วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

[Culture] Makgeolli / 막걸리 / มักกอลลี






คุณคงเห็นจากที่จั่วหัวไว้แล้วว่าวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “วัฒนธรรม” และเรากำลังจะมาคุยถึงเรื่อง “เหล้า” กันค่ะ แน่นอนว่าการดื่มเหล้าเป็นวัฒนธรรมของคนเกาหลี ซึ่งคุณจะเห็นได้บ่อยๆ ในละคร และหากคุณได้เดินทางไปเกาหลี ที่นั่นเราจะเห็นคนดื่มเหล้ากันเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ผู้หญิงก็สามารถมานั่งดื่มเหล้าคนเดียวได้โดยไม่ถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ เหมือนอยู่ในบ้านเรา

หากถามว่าคนเกาหลีดื่มเหล้าแล้วเมาคลานเหมือนคนไทยหรือไม่? ต้องขอตอบว่าคลานเหมือนกันค่ะ และคุณจะเห็นผู้ชายอยู่ในสภาพนั้นมากกว่าผู้หญิง (ไม่รู้ว่าสาวเกาหลีคอแข็งกว่าหรืออย่างไร?) แต่ในขณะเดียวกัน คนเกาหลีก็มีวินัย ด้วยความที่กฏหมายบ้านเค้าค่อนข้างรุนแรง การเมาแล้วขับและเกิดอุบัติเหตุจึงเกิดขึ้นน้อยมาก คนเกาหลีเมื่อดื่มเหล้าจะไม่ขับรถ แต่ใช้บริการรถสาธารณะ หรือไม่ก็ใช้บริการคนขับรถ ซึ่งจะมีให้เรียกใช้ได้ตลอดเวลา ถือเป็นอาชีพหนึ่งที่ได้เงินดีทีเดียวค่ะ แบบเดียวกับที่คิมนานาทำก่อนที่จะไปเป็นบอดี้การ์ดในบลูเฮ้าส์ ในเรื่องซิตี้ฮันเตอร์ (โชคร้ายไปเจอลูกค้าหื่นแบบลียุนซองเข้า)





เมื่อพูดถึงเหล้าเกาหลี เราจะคุ้นเคยกับ “โซจู” กันมากกว่านะคะ เพราะเห็นในละครกันบ่อยๆ ใครที่ไปออกทริปเกาหลีกับดิฉันก็มักจะเรียกร้องขอชิมโซจู โซจูเป็นเหล้าที่ค่อนข้างมีดีกรีแรง ดื่มแล้วช่วยทำให้อุ่น แต่รสชาติไม่อร่อย ค่อนข้างจะบาดคอ คนเกาหลีจึงมักกินกับอาหารแกล้มหรือน้ำซุปค่ะ

แต่วันนี้ดิฉันอยากแนะนำให้รู้จักเหล้าพื้นเมืองอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งดิฉันเห็นว่าคนเกาหลีนิยมดื่มกันมาก ไปเกาะนามิที่ไรเห็นผู้คนล้อมวงก๊งเหล้าพวกนี้กันทุกที เหล้าชนิดนี้เรียกว่า “มักกอลลี” หรือไวน์ข้าว (Rice Wine) หน้าตาเป็นน้ำสีขาวขุ่นเหมือนน้ำนม มีดีกรีไม่แรงมาก ประมาณ 6-8% รสจะออกหวานๆ ซ่าๆ ขมนิดๆ หากคุณยังจำได้ มีฉากหนึ่งใน FAITH ตอนที่ชอยยองกำลังพาหมอยูไปส่งที่ประตูสวรรค์ พวกเขาแวะที่โรงเตี๊ยม และคุณหมอขอดื่มเหล้า (นิดนึงน่า คิดว่าคุณคงไม่ลืมฉากนี้แน่) เหล้าที่เทออกมาเป็นสีขาวขุ่น คือเหล้าชนิดนี้นั่นเองค่ะ






มักกอลลีเป็นเหล้าพื้นเมืองโบราณของเกาหลี ถูกเรียกว่าเหล้าชาวนา ทำจากการหมักข้าว ข้าวสาลี และน้ำ นิยมดื่มกันในหมู่ชาวนาเพราะหมักกันเอง ต่อมาจึงแพร่หลายไปสู่คนเมือง และในปัจจุบันมักกอลลีถึงขนาดโกอินเตอร์ ถูกส่งไปขายทั่วโลก ในญี่ปุ่นก็ได้พรีเซนเตอร์อย่างจางกึนซ็อกช่วยโฆษณา โดยมีซันโตรี่เป็นผู้จัดจำหน่าย (แต่เหล้าผลิตในเกาหลีนะคะ)

