วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

[Review] ทริป “ตามรอยซีรี่ย์กับมาดามโรส” ตอนที่ 1





และแล้วทริปแรกของเราก็ผ่านพ้นไปด้วยดีนะคะ ก่อนที่จะเริ่มต้นรีวิว ดิฉันอยากจะกล่าวขอบคุณทุกๆ ฝ่ายที่ช่วยทำให้ทริปนี้สำเร็จและผ่านพ้นไปด้วยดี บุคคลที่สำคัญที่สุดและจะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ ผู้ร่วมทริปทุกท่านค่ะ ต้องขอบอกว่าสมาชิกของเราทุกท่านน่ารักมาก ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดีในทุกๆ เรื่อง แม้ว่าอากาศจะหนาวเหน็บแค่ไหน แต่ทุกคนก็ยังสู้ๆ และเดินไปเที่ยวชมตามสถานที่ต่างๆ ท่ามกลางความหนาวเหน็บกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีบ่นกันเลยสักคำ (อาจมีแอบบ่นในใจ ขอแค่อย่าให้ดิฉันได้ยินเป็นพอค่ะ เก็บไว้ๆๆๆ )

ดิฉันเชื่อว่าหลายท่านคงเคยเดินทางอย่างสะดวกสบายกว่านี้ เนื่องจากเราใช้สายการบินโลว์คอสต์เพื่อประหยัดต้นทุน ที่นั่งอาจคับแคบไปบ้าง แอร์อาจร้อนไปนิด อาหารอาจไม่อร่อยถูกปาก แต่ทุกท่านก็ไม่บ่น นั่งนิ่งไม่ไหวติงกันอย่างดี (เพราะหลับไปแล้ว) งานนี้ต้องขอยกความดีความชอบให้กับผู้ร่วมทริปทุกท่าน ทุกคนน่ารักมากๆ ค่ะ...คัมซามิดะ ซารางฮัมนิดะ (เลียนแบบอีมินโฮมาค่ะ)

และท่านต่อไปที่อยากขอบคุณก็คือทัวร์ฟอร์เอเวอร์ ที่พยายามสรรหาสิ่งดีๆ มานำเสนอแก่ผู้ร่วมทริปของเรา ถึงแม้จะต้องนำทัวร์ไปยังสถานที่แปลกใหม่ (เพราะบางแห่งทัวร์ไม่เคยลง จึงเรียกได้ว่าเป็นของแปลกสำหรับคนทำทัวร์ค่ะ) ก็ยังดั้นด้นพาเราไปจนถึง ทั้งยังพยายามเสาะหาร้านอาหารใหม่ๆ มานำเสนอ เนื่องจากทราบว่าหลายท่านในคณะของเราเคยไปเที่ยวเกาหลีมาแล้ว ทางบริษัทฯ จึงพยายามหาร้านใหม่ๆ มาให้คุณ

และขอขอบคุณทีมงานทางฝั่งเกาหลี ทั้งไกด์ท้องถิ่น ช่างภาพ และคีซานิม คุณลุงคนขับรถ ซึ่งเชี่ยวชาญเส้นทางอย่างมาก พาเราไปถึงที่หมายโดยปลอดภัยในทุกๆ สถานที่ค่ะ เท่าที่สอบถามความคิดเห็นจากผู้ร่วมทริปของเรา เสียงส่วนใหญ่ค่อนข้างพอใจกับการบริการของหัวหน้าทัวร์และทีมงานทุกท่าน ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะทริปนี้จัดเพื่อพวกคุณ หากพวกคุณมีความสุข ดิฉันก็มีความสุขเช่นกันค่ะ




เรามาเข้าสู่การรีวิวกันเลยนะคะ การเดินทางของเราเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ณ ไทยแลนด์ของเรา ซึ่งทางบริษัททัวร์น่ารักมาก อุตส่าห์ทำป้ายลีมินโฮมายืนรอต้อนรับทุกท่าน ทำเอาคนที่เดินผ่านไปมาสงสัยว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น (หมอนี่เป็นใคร???) และทำให้ผู้ร่วมทริปของเราไม่มีทางหลงกรุ๊ป เนื่องจากบริเวณนั้นจะมีกรุ๊ปทัวร์มารอรับลูกค้าเยอะแยะมากมาย

ดิฉันเองไม่ได้เดินทางนานร่วมปีแล้ว นี่จึงเป็นโอกาสที่เราได้ลองของใหม่ค่ะ นั่นก็คือ บริการตรวจคนเข้าเมืองแบบใช้เครื่องสแกน ซึ่งมีคนเคยสงสัยว่ามันใช้งานได้จริงหรือ ดิฉันรับรองได้ตรงนี้เลยค่ะว่ามันใช้งานได้จริง และเราผ่านด่านได้จริงๆ ค่ะ หลังจากปฏิบัติการเช็คอินกับทางสายการบินเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปที่จุดตรวจคนเข้าเมืองกัน จะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่เครื่อง เจ้าหน้าที่จะเก็บใบ ต.ม. ขาออกไปจากเรา และให้เราเอาพาสปอร์ตคว่ำหน้าด้านที่มีรูปเราสอดเข้าเครื่องสแกน รอสักครู่ประตูจะเปิด เราก็แค่เดินเข้าไปเพื่อสแกนนิ้วมือและถ่ายรูป หลังจากนั้นประตูจะเปิดให้เราเดินผ่านไปยังจุดตรวจสัมภาระ แค่นี้เองนะคะ ง่ายๆ และรวดเร็วค่ะ




แล้วเราก็เริ่มออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าสู่อินชอน คราวนี้เราใช้สายการบินโลว์คอสต์สัญชาติเกาหลี T’way ดังนั้นคุณจะได้ฝึกฟังภาษาเกาหลีตั้งแต่บนเครื่องกันเลยทีเดียว รวมทั้งภาษาอังกฤษแบบเกาหลี (ที่ออกจะเหน่อๆ ) เราใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมงกว่าๆ ซึ่งเราพอมีเวลาพักสายตาได้สักพักก่อนที่จะถูกปลุกด้วยการเปิดไฟสว่างจ้าทั้งลำเพื่อให้เรามาทานมื้อเช้า (ตอนตี 4 บ้านเรานี่แหละ) ก่อนที่เครื่องจะลงจอดที่อินชอน

และแล้วเราก็มาถึงสนามบินนานาชาติอินชอน สนามบินที่ติดอันดับสนามบินที่ดีที่สุดในโลก เราก็ต้องผ่านขั้นตอน ต.ม. กันอีกรอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ระทึกขวัญสำหรับทุกคนที่จะผ่านเข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากกิตติศัพท์ความโหดของ ต.ม. เกาหลีนั่นเอง กรุ๊ปที่เดินทางมาพร้อมกับเรา (แถมดันมายืนอยู่ข้างหน้าเรา) ถูกเรียกเข้าห้องเย็นไปหลายคน แต่คณะเราผ่านออกมาได้ครบทุกคนค่ะ ถึงแม้จะมีถูกถามบ้างอะไรบ้างและตอบไม่ถูก แต่น้องเบียร์ หัวหน้าทัวร์คนสวยของเราก็เข้าไปช่วยเหลือจนผ่านพ้นมาได้ในที่สุด




หลังจากที่ทุกคนพร้อมแล้วที่จะเผชิญกับความหนาวระดับติดลบ เราก็ออกไปพบกับทีมงานเกาหลีที่รออยู่ ซึ่งประกอบไปด้วย ไกด์ท้องถิ่น น้องเปิ้ล, ช่างภาพ น้องเบน, และคีซานิม คุณลุงคนขับรถ จากนั้นเราก็เริ่มออกเดินทางท่องแดนกิมจิกันในตู้เย็นยักษ์ (รถบัสของเรานั่นแหละค่ะ เพราะช่วงแรกฮีตเตอร์จะยังไม่อุ่น ต้องให้รถวิ่งไปสักพักค่ะ) เนื่องจากเป็นกรุ๊ปส่วนตัว เราจึงไม่ต้องเร่งรีบหรือถูกเร่งรัดกันเท่าไหร่ ไปกันแบบชิลๆ สบายๆ ค่ะ

จุดแรกที่เราไปแวะก็คือหาอะไรใส่ท้องกันก่อน และทัคคาลบีหรือไก่ผัดซอส คืออาหารมื้อแรกบนแผ่นดินเกาหลี




ทัคคาลบีเป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองชุนชอน ประกอบไปด้วย เนื้อไก่ สารพัดผัก และแป้งต๊อก นำมาผัดกับซอสพริกเกาหลี รสชาติออกเผ็ดนิดๆ ค่อนข้างถูกปากคนไทยค่ะ โดยจะมีการใส่ข้าวลงไปผัดคลุกด้วย กินแกล้มกับเครื่องเคียงและซุปสาหร่ายร้อนๆ ค่ะ บรรยากาศของร้านที่เราไปนั่งกินกันก็สวยงามมากนะคะ ถูกปกคลุมขาวโพลนไปด้วยหิมะ ถึงแม้จะหนาวแค่ไหนก็คงอดใจไม่แวะถ่ายภาพไม่ได้แน่ๆ ค่ะ

จากนั้นเราก็มุ่งสู่เกาะนามิ เพื่อตามรอยละคร Winter Love Song ซึ่งเป็นซีรี่ย์เรื่องแรกๆ ที่ทำให้คนไทยเริ่มหันมาชมละครเกาหลี และทำให้เบยงจุนกลายเป็นรักแรกของใครหลายๆ คน





การจะไปสู่เกาะนามิ เราจะต้องนั่งเรือข้ามไปค่ะ และตอนนี้ผืนน้ำกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว เรือจึงต้องวิ่งฝ่าน้ำแข็งไป เกาะนามิโรแมนติกที่สุดเมื่อถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน เหมือนภาพที่เราเห็นจากในละครเป๊ะๆ เลยล่ะค่ะ

เกาะนามิเป็นเกาะส่วนตัว ไม่ใช่ทรัพย์สินของรัฐบาล ชื่อนี้ตั้งให้เป็นเกียรติแก่นายพลนามิ นายพลผู้มีชีวิตอยู่ในสมัยโชซอน เนื่องจากมีความสามารถและเป็นที่โปรดปรานของพระราชา จึงได้เป็นนายพลตั้งแต่ยังหนุ่ม ทำให้มีคนที่เกลียดชังท่านและหาเรื่องใส่ร้ายจนกระทั่งท่านถูกประหาร แต่ต่อมาคดีของท่านถูกรื้อฟื้นขึ้นมาและปรากฏว่าท่านไร้ความผิด ราชสำนักขึงคืนตำแหน่งให้ท่านดังเดิม และอัญเชิญศพมาฝังไว้ยังที่นี่ให้สมเกียรติ บนเกาะจึงมีสุสานของนายพลท่านนี้อยู่




บนเกาะนามิ นอกจากจะมีพี่เบกับน้องชอยจีวู ที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงให้คุณถ่ายรูปด้วยมานานหลายปีแล้ว ยังมีธรรมชาติอันงดงาม แนวต้นสนและต้นแปะก๊วยอันสวยงาม (ที่ตอนนี้คุณคงแยกไม่ออกเพราะมันโกร๋นๆ เหมือนกันหมด ) มีสัตว์นานาชนิด ทั้งนกกระจอกเทศ ที่ไม่ได้ปล่อยให้เดินเพ่นพ่านแล้วเพราะมันดุ มันเลยได้อยู่ในเขตรั้ว มีกระรอก มีเป็ด มีกระต่าย ซึ่งสัตว์เหล่านี่ค่อนข้างคุ้นกับคน มันจึงไม่ค่อยวิ่งหนีแต่กลับเดินเข้ามาหา (ของกิน) หรือนั่งนิ่งๆ ให้คุณถ่ายรูปได้ ในฤดูหนาวแบบนี้บนเกาะยังมีกองไฟอุ่นไว้บริการเป็นระยะๆ อีกด้วยค่ะ



 
พอได้เวลาอันสมควรเราก็บอกลาเกาะนามิเพื่อเดินทางต่อไปยัง อิงลิชวิลเลจ ที่ยางเพียง เพื่อตามรอยละคร Boys Over Flowers เราจะไปตามหาคูจุนพโยกันในตอนหน้านะคะ....







สำหรับท่านที่อยากมีโอกาสได้ไปสัมผัสบรรยากาศและประสบการณ์แบบเดียวกันนี้ ทริปที่ 2 ของเราจะเดินทางในช่วงฤดูใบไม้ผลิเพื่อชมซากุระบานที่เกาหลีกันค่ะ ตอนนี้เรายังเปิดรับจองอยู่นะคะ หากสนใจก็รีบจองกันเข้ามาเลยค่ะเพราะเรารับจำนวนจำกัดนะคะ 
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/12/activity-trip-spring-blossoms-in-korea.html



ตอนที่ 2 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/01/review-2.html


ไม่มีความคิดเห็น: