วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

[Review] ทริป “ตามรอยซีรี่ย์กับมาดามโรส” ตอนที่ 7 (ตอนจบ)


ตอนที่ 1 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/01/review-1.html
ตอนที่ 2 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/01/review-2.html
ตอนที่ 3 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/01/review-3.html
ตอนที่ 4 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/01/review-4.html
ตอนที่ 5 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/01/review-5.html
ตอนที่ 6 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/01/review-6.html



“งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา” แล้วเราก็เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของทริปนี้แล้วนะคะ ยังมีอีกสถานที่ที่เรายังไม่ได้ไป นั่นก็คือ หมู่บ้านโบราณบุกชน




หมู่บ้านโบราณบุกชน เป็นหมู่บ้านเก่าสมัยโชซอน อยู่ทางทิศเหนือของพระราชวังเคียงบ๊ก ในอดีตเป็นที่อยู่ของพวกขุนนางเพื่อจะได้สามารถเข้าเฝ้าได้โดยสะดวก หมู่บ้านแห่งนี้ยังคงสภาพเดิมเหมือนเมื่อ 600 ปีก่อน (เพียงแต่เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเข้าไป) ส่วนใหญ่ยังคงมีคนพักอาศัยอยู่จริงๆ การเดินเที่ยวหมู่บ้านแห่งนี้จึงต้องเดินแบบเงียบๆ และถ่ายรูปได้เฉพาะภายนอกเท่านั้น ยกเว้นบางบ้านที่เปิดเป็นร้านค้าหรือพิพิธภัณฑ์


ลักษณะทางเดินจะเป็นการเดินขึ้นเนินนะคะ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่บริเวณนี้ก็คือภูเขา ตรอกซอกซอยเยอะแยะมาก คุณจึงควรมีแผนที่ติดตัวมาด้วย (หรือมีไกด์อย่างของเรา) ไม่งั้นอาจมีหลงได้ค่ะ จุดประสงค์ที่เราไปที่นี่ก็เพื่อตามหา “ซังโกแจ” หรือบ้านที่ใช้ถ่ายทำ Personal Taste

การตามหาบ้านหลังนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่ไกด์ของเราก็ยังสับสน ไกด์พาเราไปยังบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งน่าจะเกิดจากความผิดพลาดทางการสื่อสารทำให้ไกด์ยืนยันว่าใช่บ้านหลังนี้ แต่เขาเปลี่ยนบ้านเลขที่ และถ้าจะเข้าชมต้องเสียเงิน หลังจากพวกเราบางคนตัดสินใจเสียเงินเพื่อเข้าไปชม และดิฉันได้พูดคุยกับเจ้าของบ้านหรือน้องสาวที่จะเป็นคนนำเราทัวร์ ปรากฏว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่สถานที่ถ่ายทำละคร บ้านหลังนั้นอยู่ถัดไปอีกซอย และไม่เปิดให้เข้าชม ซึ่งข้อมูลตรงกับที่ดิฉันค้นคว้ามา ก็คือการถ่ายทำใช้เฉพาะหน้าบ้านเท่านั้น แต่ภายในซังโกแจใช้ภายในโรงถ่าย แต่ในเมื่อเราเสียตังค์เข้ามาชมแล้ว (และเจ้าของบ้านปิดประตูห้ามเข้า-ออก สมาชิกของเราที่มาทีหลังเลยอดเข้ามาด้วย ติดอยู่ข้างนอก) ก็เลยถือโอกาสชมบ้านแบบเกาหลี ที่เรียกว่าฮันอก ของจริงกันสักตั้ง เนื่องจากนี่เป็นบ้านหลังเดียวในละแวกนี้ที่เปิดให้เข้าชม



โดยส่วนตัวดิฉันกถือว่าไม่เสียเที่ยวนะคะ เพราะคราวนี้เราไม่ได้ไปหมู่บ้านนัมซาน โอกาสที่จะได้เห็นภายในบ้านฮันอกจริงๆ จึงแทบไม่มี ถือว่าโชคชะตาชักนำให้เรามาเจอบ้านหลังนี้ เจ้าของบ้านพาเราเข้าไปชมในตัวบ้านพร้อมอธิบายลักษณะของบ้านฮันอก

บ้านเกาหลีโบราณจะค่อนข้างเล็ก และห้องจะใช้แบบอเนกประสงค์ค่ะ เครื่องเรือนก็ประดับตกแต่งแบบง่ายๆ มีแค่โต๊ะกับเบาะนั่ง พอจะนอนก็เอาผ้ามาปูบนพื้น แต่พื้นอุ่นมากนะคะเพราะใช้ระบบ ONDOL หรือในอดีตก็คือการเดินท่อส่งไอน้ำร้อน (ที่ได้จากการหุงต้มและเผาฟืน) ไว้ใต้พื้นบ้านทำให้อุ่น สมัยใหม่ก็จะเป็นท่อส่งน้ำร้อน (ที่เราใช้อาบนี่แหละค่ะ) แทน ถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านนะคะ




เจ้าของบ้านอธิบายว่าบ้านฮันอกจะบุประตูหน้าต่างด้วยกระดาษ เมื่อเปิด-ปิดไฟก็จะเกิดลวดลายที่ต่างกันสวยงาม (แบบที่เราเห็นในละครตอนที่แทจังแอบลูบเงาคุณหมอบนประตูนั่นแหละค่ะ) และไม้ที่ใช้ทำบ้านนี้มีอายุกว่า 500 ปี รวมทั้งต้นไม้ที่ปลูกไว้รอบบ้านด้วยค่ะ ดิฉันเก็บภาพมาฝาก ให้ภาพพูดแทนแล้วกันนะคะ





เจ้าของบ้านปิดท้ายด้วยการเสริฟชาบ๊วยหวานชุ่มคอค่ะ  ที่เห็นว่ามีอยู่ 2 ชนชั้นคือชนชั้นขุนนาง (นั่งเก้าอี้) กับบรรดาซังกุง (นั่งพื้น) อันนั้นเป็นเพราะที่นั่งไม่พอค่ะ คนของเราเยอะเกินค่ะ บ้านของเค้าแทบแตกเลยทีเดียว



ท่านที่จะไปร่วมทริปซากุระในเดือน เม.ย. นี้ ก็จะมีโอกาสได้เยี่ยมชมบ้านแบบฮันอกด้วยเช่นกันค่ะ ซึ่งครั้งนี้คุณจะได้ชมแบบเต็มตากับบ้านโบราณที่ได้รับการคัดสรรแล้ว 5 หลัง 5 แบบ 5 ฐานันดรศักดิ์ แล้วคุณจะได้รู้ว่าแต่ละชนชั้นอยู่บ้านแบบไหนบ้างที่หมู่บ้านโบราณนัมซานค่ะ ดังนั้นไม่ควรพลาดนะคะสำหรับทริปซากุระที่จะถึงนี้





หลังจากชมบ้านโบราณกันแล้วก็ถึงเวลากินอีกแล้วค่ะ มื้อส่งท้ายก็คือ จิมดัก หรือไก่ตุ๋นซีอิ๊ว ซึ่งเจือรสเผ็ดนิดๆ จากพริกแห้งค่ะ มื้อนี้สมาชิกของเราบอกว่าอร่อยมากกกกก



เราปิดท้ายทริปนี้ด้วยการช้อปส่งท้ายที่ร้านซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วไปที่สนามบินกันค่ะ ซึ่งก่อนกลับมีลุ้นระทึกกันเล็กน้อยเนื่องจากน้ำหนักกระเป๋าเกินกันไปเยอะทำให้ต้องมีการเปิดกระเป๋าเอาของออกแล้วหิ้วขึ้นเครื่องกันค่ะ ทำให้จวนเจียนเวลา เกือบตกเครื่องบินกันเลยทีเดียว





ในที่สุดทริป “ตามรอยซีรี่ย์กับมาดามโรส” ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี การพาคุณไปเที่ยวครั้งนี้นั้น นอกจากต้องการให้คุณได้สัมผัสกับสถานที่ถ่ายทำจริง ได้พบเห็นว่าดาราที่รักของคุณต้องลำบากแค่ไหนกว่าจะได้ละครดีๆ มาให้คุณดู ซึ่งคุณคงได้เห็นแล้วว่าแต่ละสถานที่ไกลแค่ไหน เดินทางยากลำบากเพียงใด และน่าเบื่อแค่ไหนถ้าต้องติดอยู่ในสถานที่แคบๆ แบบนั้นเป็นเดือนๆ ของกินอะไรก็ไม่มี

อีกสิ่งที่ดิฉันประสงค์ให้คุณได้รับกลับไปก็คือสิ่งรอบตัวของความเป็นเกาหลี เหตุใดเกาหลีถึงประสบความสำเร็จในวันนี้ ทั้งๆ ที่ในอดีตเขาก็เป็นประเทศปิดที่ไม่มีใครรู้จัก ความรักในประเทศชาติที่ถูกปลูกฝังในตัวคนเกาหลีตั้งแต่เด็ก ความรักและเทิดทูนบุญคุณของบรรพบุรุษ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เราจะได้เห็นตลอดเวลาที่เดินทางท่องเที่ยวอยู่บนดินแดนเกาหลีแห่งนี้

ดิฉันหวังว่าผู้ร่วมทริปทุกท่านจะได้รับความสุข ได้ชาร์จแบตให้กับตัวเอง จากการได้ไปท่องเที่ยวร่วมกัน และกลับไปอย่างมีพลังเพื่อต่อสู้กับหน้าที่การงานและชีวิตประจำวันกันต่อไป และหวังว่าจะมีโอกาสหน้าที่เราได้ร่วมเดินทางเก็บเกี่ยวประสบการณ์ร่วมกันอีกครั้ง



 
สำหรับทริปหน้าคือเดือน เม.ย. กับเทศกาลดอกซากุระบานที่เกาหลีนะคะ คราวนี้เราจะเดินทางด้วยสายการบิน Business Air ซึ่งเป็นสายการบินบัดเจ็ท นั่นก็คือใช้เครื่องลำใหญ่กว่าโลว์คอสต์ และที่สำคัญได้น้ำหนักกระเป๋ามากกว่า คาดว่าคงช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำหนักกระเป๋าที่เกิดขึ้นในทริปที่แล้วได้ค่ะ หากใครสนใจเรายังสามารถรับเพิ่มได้อีกนิดหน่อยนะคะ แต่ต้องรบกวนให้รีบจอง เพราะตอนนี้ตั๋วเครื่องบินค่อนข้างแน่นมากๆ เนื่องจากเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวค่ะ ดิฉันยังเก็บตั๋วรอคุณอยู่ แต่ต้องรีบหน่อยนะคะ ไม่งั้นตั๋วจะหลุดลอยไปค่ะ

http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/12/activity-trip-spring-blossoms-in-korea.html




ไม่มีความคิดเห็น: