอเวอร์แลนด์จะประดับประดาทั้งสวนสนุกด้วยดอกทิวลิปหลากสีสัน ซึ่งบางคนเห็นแล้วอึ้งว่านี่มันของจริงใช่มั้ย? คุณจะได้ชมทิวลิปของจริงโดยที่ไม่ต้องเดินทางไปถึงฮอลแลนด์ (มันสวยจริงๆ ค่ะ คอนเฟิร์ม) รวมทั้งสวนกุหลาบที่ถูกฟางคลุมไว้ตลอดหน้าหนาว ใครที่ไปช่วงหน้าหนาวแล้วเจออะไรก็ไม่รู้ถูกฟางคลุมไว้ นั่นคือสวนกุหลาบที่จะมาเบ่งบานในตอนนี้ล่ะค่ะ






จากนั้นเราจะเข้ากรุงโซลกันแล้วค่ะ แวะถ่ายรูปแปลกๆ กันที่ Trick Eye Museum พิพิธภัณฑ์ภาพลวงตา และแวะที่วัดพงอึนซา อีกหนึ่งสถานที่ถ่ายทำ FAITH (ประตูสวรรค์ฝั่งโซล)

วันต่อมา เราจะไปเยี่ยมชมพระราชวังชางด๊อก (ขางด๊อกกุง) กันค่ะ พระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงามที่ผสานกับธรรมชาติอย่างลงตัว ถ้าคุณเคยไปเที่ยวเคียงบ๊กกุง คุณจะเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของวังหลวง แต่มาที่นี่คุณจะได้ชมธรรมชาติอันงดงามค่ะ และด้านหลังยังมี “ฮูวอน” หรือ Secret Garden ซึ่งทางเข้าจะลึกลับสักหน่อย เพราะในอดีตมีเพียงพระราชาและสนมที่สามารถเข้ามายังอุทยานแห่งนี้ได้ ที่สำคัญก็คือสวนลับแห่งนี้คุณไม่อาจเดินเที่ยวชมเองได้ ต้องเข้าชมพร้อมไกด์เท่านั้นและต้องจองล่วงหน้า ซึ่งเราจัดให้โดยคุณไม่ต้องลำบากแต่อย่างใดค่ะ





จากนั้นเราจะไปสัมผัสแม่น้ำฮันกันแบบใกล้ชิด แม่น้ำสายหลักที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของเกาหลี แต่เป็นความภาคภูมิใจของชาวกรุงโซล ทุกครั้งที่พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในโซล หนีไม่พ้นที่จะต้องมีแม่น้ำฮันอยู่ด้วยนะคะ เราจะไปล่องเรือบนแม่น้ำฮันกันพร้อมรับประทานมื้อกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์กันบนเรือค่ะ คุณจะได้ชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำ และได้เห็นต้นซากุระที่เรียงรายอยู่ริมน้ำหน้าอาคารรัฐสภา

จากนั้นเราจะมาขึ้นฝั่งที่ยออีโด และพาคุณเข้าสู่เทศกาลชมซากุระแห่งกรุงโซล ณ เกาะยออีโดค่ะ






เสร็จแล้วไปต่อกันที่คลองชองเกชอนและจัตุรัสกลางฮวามุน เพื่อ ชมบรรยากาศสวยๆ ของทั้งสองสถานที่สำคัญของกรุงโซล แล้วจึงพาคุณไปช้อปปิ้งที่เมียงดงค่ะ







สำหรับวันสุดท้าย เราจะไปที่โซลทาวเวอร์กันค่ะ ไม่ไปไม่ได้เพราะเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซลค่ะ และระหว่างเส้นทางขึ้นเขานัมซาน คุณจะได้เจอกับซากุระอีกค่ะ แต่คราวนี้เราไม่มีพาขึ้นหอคอยนะคะ เพราะเราจะพาคุณไปเที่ยวหมู่บ้านโบราณ นัมซานฮันอก ซึ่งจัดแสดงบ้านแบบโบราณ ที่เค้าขนแยกชิ้นแล้วเอามาประกอบขึ้นใหม่ที่นี่ รวบรวมไว้เป็นหมู่บ้านเลยค่ะ

และมีกิจกรรมต่างๆ ที่แสดงวิถีชีวิตชาวบ้านแบบโบราณด้วย ต่างกับบุกชน ที่เป็นอาคารแบบโบราณดั้งเดิม ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ให้เหมือนเดิมทุกประการค่ะ จึงเป็นคนละบรรยากาศกันนะคะ และคุณจะได้ชมธรรมชาติสวยๆ รอบสวนนัมซานด้วยค่ะ







อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นนะคะว่าทริปนี้เน้นการสัมผัสบรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิจริงๆ โดยมีการตามรอยละครสอดแทรกอยู่บ้างพอประมาณค่ะ เนื่องจากเป็นการเที่ยวในหน้าเทศกาล ราคาที่พักจึงค่อนข้างแพง ราคาแพ็คเกจจึงต้องแพงกว่าทริปที่ผ่านมานะคะ โดยเป็นราคารวมทุกอย่างทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน+ค่าเดินทาง+ค่าอาหาร+ค่าที่พัก ราคาอยู่ที่ 28,900 บาทต่อท่านค่ะ






ท่านที่สนใจขอโปรแกรมได้ผ่านแบบฟอร์มบนแถบขวามือค่ะ   
สำหรับวิธีการจอง กรุณาจองผ่านแบบฟอร์มที่อยู่บนแถบขวามือหน้าเว็บนี่นะคะ แค่กรอกแบบฟอร์มเพื่อขอจองทัวร์ แล้วดิฉันจะส่งเมล์กลับไปหาคุณเองค่ะ  คุณจะได้รับเมล์ตอบกลับภายใน 1 วัน หากไม่เห็นเมล์ตอบกลับ กรุณาเช็คในสแปมเมล์ด้วยค่ะ ถ้าไม่ได้รับจริงๆ กรุณาแจ้งไว้ใน COMMENT หรือที่ TALK BOX นะคะ

และเช่นเคยนะคะ เนื่องจากการจัดทริปของเราเป็นแบบกรุ๊ปส่วนตัว ไม่ใช่ทัวร์หน้าร้าน การจองจึงต้องทำผ่านเว็บของเราตรงนี้เท่านั้น คุณจะจองโดยตรงกับทัวร์ไม่ได้ค่ะ ทัวร์มีหน้าที่รับจัดทัวร์ (ตามสั่ง) เท่านั้น เค้าจะรับจองเองหรือปรับโปรแกรมเองไม่ได้นะคะ กรุณาทำความเข้าใจตามนี้ด้วย หากคุณต้องการเที่ยวโปรแกรมนี้ ก็ต้องจองผ่านที่นี่เท่านั้น หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อสอบถามกับดิฉันโดยตรงค่ะ

และด้วยเหตุผลเดียวกับทุกทริปนะคะ เนื่องจากเราจัดแบบกรุ๊ปส่วนตัวและเป็นกรุ๊ปเล็กๆ การจองตั๋วครื่องบินจึงต้องรีบทำก่อนที่บริษัททัวร์ที่เป็นกรุ๊ปใหญ่จะมาแย่งจองไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราไปกันหน้าเทศกาล ยิ่งต้องรีบจองล่วงหน้าเพื่อความมั่นใจว่าจะได้ตั๋วแน่นอน และรับจำนวนจำกัด 15 ท่านเหมือนเดิมนะคะ เพราะถ้าคนมากเกินไป เวลานั่งบนรถคุณจะต้องเบียดกันจนอึดอัดค่ะ และไม่มีที่สำหรับวางของด้วยค่ะ 

ท่านที่ใจอยากไป (เที่ยว) แต่ติดที่หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ไม่ได้ คุณสามารถไปคนเดียวได้ค่ะ กรุ๊ปของเรานี้คนเดียวก็เที่ยวได้ โดยไม่ต้องจ่ายตังค์เพิ่มเป็นค่าพักเดี่ยวเหมือนทัวร์หน้าร้านค่ะ (ราคาพักเดี่ยวมีไว้เผื่อคุณอยากนอนคนเดียวจริงๆ ก็ต้องเสียตังค์เพิ่มค่ะ) เราจัดหาเพื่อนมาพักให้ได้ค่ะ ถ้าเป็นทัวร์หน้าร้านเค้าจะไม่กล้าให้คุณนอนกับคนแปลกหน้า แต่ของเราเป็นกรุ๊ปจัดเอง ดิฉันเชื่อว่าทุกคนที่ผ่านเข้ามาตรงนี้อย่างน้อยก็ต้องเป็นคอละครจึงหลงเข้ามาที่บล็อกของดิฉัน คิดว่าอย่างน้อยคุณคงคุยกันถูกคอได้ไม่ยากค่ะ

หวังว่าคนที่พลาดโอกาสในทริปฤดูหนาว เราจะได้เจอกันในทริปชมซากุระนี้นะคะ



อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับป้อมซองฮึงซานซองและวัดแดโจซาได้ที่

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหอคอยโซลได้ที่

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับแม่น้ำฮันได้ที่

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหมู่บ้านนัมซานฮันอกได้ที่

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกาะยออีโดและเทศกาลซากุระบานได้ที่

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชวังชางด๊อกและสวนลับได้ที่




ไม่มีความคิดเห็น: