วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556

[Review] ทริป “ตามรอยซีรี่ย์กับมาดามโรส” ตอนที่ 6


ตอนที่ 1 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/01/review-1.html
ตอนที่ 2 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/01/review-2.html
ตอนที่ 3 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/01/review-3.html
ตอนที่ 4 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/01/review-4.html
ตอนที่ 5 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/01/review-5.html



ไปเที่ยวกันต่อค่ะ (ช่วงนี้เร่งงานหัวฟูเล็กน้อยเพราะหนีไปเที่ยวมา) หลังจากอิ่มกับมื้อกลางวันแล้วเราก็ไปกันต่อที่พิพิธภัณฑ์ภาพลวงตา Trick Eye Museum ค่ะ




Trick Eye Museum แบบนี้มีเปิดสาขาไปทั่วโลกนะคะ ของไทยเราก็มีที่พัทยา แต่รูปภาพคงไม่เหมือนกันค่ะ ที่เราไปนี่คือในโซล อยู่แถวย่านฮองเด (อีกแล้ว ทริปนี้วนเวียนอยู่แถวนี้ ที่ดิฉันเขียนว่า ฮองเด เพราะคนเกาหลีออกเสียงแบบนี้ค่ะ ไม่ใช่ฮงแด อย่างที่เราเห็นเป็นตัวเขียน ) ที่เกาหลียังมีอีกที่อยู่ที่เกาะเชจูค่ะ หากมีโอกาสได้แวะไปเมื่อไหร่จะเก็บภาพมาฝากนะคะ

ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีภาพแบบสามมิติในรูปแบบต่างๆ และมีคำแนะนำติดไว้ข้างๆ ด้วยว่าคุณควรดูรูปนี้แบบไหน หรือจะโพสต์ท่าถ่ายรูปแบบไหนถึงจะออกมาสวย (และตลก) ผู้คนคึกคักมากเลยค่ะ และเต็มไปด้วยความสนุกสนานกับการเล่นกับกลภาพลวงตา และในด่านสุดท้ายเป็นห้องกระจกลวงตาค่ะ คุณต้องเดินแบบใช้มือคลำไปเรื่อยๆ ไม่งั้นหาทางออกไม่เจอแน่ค่ะ ต้องลองไปเล่นดูค่ะ สนุกมากๆ

ที่นี่พระองค์ภาฯ ของเราเคยแวะมาเยือนด้วย มาแบบไม่มีในหมายกำหนดการด้วยนะคะ มีการทำเป็นข่าวแปะไว้ด้านหน้าตรงทางเข้าด้วยค่ะ ที่นี่พร้อมต้อนรับคนไทยเพราะมีภาษาไทยติดไว้เยอะเลยค่ะ หากไปโซล อย่าลืมแวะเที่ยวที่นี่นะคะ รับรองไม่ผิดหวังค่ะ คุณจะสนุกจนลืมเวลาเลยล่ะค่ะ



ออกจากพิพิธภัณฑ์ภาพลวงตา เราเดินอ้อมไปอีกถนนที่อยู่ใกล้ๆ กันเพื่อพาคุณไปเยี่ยมมินนี่ที่ร้าน Eider ค่ะ ที่นี่คุณจะพบเสื้อผ้าแนว OUTDOOR ที่มินเป็นพรีเซนเตอร์ และมีมุมสินค้าที่มินร่วมออกแบบตามข่าวที่เคยลงไปแล้วเมื่อปีที่แล้วนะคะ เสื้อผ้าของ Eider ราคาอาจสูงหน่อย แต่เนื้อผ้า สไตล์ และสีสันสวยดีทีเดียวค่ะ คณะเราใช่ว่าจะแวะไปดูกันเฉยๆ มีคนซื้อด้วยค่ะ ขอบอก เรามีสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการ ที่ช่วยสนับสนุนสินค้าของมินนี่ด้วย ขอให้หล่อ (เหมือนมิน) ขอให้รวยนะคะคุณพี่ (แล้วไปอุดหนุนมินนี่กันใหม่นะคะ)




จากนั้นเราก็พาคณะไปช้อปปิ้งกันต่อที่ดิวตี้ฟรีค่ะ เนื่องจากช่วงนี้เป็น GRAND SALE เลยมีของลดราคามากมายนะคะ MARKET O บราวนี่แสนอร่อยก็ลดราคาด้วยค่ะ ใครแวะไปเที่ยวช่วงนี้อย่าลืมซื้อกลับมานะคะ ของเค้าดีจริงค่ะ และดิฉันได้มีโอกาสพาบางท่าน (ภาคสมัครใจ เนื่องจากบางท่านเคยไปแล้วเลยขอผ่านค่ะ) ไปแวะเยี่ยมชมจัตุรัสกวางฮวามุนด้วยค่ะ

จัตุรัสกวางฮวามุนตั้งอยู่กลางกรุงโซล ด้านหน้าพระราชวังเคียงบ๊ก วังหลวงของราชวงศ์โชซอน ที่นี่มีรูปปั้นของบุคคลสำคัญสองท่าน ท่านแรกก็คือพระเจ้าเซจง กษัตริย์ของโชซอน ผู้ที่คิดค้นและประดิษฐ์อักษรฮันกึลหรืออักษรเกาหลีที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แฟน FAITH คงพอจำกันได้ว่าในสมัยโครยอนั้นยังไม่มีอักษรฮันกึลใช้ แต่ใช้ฮันจาซึ่งเป็นอักษรจีน นี่คือสาเหตุที่อึนซูอ่านตัวหนังสือในสมัยนั้นไม่ออกเพราะที่เธอเรียนมาคือฮันกึล ซึ่งเพิ่งมาถือกำเนิดในสมัยโชซอน (ยุคต่อจากโครยอ) และฮันจาเป็นอักษรที่คนที่จะได้เรียนมีเพียงพวกลูกหลานขุนนางหรือชนชั้นสูงเท่านั้น การที่ชอยยองอ่านออกเขียนได้จึงทำให้อึนซูแปลกใจในตอนแรกเพราะเธอไม่รู้ว่าเขามาจากตระกูลขุนนาง เพียงแต่เขาไม่ชอบการเมือง (แต่ชอบฆ่าคนมากกว่า)

และใครที่ได้ดู Tree with Deep Roots คงรู้ว่ากว่าชาวบ้านจะได้อักษรฮันกึลมาใช้ พระเจ้าเซจงต้องฝ่าฟันความยากลำบากอย่างไรบ้าง ดังนั้นจึงทรงเป็นยอดกษัตริย์ในใจผู้คน ที่ทำให้พวกเขามีภาษาของตัวเองใช้กันทั่วหน้าไม่ว่าไพร่หรือขุนนาง

ส่วนอีกท่านคือแม่ทัพเรือลีซุนซิน เป็นแม่ทัพเรือที่เก่งกาจ ปกป้องประเทศชาติให้รอดพ้นจากญี่ปุ่นจวบจนสิ้นอายุขัยของท่าน ท่านได้คิดค้นเรือเต่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรือหุ้มเกราะลำแรก เกราะที่หุ้มเรือยังมีหนามแหลมเพื่อป้องกันข้าศึกบุกขึ้นมาบนเรือด้วย ขณะที่ท่านสละชีพในสนามรบ ยังสั่งเสียไว้ก่อนตายว่าอย่าให้ข้าศึกล่วงรู้ว่าท่านตายแล้ว เพราะฝ่ายตรงข้ามยำเกรงความสามารถของท่านมาก

จากนั้นดิฉันก็ได้พาสมาชิกไปที่คลองชองเกชอน เพื่อสัมผัสกับผลงานสุดภาคภูมิใจของประธานาธิบดีลีเมียงบัค ในสมัยที่ท่านยังเป็นผู้ว่าการกรุงโซล ด้วยงบมหาศาล ท่านได้เนรมิตคลองน้ำเน่าให้กลายเป็นคลองน้ำใส และปรับทัศนียภาพให้สวยงาม จนกลายเป็นแหล่งพักผ่อนของคนกรุงโซล น่าเสียดายที่อากาศหนาวเกินไป เราเลยถ่ายรูปกันอยู่แค่ตรงปากทางบริเวณน้ำตก หากเดินเข้าไปอีกหน่อย จะมีนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวของคลองนี้และภาพเก่าๆ ที่ยืนยันว่าที่นี่เคยเป็นแหล่งเสื่อมโทรมมาก่อนค่ะ

ปิดท้ายรายการของวันนี้ด้วยการช้อปกระจายที่เมียงดงค่ะ เราให้เวลาคุณช้อปกันแบบจุใจถึง 3 ชั่วโมง (จัดเต็ม  แต่บางท่านบอกว่ายังไม่พอ ) ที่นี่ก็มี Innisfree ด้วยนะคะ แต่ไม่รู้ว่ามีใครได้แวะมั้ย เพราะมะรุมมะตุ้มกันอยู่แถวๆ ETUDE กับ SKIN FOOD ที่นี่เราปล่อยให้ช้อปกันแบบอิสระ และให้เลือกชิมอาหารสไตล์เกาหลีกันแบบอิสระค่ะ ส่วนใครได้ไปลิ้มลองอะไรมาบ้างนั้น คงต้องให้สมาชิกมาแบ่งปันกันเองนะคะ และเชื่อว่ายังมีอีกหลายอย่างที่คุณอยากลองชิมแต่ไม่ทันได้ชิม ก็เก็บไว้แก้แค้นล้างตารอบหน้าแล้วกันนะคะ

ตอนหน้าเราไปตามหาซังโกแจกันค่ะ...






ทริปที่ 2 Spring Blossoms in Korea เดินทางวันที่ 9-13 เม.ย. 2556 รีบจองด่วน รับจำนวนจำกัดนะคะ
http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/12/activity-trip-spring-blossoms-in-korea.html



ตอนที่ 7 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/01/review-7.html


ไม่มีความคิดเห็น: