วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

Blogger’s Choice : Top 5 Favorite Dramas of 2012


งานแจกรางวัลประจำปีก็ผ่านไปแล้ว อาจโดนใจใครหลายคนและอาจไม่โดนใจใครอีกหลายคนนะคะ ต้องบอกว่าเรื่องแบบนี้อยู่ที่รสนิยมและความชอบส่วนตัวของใครของมันค่ะ ทีนี้ถึงคราวดิฉันขอแชร์ความชอบส่วนตัวบ้างจากละครปีที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนดิฉันไม่สามารถดูได้ทุกเรื่อง แต่ก็ได้เห็นผ่านตา จึงขอหยิบเอา 5 เรื่องที่ชอบที่สุดมาแบ่งปันค่ะ




1.Faith / 신의 (SBS)

อย่างที่ดิฉันเคยบอกนะคะว่าดิฉันชื่นชอบ FAITH เป็นการส่วนตัว และมีหลายเสียงที่เถียงว่า FAITH ไม่ใช่ละครที่ดีที่สุด แต่บางทีสิ่งที่เราชอบกับสิ่งที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่สิ่งเดียวกันค่ะ

สำหรับ FAITH ดิฉันขอใช้คำว่า “รัก” จะดีกว่าค่ะ ดิฉันชอบในสิ่งที่ซงจีนาพยายามจะนำเสนอ ถึงแม้ข้อจำกัดหลายอย่างอาจทำให้ละครเรื่องนี้ไปไม่ถึงฝั่งฝัน จากบทที่ถูกเปลี่ยนหลายรอบเพราะปัญหาหลายอย่างก่อนเริ่มถ่ายทำ แต่อย่างน้อยซงจีนาก็พยายามที่จะยึดธีมของเรื่องดังที่เธอตั้งใจไว้ นั่นก็คือ “ศรัทธา” ดิฉันได้เคยพยายามอธิบายตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่เราติดตาม FAITH ร่วมกันมาว่าทุกบททุกตอนที่ซงจีนาพยายามสื่อ เกี่ยวเนื่องถึงความศรัทธา เธอสอดแทรกไว้ทุกแง่มุม เพียงแต่การดูละครที่ไม่ปะติดปะต่ออาจทำให้คุณพลาดบางจุดไป

แต่สรุปโดยรวมก็คือไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม “ศรัทธา” เท่านั้นที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นจริง แค่คุณ “คิด” มันยังไม่พอ ต้อง “ลงมือทำ” ด้วยใจศรัทธาเท่านั้นถึงจะเห็นผล

เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการขาดศรัทธาของตัวละคร ชอยยองที่ขาดศรัทธาในตัวกษัตริย์องค์ใหม่ของเขา ขาดศรัทธาแม้กระทั่งการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างศรัทธาขึ้นในใจเขา คุณจะเห็นพัฒนาการของเขาอย่างชัดเจน เมื่อเขาเริ่มมีศรัทธาในตัวคงมิน เขายอมแม้กระทั่งสละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้อง ในตอนที่เขาต่อสู้กับทหารของคีชอลเพียงลำพังเพราะทำตามบัญชาของคงมิน (เพื่อรอทหารจากวัง) เขาสู้ด้วยศรัทธาที่มีต่อพระราชาของเขา ทั้งๆ ที่รู้ว่าโอกาสชนะอาจไม่มี เขาจึงไม่ยอมให้ทหารของเขามาตายด้วย และศรัทธาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปในตอนจบ เพื่อรอคอยคนรักของเขา ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าเธอจะกลับมาหาเขาเมื่อไหร่ หรือจะได้กลับมาหรือไม่

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ดิฉันประทับใจกับ FAITH และรักละครเรื่องนี้ จึงขอยกให้เป็นอันดับหนึ่งในดวงใจสำหรับปี 2012 ค่ะ





2.A Gentleman's Dignity / 신사의 품격 (SBS)

หากไม่มี FAITH ละครเรื่องนี้คงมาวินเป็นที่หนึ่งในดวงใจของดิฉันอย่างแน่นอนค่ะ เพราะเป็นการผสมกลมกลืนที่ลงตัวอย่างที่สุด มีความโรแมนติกคอเมดี้ผสมกับดราม่า นักแสดงทุกคนแสดงได้อย่างลงตัวและกลมกลืน

เราเห็นได้อย่างชัดเจนถึงความสัมพันธ์ของ 4 หนุ่มที่เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็ก พวกเขาอาจทะเลาะกันบ้าง ขัดแย้งกันบ้าง แต่สุดท้ายเมื่อเกิดเรื่องเดือดร้อน เพื่อนก็ไม่เคยทิ้งกัน

ความรักของคิมโดจิน (แจงดองกัน) และโซยีซู (คิมฮานึล) ต้องผ่านการทดสอบมากมาย กว่าทั้งคู่จะยอมเปิดใจให้กัน เพราะยีซูไม่เคยชอบโดจิน ในขณะที่ฝ่ายชายหลงรักเธอซ้ำแล้วซ้ำอีก (โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน) กว่าเขาจะทำให้ยีซูหันมามองเขาได้ ก็ต้องใช้เวลานานทีเดียว จากนั้นยังมีเรื่องโรคประหลาดของโดจิน (ความจำหายไปเป็นระยะๆ) แล้วจู่ๆ เขาก็มีลูกชายโผล่มาอีกคน (โคลิน – ลีจองฮุน) ทั้งหมดนี้เหมือนเป็นการทดสอบว่าคนสองคนนี้รักกันจริงหรือไม่ และพร้อมจะฝ่าฟันอุปสรรคที่ขวางทางพวกเขาอยู่หรือไม่

รวมทั้งคู่รักอีก 3 คู่ก็เช่นกัน ต้องฝ่าฟันและผ่านบททดสอบ เรื่องนี้จึงเป็นละครที่สะท้อนให้เห็นความรักในหลายๆ รูปแบบ และบทสรุปสุดท้ายที่ว่า “ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย” นั้นอยู่ตรงไหน คุณไม่จำเป็นต้องกล้ามใหญ่ล่ำบึ๊ก แต่มันคือการทำให้คนที่เรารักมีความสุขที่สุดนั่นเอง




3.Moon Embracing the Sun / 해를 품은 달(MBC)

ละครเรื่องนี้ถือเป็นละครที่ทำให้วงการสั่นสะเทือนก็ว่าได้ เพราะเป็นละครพีเรียดเรื่องเดียวที่ไม่ได้สร้างจากประวัติศาสตร์จริง (แต่งขึ้นมาล้วนๆ) แต่กลับทำเรตติ้งได้ถล่มทลาย ทำเอาผู้ชมติดกันหนึบหนับ ถึงขนาดนั่งนับวันรอออกอากาศเลยทีเดียว

ละครเรื่องนี้ถือว่าเป็นละครน้ำเน่าโดยแท้ เพราะเรื่องราวเน้นไปที่ความรักของตัวละครเอก การชิงรักหักสวาท ช่วงชิงอำนาจ เป็นเรื่องราวของพระราชาลีฮวอน (โยจินกู/คิมซูฮยอน) ซึ่งได้สูญเสียหญิงคนรัก โฮยอนวู (คิมยองจู /ฮันกาอิน) ไปก่อนที่จะเข้าพิธีอภิเษก ทำให้เขาต้องเข้าพิธีกับผู้หญิงอีกคน ยุนโบคยอง แต่ที่จริงแล้วการตายของยอนวูมีเบื้องหลังที่น่ากลัวแฝงอยู่ เพียงเพราะไม่อยากสูญเสียอำนาจ พระพันปีจึงสั่งให้สังหารยอนวูด้วยมนต์ดำ แต่โชคดีที่ยอนวูไม่ตาย เธอจึงแฝงตัวอยู่ในคราบของร่างทรงที่ชื่อวอล และแน่นอนเธอจะกลับมาทวงคืนสิ่งที่เป็นของเธอโดยชอบธรรม

อย่างที่คุณเห็นในพล็อตนะคะ เป็นเรื่องราวชิงรักหักสวาทกันเห็นๆ แต่ก็ดูสนุกและชวนติดตาม มีฉากจิกหมอนมากมาย และคิมซูฮยอน/ฮันกาอิน ก็แสดงได้ดี (ถูกใจแม่ยก) ละครเรื่องนี้จึงเป็นอีกเรื่องที่ดิฉันยกให้เป็นละครในดวงใจประจำปี 2012 ค่ะ




4.Ghost / 유령 (SBS)

สำหรับ Ghost ต้องบอกว่าก่อนที่จะดู ดิฉันก็ไม่รู้เลยว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร แต่พอเห็นโซจีซบ ดิฉันก็นึกไว้ก่อนว่า “มันจะตายอีกมั้ย???” เพราะฮีเล่นเรื่องไหนก็ตายซะทุกเรื่อง แล้วก็จริงอย่างคาดค่ะ ฮีตายตั้งแต่เริ่มเรื่องเลยทีเดียว แต่กลับมาใหม่ในหน้าเดิมแต่เป็นตัวละครอีกคน ทำให้เรารู้ว่าศัลยกรรมเกาหลีนี่เจ๋งจริง ทำให้แดเนียล ชอย กลายเป็นโซจีซบได้ (หน้าคนละแนวเลย) แถมทำให้ตัวสูงกว่าเก่าได้อีกด้วย น่าทึ่งมากๆ

Ghost เป็นเรื่องราวของตำรวจไซเบอร์ คิมวูฮยอน (โซจีซบ) ซึ่งต้องต่อกรกับอัจฉริยะคอมพิวเตอร์ จอมแฮ๊คเกอร์ นามว่า “ฮาเดส” ซึ่งสุดท้ายแล้วเขาก็สืบรู้ว่าฮาเดสก็คือ ปาร์คกียอง (แดเนียล ชอย) เพื่อนรักของเขาสมัยที่เรียนตำรวจด้วยกัน แต่วูฮยอนได้หลงเข้าไปตกอยู่ในวังวนของการฆาตกรรมและแผนร้ายของโจฮยอนมิน จนสุดท้ายตัวเขาต้องตายไป และกียองบาดเจ็บสาหัส กียองตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ในชื่อของวูฮยอน เพื่อนรัก เพื่อสืบหาคนที่พยายามฆ่าพวกเขา โดยได้รับความช่วยเหลือจากยูคังมี ลูกน้องของวูฮยอน

ละครเรื่องนี้เป็นละครที่ทำให้คุณนั่งไม่ติด ต้องติดตามแบบลุ้นทุกลมหายใจ เพราะเป็นการประทะฝีมือระหว่างอัจฉริยะแฮ็คเกอร์อย่าง ฮาเดส กับเจ้าพ่อเงินทุนที่สะสมความแค้นเอาไว้ในใจ อย่างโจฮยอนมิน ทั้งคู่ต่างมีมันสมองระดับอัจฉริยะ ในขณะที่คนหนึ่งใช้มันเพื่อช่วยคน อีกคนกลับใช้มันเพื่อทำลายคน แต่สุดท้ายมันก็กลับมาทำร้ายคนที่เขารักและตัวเขาเอง ต้องขอชมคนเขียนบทว่าเก่งมากๆ แต่ซาดิสต์ไปหน่อย เพราะต้องมีคนตายทุกตอน





5. I Do, I Do / 아이두 아이두 (MBC)

สำหรับ I Do I Do อาจเป็นละครนอกสายตาของใครหลายๆ คนนะคะ แต่ดิฉันติดตามชมเพราะเชื่อในการเลือกงานของคิมซุนอา ทุกเรื่องที่เธอรับเล่น แม้จะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ก็จะแฝงอะไรบางอย่างให้เราเก็บไปคิดได้เสมอค่ะ

I Do I Do เป็นเรื่องราวของนักออกแบบรองเท้าชื่อดัง ฮวางจีอัน (คิมซุนอา) ภายนอกเธอดูเป็นคนแข็งกระด้าง บ้างาน และไม่แคร์ใคร เพราะเธอต้องฝ่าฟันมามากมายกว่าจะมาถึงจุดนี้ ในขณะที่ฝ่ายพระเอก ปาร์คแทคัง (ลีจางวู) เป็นเด็กหนุ่มที่ยังไม่มีจุดหมายอะไรในชีวิต เขาใช้ชีวิตแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไป แต่โชคชะตานำพาทั้งคู่มาเจอกัน และเหตุการณ์บานปลายไปจนถึงขนาดมีความสัมพันธ์กัน และนางเอกของเราเกิดท้องขึ้นมา

แน่นอนเธอไม่คิดว่าแทคังจะมีปัญญามารับผิดชอบอะไรในตัวเธอ เธอจึงไม่ยอมบอกเขา แต่สุดท้ายเขาก็รู้จนได้ จากเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง แทคังพยายามพิสูจน์ตัวเองให้จีอันเห็นว่าเขาสามารถดูแลเธอและลูกได้

เรื่องนี้สื่อให้เห็นว่าบางครั้งในชีวิตคนเราเมื่อถึงทางเลือก เราจะเลือกเส้นทางไหน จีอัน จากคนที่มีความรักอยู่กับรองเท้าของเธอ ตอนนี้เธอกลับมีอีกอย่างที่ต้องรักมากกว่า นั่นก็คือลูกในท้องของเธอ เธอต้องเลือกระหว่างอาชีพที่รัก ซึ่งเธออาจได้เป็นถึงประธานบริษัท แต่เธอต้องกำจัดลูกของเธอซะ หรือเธอจะเลือกลูก และยอมละทิ้งความทะเยอทะยานของตัวเอง ในขณะที่แทคัง อาจมีโอกาสได้เป็นนักออกแบบรองเท้าชื่อดังหากเขาตัดสินใจทิ้งจีอันและลูกไปต่างประเทศ หรือเขาจะละทิ้งโอกาสนี้ไปเพื่ออยู่กับจีอันและลูก บอกได้เลยว่าว่าละครเรื่องนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คุณคิด และลีจางวู ก็แสดงได้ดีเกินความคาดหมาย คู่ควรกับรางวัลที่เขาได้รับไปค่ะ





ในปีที่ผ่านมายังมีละครสนุกๆ น่าติดตามชมอีกมากที่ดิฉันไม่ได้หยิบขึ้นมาเป็น 5 อันดับในดวงใจ แต่ขอแนะนำไว้ตรงนี้เผื่อใครอยากหามาดูนะคะ

Bridal Mask หน้ากากเจ้าสาว เรื่องราวของการกอบกู้ชาติ ใครที่ชอบละครแนวซูเปอร์ฮีโร่ น่าจะชอบเรื่องนี้ค่ะ

Arang & the Magistrate อารังกับซัตโต้ ละครคัมแบ็คของลีจุนกิ ถึงกระแสตอบรับจะไม่ดีนักเนื่องจากคนเขียนบทมือใหม่ เขียนวกไปวนมาจนน่าปวดหัว ทั้งๆ ที่เนื้อหาสร้างจากละครพื้นบ้านของเกาหลีที่ใครๆ ก็รู้จัก แถมได้ดาราดีมาแสดง ก็ถือว่าน่าเสียดายอย่างยิ่งค่ะ ใครที่ชอบลีจุนกิ ชินมินอา หรือยูซึงโฮ อย่างน้อยก็ควรหามาชมนะคะ

Time Slip Dr.Jin ละครรีเมคจาก หมอจิน ภาคญี่ปุ่น ซึ่งหมอจินของเกาหลีนี้หล่อเกินหน้าเกินตา (ที่ดูเพราะพี่ชายคนเดียวเลย) เป็นละครฟอร์มยักษ์ ที่เป็นคู่พิพาทกับ FAITH ของเรา เนื่องจากกล่าวหาว่าเนื้อหาของเราซ้ำกับของเขา ก็อยากจะบอกว่าของแกนั่นแหละลอกญี่ปุ่นมา แต่ของเราน่ะแต่งเอง (เฟ้ย) ถ้าใครชอบละครพีเรียดก็น่าจะชอบเรื่องนี้ค่ะ เป็นเรื่องราวก่อนที่พระเจ้าโกจงจะขึ้นครองราชย์ ดิฉันว่าบทเด่นมันไปอยู่ที่ลีบอมซู ซึ่งเป็นพระบิดาของพระเจ้าโกจงมากกว่า แต่คนส่วนใหญ่คงดูเพราะซงซึงฮอนกับแจจุงมากกว่านะคะ

Rooftop Prince หลายคนคงแปลกใจที่ดิฉันไม่หยิบเอาเจ้าชายหลังคาเรื่องนี้มาเป็นหนึ่งใน 5 อันดับ ถึงแม้ว่าละครเรื่องนี้จะเขียนออกมาได้ดี แต่ก็ยังไม่อาจทำให้ดิฉันประทับใจได้สักเท่าไหร่ ฮันจีมินกับปาร์คยูชอนก็แสดงได้น่ารักดี วิวก็สวยเพราะถ่ายทำช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่เนื้อหาต้องบอกว่าดิฉันประทับใจกับความรักของฝ่าบาทลีฮวอนและยอนวูมากกว่าค่ะ ถึงแม้การวนเวียนกลับมารักกันทุกชาติไปของคนคู่นี้จะน่าประทับใจมากก็ตาม

The Great Seer เป็นละครที่ยังคงออกอากาศอยู่นะคะ เป็นเรื่องราวก่อนกำเนิดของราชวงศ์โชซอน คล้ายๆ จะต่อเนื่องกับ FAITH แต่เป็นช่วงปลายสมัยของคงมิน และเน้นที่การเมืองมากกว่า ดูแล้วคุณอาจจะเกลียดคงมิน เพราะที่จริงแล้วเขาเป็นพระราชาที่ค่อนข้างอ่อนแอ แต่คุณจะได้เห็นเหตุผลว่าเหตุใดลีซองกเยจึงต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติยึดอำนาจ ดังเช่นที่อาจารย์มูฮัคได้พูดไว้ว่า “ถ้าอยากช่วยโครยอ ก็ต้องทำลายโครยอซะก่อน” เพราะหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป คนที่ทุกข์ยากก็คือประชาชน ใครชอบประวัติศาสตร์ ไปหาเรื่องนี้มาดูได้เลยค่ะ (ตอนนี้ยังไม่จบนะคะ)

Innocent Man ละครที่สร้างกระแสอย่างมาก ใครๆ ก็รักคังมารู ผู้ชายที่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อความรัก ตั้งแต่คนรักคนแรกจนถึงรักสุดท้ายของเขาค่ะ ใครเป็นพวกโรแมนติกนิยมต้องดูเรื่องนี้เลยค่ะ เตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้เยอะๆ นะคะ

Full House Take 2 ละครที่ใช้ชื่อ Full House แต่ไม่ใช่ภาคต่อของ Full House แต่ประการใดค่ะ เป็นละครที่ออกแนวการ์ตูนญี่ปุ่น ดูได้สนุกดีทีเดียวค่ะ แล้วคุณจะหลงรัก ลีแทอิค พระเอกจอมวางมาดที่แพ้สารพัดชนิด แต่เขาก็มีความน่ารักในแบบของเขา ที่สำคัญก็คือเขาพร้อมที่จะปกป้องคนรักของเขาเสมอ ดูแก้เครียดได้เลยค่ะเรื่องนี้

Big เป็นละครคัมแบ็คของกงยู ซึ่งเนื้อหาก็เรียกได้ว่าดูได้สนุกพอประมาณค่ะ กับการที่เด็กนักเรียนต้องเข้าไปอยู่ในร่างของชายหนุ่ม แถมชายหนุ่มคนนั้นยังเป็นคู่หมั้นของคุณครูของเขา และสุดท้ายเขาก็เกิดรักครูขึ้นมาจริงๆ เขาจะทำอย่างไรให้เธอรักเขาเพราะเขาเป็นเขา ไม่ใช่เพราะเขาอยู่ในร่างคนรักของเธอ



1 ความคิดเห็น:

Darkeye Woothikrai กล่าวว่า...

ตามเรื่อง The Great Seer อยู่เลยค่ะ (แม้ว่าตอนนี้จะโดนเหล่าเด็กๆ School 2013 มาปาดหน้าดึงความสนใจไป)
ยิ่งดูก็ยิ่งสนุกและลุ้นมาก และมีหลายครั้งที่ขัดใจพระราชากงมินเหลือเกิน และตลอดที่ต้องดูชเวยองด้วย
มันเหมือนเป็นภาคต่อจาก Faith เลยค่ะในความรู้สึก