ตามบันทึก The Poetic Records of Emperors and Kings (Jewangun-gi) ซึ่งเขียนขึ้นในสมัยโครยอ พบว่ามักกอลลีมีดื่มกันมาตั้งแต่สมัยโคกูเรียว ในรัชสมัยของพระเจ้าดงมยอง พวกเขาดื่มเหล้าชนิดนี้พร้อมเต้นรำเพื่อเฉลิมฉลองในวาระโอกาสสำคัญๆ ในสมัยโครยอ มักกอลลี ถูกเรียกว่า “อีฮวาจู” เนื่องจากนิยมดื่มกันพร้อมกับชมดอกแพร์ผลิบานไปด้วย

จากงานวิจัยพบว่ามักกอลลีนี้ไม่ใช่แค่เหล้าที่ดื่มแล้วทำให้เมาได้ (เหมือนกัน) แต่ยังมีคุณค่าทางสารอาหาร มีทั้งวิตามิน (จากข้าว) สารต้านมะเร็ง และแบคทีเรียที่ช่วยในการย่อยแบบเดียวกับนมเปรี้ยว รวมทั้งยังมีไฟเบอร์สูงอีกด้วย ซึ่งดูจากส่วนประกอบแล้วก็น่าจะจริงอยู่ค่ะ ขนาด SKIN FOOD ยังเอาไปทำเครื่องสำอาง แสดงว่าน่าจะมีสารที่มีประโยชน์อยู่จริง




มักกอลลีนี้มักจะมาเป็นขวดโตๆ ขนาดขวดลิตรแบบเป๊บซี่กันเลยล่ะค่ะ วิธีการดื่ม จะไม่ได้รินใส่แก้วเหล้าหรือถ้วยเล็กๆ แบบโซจู แต่จะเทใส่ชาม ถ้าเป็นสมัยโบราณจะเสริฟมาในกาค่ะ บางร้านอาหารก็อาจจะยังเสริฟแบบโบราณอยู่ โดยเสริฟมาในกาพร้อมมีชามมาให้ ดังนั้นหากคุณไปสั่งมักกอลลี แล้วเจอชาม อย่าตกใจนะคะ เค้าดื่มกันแบบนั้นค่ะ แต่ไม่ว่าจะเป็นเหล้าดีกรีแรงมากแรงน้อยแค่ไหนก็ตาม หากดื่มมากไปก็ทำให้คุณตื่นมาแล้วปวดหัวได้เหมือนกัน ดังนั้นอย่าจัดหนักกันนักนะคะ เดี๋ยวเช้าจะตื่นไม่ไหว ดื่มพอประมาณเพื่อสุขภาพ แต่อย่าดื่มเพื่อทำลายสุขภาพนะคะ

สำหรับเหล้าพื้นเมืองแบบนี้ดิฉันแนะนำให้คุณไปดื่มที่เกาหลีจะดีกว่า เพราะที่นั่นราคาถูก และเหมาะกับสภาพอากาศ ขืนมาดื่มในบ้านเราอาจช็อคตายได้ค่ะ เพราะบ้านเราร้อนตับแลบโดยไม่ต้องพึ่งเหล้าอยู่แล้วค่ะ



ขอย้ำเตือนสำหรับพรีออเดอร์ OST FAITH รอบ 2 นะคะ หมดเขตชำระเงินวันนี้แล้ว (4 ธ.ค.) นะคะ กรุณาโอนเงินก่อน 23.00 น. คืนนี้ และรีบเข้ามาแจ้งยืนยันในแบบฟอร์ม หลังจาก 23.00 น. ของคืนนี้ดิฉันจะตัดเรคคอร์ดคนที่ไม่ชำระเงินออกเลยนะคะ เพื่อจะได้อัพเดตรายชื่อได้ค่ะ

และสำหรับทริปซากุระของเรายังเปิดรับอยู่นะคะ นอกจากคุณจะได้เที่ยวแล้วยังจะได้เกร็ดความรู้วัฒนธรรมเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้กลับบ้านด้วยค่ะ รีบหน่อยนะคะ ใกล้ปิดกรุ๊ปแล้วค่ะ

http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/12/activity-trip-spring-blossoms-in-korea.html


ไม่มีความคิดเห็น: