วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

[Trans] Lee Min Ho @SmartShe Magazine’s Interview : Part I


ลง Part 1 ให้อ่านกันก่อนนะคะ เพราะรู้ว่ามีหลายท่านกำลัง (ถ่างตา) รออยู่ Part 2 กำลังแปลค่ะ จะตามมาติดๆ เลยค่ะ (เด็กคนนี้มันฮามากค่ะ ขอบอก ติ๊งต๊องดี )





Source : 《都市丽人》(SmartShe) : January 2013 Issue
Credit : 月苏菱
English Translation : meow / http://loveghs.wordpress.com


Lee Min Ho “Don’t call me ahjussi before 40 !”

“คนที่แสดงบทดอมโยจิจะกลายเป็นดาราดัง” (ดอมโยจิคือตัวละครในการ์ตูน F4 ฉบับออริจินัลของญี่ปุ่น ซึ่งในฉบับเกาหลีคือ คูจุนพโย และฉบับไต้หวันคือ เต้าหมิงซื่อ ที่แสดงโดยเจอรี่ ) ลีมินโฮคืออีกบทพิสูจน์ของทฤษฎีนี้ ตอนนี้เขากลายเป็นดาราที่ดังไปทั่วเอเชีย คิมฮีซอน (คุณหมอยูคนสวยของเรา) เอ่ยปากชมเขาเรื่องความเป็นมิตรและเสน่ห์ของเขาหลังจากที่ได้ร่วมงานกัน และบอกว่าแม้แต่ลูกสาวของเธอยังปลื้ม (ลุง) ลีมินโฮ แต่ต่างจากดาราคนอื่นๆ ที่อยากโตเป็นผู้ใหญ่ ลีมินโฮยังมีความสุขกับวัย 25 ของเขา ซึ่งก้ำกึ่งระหว่างความเป็นเด็กและผู้ใหญ่ เขายังประกาศอีกด้วยว่า “ต่อให้อีก 10 ปีข้างหน้า ผมก็ยังเป็นอุ๊ปป้า (พี่ชาย) อยู่นะครับ” (ตาลุงงงงงง)

ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นลูกเศรษฐีอารมณ์ร้อนแต่จิตใจใสซื่อ ( บวกติ๊งต๊อง...ก็คือคูจุนพโยค่ะ ) เขาเคยเป็นสถาปนิกผู้ชาญฉลาด (จอนจินโฮ) เขาเคยเป็นซิตี้ฮันเตอร์ผู้ไม่กลัวตาย (ลียุนซอง) เป็นวีรบุรุษผู้พิทักษ์คุณธรรม...แต่ละบทที่เขาแสดงล้วนส่องประกาย แต่ตอนนี้เขาคือดาราไอดอลชื่อดังทั่วเอเชีย ลีมินโฮ






ถ้าอยากรู้ว่าลีมินโฮดังแค่ไหน คุณต้องมาฟังเสียงแฟนๆ ของเขากรี๊ดที่จีน (ต๊กใจต้นไม้เดินได้) ที่เซี่ยงไฮ้ แฟนๆ นับพันวิ่งไล่ตามเขา ที่ซีอาน งานต้องถูกยกเลิกเพราะมีผู้คนมากเกินไป และงานของ Semir ที่เฉิงโจว กำหนดการคือเริ่ม 4 โมงเย็น แต่แฟนๆ มารออยู่นอกโรงแรมตั้งแต่ 9 โมงเช้า แม้แต่คนที่ผ่านไปมายังอดสงสัยไม่ได้ว่า “เกิดปรากฏการณ์อะไรขึ้นที่นี่?”

แต่การสัมภาษณ์ “ปรากฏการณ์” รายนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศครื้นเครงเกินคาด ระหว่างการให้สัมภาษณ์ เขามักระเบิดเสียงหัวเราะออกมาขณะที่พูดอยู่ (คนมันบ้าค่ะ อย่าถือสา )

ในวงการ “หนุ่มหล่อ” มี “หนุ่มหน้าสวย” เกิดขึ้นมากมาย หลังจากผ่านไปหลายปี พวกเขาก็เริ่มกลายเป็น “ลุงหน้าสวย” แทน ( เอ่อ...แบบว่า แอบเหน็บพี่ยงจุนของดิฉันหรือเปล่าคะ มีเคืองนิดๆ นะเนี่ย ) เราถามลีมินโฮ หนุ่มวัย 25 ปีว่า “หลังจากผ่านไป 10 ปี ถ้าคุณถูกเรียกว่า “ลุง” คุณจะชอบมั้ย?”

เขากลับไม่ได้ตอบเราตรงๆ “ผมคิดว่ามันก็เข้าท่าดีนะ” แต่จู่ๆ เขาก็ส่ายหัวและพูดเสียงจริงจังว่า “อย่าเรียกผมว่าลุง ก่อนผมอายุ 40 ช่วยเรียกผมว่าพี่ชายแล้วกัน (อุ๊ปป้า)” (พี่ชายพ่อไงยะ)

( คำว่า “อาจัสชิ” ในภาษาเกาหลี คือคำเรียกผู้ชายที่อายุมากกว่าเรา คนเกาหลีจะคล้ายๆ คนไทยนะคะ ก็คือมักเรียกคนที่เราคุยด้วยแบบสนิทสนมเหมือนญาติ ถึงแม้จะไม่ใช่ญาติก็ตาม อย่างเช่นเราก็ชอบเรียกคนที่เราคุยด้วยว่า พี่ น้อง ลุง ป้า ซึ่งคนเกาหลีก็เหมือนกันค่ะ ถ้าเราเจอผู้ชายที่อายุมากกว่าเราค่อนข้างเยอะ เราก็จะเรียกว่า อาจัสชิ ซึ่งอาจแปลว่า “คุณ” หรือ “ลุง” อะไรแบบนี้ ดังนั้นเด็ก 10 ขวบก็สามารถเรียก “พี่ชาย” อายุ 25 ว่า อาจัสชิ ได้เช่นกันค่ะ )






“Acting and Playing Soccer, the Happiest Moments”

ไม่สำคัญว่าเราจะใส่คำคุณศัพท์ที่สวยหรูแค่ไหนนำหน้าชื่อลีมินโฮก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วเขาก็คือนักแสดงที่ชื่อลีมินโฮ คำว่า “นักแสดง” เข้ามาสู่ชีวิตของเขาตั้งแต่เรียนมัธยม ลีมินโฮไม่เคยคิดถึงการเป็นนักแสดงมาก่อนหน้านั้น แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น (แหงล่ะ สูงโด่เด่ขนาดนี้ ไม่เห็นก็ต้องเห็น) เขาจึงมักได้รับข้อเสนอจากบริษัทตัวแทน แต่ว่าในตอนนั้นเขามุ่งมั่นอยู่กับกีฬาฟุตบอล

“ที่จริงผมอยากเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่ 2 ปีแรกตอนเรียนมัธยม แต่ผมเล่นฟุตบอลไม่ได้อีกเพราะอาการบาดเจ็บ ความคิดเรื่องการเป็นนักแสดงจึงเริ่มเข้ามา”

หากจะพูดว่าคนดังมักมีประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาก่อนที่จะกลายเป็นดาราดัง เรื่องราวของลีมินโฮคงเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นในช่วงปิดภาคฤดูร้อนหลังจบการศึกษาชั้นมัธยม อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เขาต้องนอนอยู่บนเตียงนานถึง 6 เดือน (ก็เลยเป็นโรครักเตียงนับแต่นั้นมา )

มีสุภาษิตกล่าวไว้ว่า “ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน” แต่โชคดีไม่ได้เข้ามาหาลีมินโฮเร็วนัก หลังจากเดบิวต์ (เข้าสู่วงการ) ผลงานที่เขาทำไม่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีนัก นักแสดงต้องการโอกาสดีๆ และการเปิดออดิชั่น Boys Over Flowers คือโอกาสที่ดีที่สุดที่ลีมินโฮเคยได้รับมา ( งานนี้ต้องขอบคุณพี่ซ็อก ที่ฮีเกิดติสต์แตกอยากจะรับบท คังกึนวู ใน Beethoven Virus มากกว่า คูจุนพโย ใน BOF )




บางทีอาจเป็นเพราะความต้องการรับบทคูจุนพโยของเขา ทำให้ลีมินโฮไปดัดผมให้เหมือนกับในการ์ตูนก่อนวันออดิชั่น ( ทุ่มทุนขนาดนั้นเลย ) ลีมินโฮทำให้ผู้กำกับสนใจทันที ( แหงล่ะ มันกล้าทำผมทรงประหลาดขนาดนี้ ) ผู้กำกับยังบอกด้วยว่าเขาได้ตัดสินใจว่าลีมินโฮคือคูจุนพโยตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกับเขา

เรื่องราวหลังจากนั้นก็คือสิ่งที่เราได้เห็นกันแล้ว ความโด่งดังของเขาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาได้รับบทดีๆ มากมาย เขาเกาะกุมหัวใจของเหล่านูน่า (พี่สาว) ใน Personal Taste ตามติดมาด้วยซิตี้ฮันเตอร์ ซึ่งทำให้เขาเปล่งประกายเจิดจ้า ทักษะการแสดงของเขา บวกกับการแสดงฉากแอ๊คชั่นได้อย่างน่าทึ่งทำให้ลีมินโฮโหมกระหน่ำไปทั่วเอเชียราวกับทอร์นาโด แม้แต่คนที่เคยไม่ชอบเขาใน BOF ก็ยังกลายมาเป็นแฟนของเขา....

( รออ่านต่อ Part 2 นะคะ...)

1 ความคิดเห็น:

patchamon กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ อ่านแล้วสนุกจิงๆ รอ Part 2 นะคะ ^_____^