วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

[Trans] Lee Min Ho’s Interview : KoreAm – Jan. 2013





January Cover Story: Former ‘Flower Boy’ Lee Min-ho Blooms Into Leading Man

Source : http://iamkoream.com/january-cover-story-former-flower-boy-lee-min-ho-blooms-into-leading-man/


From Flower Boy To Leading Man

Lee Min-ho, the popular Korean drama star who first rose to fame in the megahit Boys Over Flowers, could have played the same type of role over and over. But the 25-year-old actor instead has targeted a diversity of parts—and his international fans, dubbed “Minoz,” have loyally followed.

by ELIZABETH EUN




Lee Min-ho has finally become more famous than Goo Joon-pyo.

หลายปีก่อนเขาคือ “หนุ่มหน้าสวย” จากบทบาทที่สร้างชื่อให้เขาในละครปี 2009 “คูจุนพโย” จากละครฮิต Boys Over Flowers ละครออกฉายใน 19 ประเทศ ทำให้ดาราหนุ่มกลายสถานภาพเป็นดาราดัง และแฟนๆ ส่วนใหญ่รู้จักชื่อจริงของเขา (ในขณะที่ดาราบางคนใช้นามแฝงในการแสดง อย่างเช่น ฮยอนบิน) เขาจึงต้องวางแผนการทำงานอย่างรอบคอบเพื่อให้ลีมินโฮกลายเป็นลีมินโฮอย่างทุกวันนี้

ตอนนี้ลีมินโฮอายุ 25 ปี เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดง เป็นพระเอก ไม่ใช่เป็นเพียง “หนุ่มหน้าสวย” คำๆ นี้ใช้กันอย่างกว้างขวางในละครที่เขาแสดงเพื่ออธิบายชายหนุ่มที่มี “ใบหน้าสวย” เกินหน้าเกินตาผู้หญิงแท้ๆ

แต่กับ “คูจุนพโย” เด็กแสบในโรงเรียนชั้นสูงที่เย่อหยิ่งยะโสผู้แปรเปลี่ยนกลายเป็นหนุ่มสุดโรแมนติกในละคร เขากลายมาเป็นทั้งไอคอนและภาพล้อเลียน ทั้งยังยากที่จะแยกตัวเขาออกจากตัวละคร แต่ดูเหมือนลีมินโฮไม่ได้ใส่ใจกับมัน

“ไม่มีอะไรเสียหายนี่ครับ” ลีมินโฮกล่าวในอีเมล์ที่ตอบกลับมา “คนส่วนใหญ่มักนึกภาพตัวจริงของผม (ว่าเป็นยังไง) หลังจากที่ได้เห็นผมในละคร”

จากแบดบอยกลายเป็นชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบทำให้คูจุนพโยกลายเป็นที่รักของผู้คน เขากลายเป็นศูนย์กลางของเรื่อง เมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนๆที่ตัวนางเอก กึมจันดี เป็นหัวใจของเรื่อง ดาราสาวคูฮเยซอน ซึ่งเป็นดาราที่ค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตามาก่อน กลับถูกบดบังรัศมี ในขณะที่ดาราหน้าใหม่อย่างลีมินโฮ กลับพุ่งขึ้นสู่ความเป็นดาว




ความสำเร็จอย่างมากจาก Boys Over Flowers ทำให้ลีมินโฮค่อนข้างช่างเลือกในบทต่อมาที่เขาจะรับเล่น

“มันเป็นอะไรที่ผมภาคภูมิใจครับ ผมก้าวไปไกลมากตั้งแต่ Boys Over Flowers และมันยังช่วยเพิ่มฐานแฟนคลับให้ผมอีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะแฟนๆ ก็คือผู้ที่สร้างแรงจูงใจให้กับผม” ลีมินโฮกล่าว

ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับลีมินโฮที่จะแยกตัวเขาออกจากภาพลักษณ์ของคูจุนพโย ในการให้สัมภาษณ์เมื่อเดือน ส.ค. 2012 ในรายการ SBS Entertainment News ลีมินโฮพูดถึงข่าวลือที่ว่าเขาเป็นแบดบอย เขากล่าวว่า “คนคิดกันว่าผมเป็นพวกชอบปาร์ตี้ ผมคงชอบดื่มและเป็นเสือผู้หญิง” (แมวเหมียวเอ๊ยยย) เขากล่าวเสริมว่า “ที่จริงผมดื่มได้ไม่มาก ผมแทบไม่ออกไปนอกบ้านเลย ผมชอบอยู่บ้านมากกว่าครับ” (จะไปไหนได้ หลับตลอดแบบนี้ )

ดูจากตารางงานที่แน่นเอียดของเขาแล้ว สิ่งที่เขากล่าวคงเป็นเรื่องจริง เพราะเขาไม่มีเวลามากพอที่จะไปปาร์ตี้ ตั้งแต่โด่งดังชั่วข้ามคืนเมื่อปี 2009 ดาราหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง 6 ฟุตคนนี้ ซึ่งตอนนี้ตัดผมสั้นดูทะมัดทะแมง เขาแสดงละครทุกปี และทุกบทแตกต่างจากบทสร้างชื่อของเขา

ในปี 2010 ลีมินโฮรับบทสถาปนิกที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเกย์โดยหญิงสาวที่สุดท้ายแล้วกลายมาเป็นคนรักของเขาใน Personal Taste ในปีต่อมา เขารับบทนักฆ่าผู้เย็นชาในซิตี้ฮันเตอร์ และล่าสุดเขารับบทนักรบชาวโครยอในละครข้ามเวลาเรื่อง Faith

ไม่ใช่ว่าละครทุกเรื่องที่เขาแสดงจะโด่งดัง แต่ผลงานแต่ละชิ้นที่ดาราหนุ่มมองหาคือความหลากหลายในบทบาทของเขามากกว่ามุ่งเน้นไปที่การคงความเป็นดาราดังของเขา ความมุ่งมั่นนั้นได้รับการตอบสนองด้วยการคว้ารางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจาก SBS จากซิตี้ฮันเตอร์

“ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่นักแสดงในวัย 20 จะได้รับบทในละครแอ๊คชั่น” ลีมินโฮกล่าวถึงบทที่เขาได้รับ “มันเป็นความท้าทายใหม่สำหรับผม ละครอย่างซิตี้ฮันเตอร์คืออะไรที่ผมอยากลองในการแสดงหนังบ้าง”

สำหรับนักแสดงที่มีชื่อเสียงอย่างลีมินโฮ เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่เขายังไม่เคยแสดงบทเด่นๆ ในภาพยนตร์เลย เขาเคยรับบทเล็กๆ ในภาพยนตร์ 2 เรื่องเท่านั้น

“การแสดงหนังอยู่ในความคิดของผมตลอดเวลา” เขากล่าว “ผมแสดงละครมาตลอด นั่นเป็นเพราะผมได้รับการเสนอบทที่ผมอยากแสดง และเวลาก็ลงตัวพอดี ถ้ามีโอกาสเหมาะๆ ที่จะได้แสดงภาพยนตร์ ผมก็ยินดีเสมอครับ”



ถึงแม้จะไม่มีงานแสดงภาพยนตร์ แต่ความโด่งดังของลีมินโฮดูเหมือนจะมีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจบ Faith เขาได้ไปพักผ่อนสั้นๆ ซึ่งสำหรับดาราเกาหลีแล้วนั่นไม่ได้หมายถึงเขาได้พักจริงๆ หลังละครจบ เขาเดินทางไปมะนิลาในฟิลลิปปินส์เพื่อพบกับแฟนๆ เป็นเวลา 4 วัน ซึ่งมีคนมาร่วมงานนับพันๆ คน

“ผมรู้สึกแปลกใจและมีความสุขมาก” ลีมินโฮกล่าว “มีคนเยอะเลยบอกผมผ่าน SNS ว่าอยากให้ผมไปที่ประเทศของเขา และผมก็อยากทำแบบนั้น”

ดาราเกาหลีไม่ค่อยจะเดินทางเพื่อไปแถลงข่าวละครบ่อยนัก แต่ลีมินโฮขึ้นชื่อเรื่องการชอบเดินทางไปต่างประเทศเพื่อพบกับแฟนๆ ของเขา ที่มีชื่อเรียกว่า “มินอซ” ในการเยือนมะนิลา สื่อของประเทศนั้นประโคมข่าวว่า “มะนิลาตกหลุมรักลีมินโฮ” และ “ซูเปอร์สตาร์เกาหลีบุกจู่โจมประเทศ”

ในเดือน ธ.ค. เขาตรงไปที่โยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมงานแฟนมีตและโปรโมต Faith ซึ่งเริ่มออกอากาศที่นั่นเมื่อเดือนที่แล้ว เขาครองอันดับ 1 สำหรับ “Best Hallyu Star” ของเดือน มิ.ย. 2012 ในนิตยสารญี่ปุ่นที่ลงเรื่องราวเกี่ยวกับละครเกาหลี

เม.ย. ปีที่แล้ว การปรากฏตัวของเขาในการเปิดร้าน Semir ที่ซีอาน ทำให้มีแฟนๆ มากันล้นหลาม จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสั่งยกเลิกการจัดงาน

แน่นอนการเดินทางของดาราคือกลยุทธ์ทางการตลาดเช่นกัน สะท้อนให้เห็นความจริงว่าเขาประสบความสำเร็จแค่ไหนในการรับงานโฆษณานอกประเทศเกาหลี ลีมินโฮโฆษณาสินค้าให้กับแบรนด์เสื้อผ้าของฟิลลิปปินส์ Bench และเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโตโยต้า ดาราหนุ่มแสดงในละครสั้นให้กับ Camry ที่อัพโหลดใน Youtube



ดาราฮอลีวู้ดส่วนใหญ่มักพยายามหลีกเลี่ยงการเป็นจุดสนใจ แต่ลีมินโฮสื่อสารทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอย่างสม่ำเสมอ ทั้ง Facebook (เขามีแฟนกว่า 6.4 ล้านคน) และ Twitter ที่มีผู้ติดตามเขาเกือบ 1 ล้านคน  เขาบอกว่าชอบสื่อแบบนี้ที่ทำให้เขาได้ติดต่อสื่อสารกับแฟนๆ ของเขาโดยตรง สำหรับดาราเกาหลีแล้วการรักษาฐานแฟนคลับเกือบมีความสำคัญยิ่งกว่าความสามารถของเขาซะอีก เป็นธุรกิจที่ไม่ธรรมดาเมื่อคุณได้เห็นแฟนๆ ติดตามดาราคนโปรดไปทุกที่ แต่แฟนๆ นี่เองที่ทำให้ดารายังอยู่ในวงการได้

ลีมินโฮมักเรียกแฟนๆ ของเขาว่า “สิ่งล้ำค่า” และกล่าวถึงการสนับสนุนที่แฟนๆ มีให้ว่า “เป็นแหล่งพลังความมั่นใจและความมุ่งมั่นของผม” เขาบอกว่าเขามักขอให้สต๊าฟของเขาสอนภาษาใหม่ๆ ให้กับเขาเพื่อเขาจะได้สื่อสารกับแฟนๆ ต่างชาติได้ดียิ่งขึ้น (ไปเรียนภาษาอังกฤษให้มันพูดแล้วคนอื่นฟังรู้เรื่องก่อนเหอะ)

เมื่อลีมินโฮกล่าวประโยคอย่างเช่น “ผมอยู่ได้เพราะความรักของแฟนๆ” บ่อยครั้งที่เขาแสดงความรักต่อ “มินอซ” ของเขาในที่สาธารณะ ดูเหมือนเป็นการบ่งชี้ว่าเขาใส่ใจต่อพลังที่แฟนๆ มอบให้เขา ทั้งยังรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจ

เมื่อถูกถามว่าเขารับมือยังไงกับแฟนประเภทที่รักจนเกินขอบเขต เขาตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า “มีแฟนๆ มากมายที่จดจำผมได้ มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับผมที่จะใช้ชีวิตส่วนตัว และผมก็มีแฟนประเภทที่รักจนเกินขอบเขต” ลีมินโฮกล่าว “แต่ผมเชื่อว่าหากผมให้เกียรติพวกเขาอย่างจริงใจ พวกเขาจะเคารพความเป็นส่วนตัวของผมเช่นกัน”

เขายังบอกกับสื่อมะนิลาเมื่อไม่นานมานี้ว่าเขาให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากๆ และแอบเข้าไปในโรงหนังในเวลาเหมาะๆ เขารู้ดีว่าเวลาไหนที่จะไม่ดึงดูดความสนใจของผู้คน “ผมเชี่ยวชาญว่าควรไปดูโรงไหนและไปเวลาไหน” เขาบอก





ความระมัดระวังของเขาเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ดาราเกาหลีมักต้องรับมือกับความโกรธแค้นของเหล่าชาวเน็ตที่ดูจะมีอิทธิพลค่อนข้างมากในเกาหลี ซึ่งเป็นประเทศที่แปลกที่สุดในโลกก็ว่าได้ ข่าวลือสามารถทำลายอาชีพของคุณได้ และขบวนการล่าแม่มดบนโลกออนไลน์ก็ไม่ธรรมดา แฟนๆ แม้แต่พวกรักสุดใจ ยังอาจหันมาเป็นศัตรูกับดาราได้เพียงชั่วพริบตา บทพิสูจน์ก็คือเรื่องราวอันโด่งดังกรณี เจย์ ปาร์ค 2PM และทาโบล Epik High นักดนตรีทั้งคู่ต้องทนทุกข์จากชื่อเสียงที่แปรเปลี่ยนเป็นเรื่องอื้อฉาวที่ทำให้คนในอเมริกาพากันงุนงงกับเหตุการณ์เช่นนี้ (ทาโบลตกเป็นเหยื่อนักล่าแม่มดออนไลน์ที่สงสัยว่าเขาไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดจริงๆ)

แม้แต่การออกเดตยังต้องระมัดระวัง เมื่อข่าวหลุดออกไปว่าลีมินโฮคบหากับเพื่อนนักแสดงในซิตี้ฮันเตอร์ ปาร์คมินยอง ปฏิกิริยาที่มีเป็นทั้งในแง่บวกและลบ ความสัมพันธ์จึงจบลงในอีกไม่กี่เดือนต่อมา แต่ยังคงเป็นที่จดจำว่าดาราทั้งสองเคยออกมายอมรับว่าคบหากัน

บางทีความระมัดระวังที่ลีมินโฮมีต่อแฟนๆ อาจเป็นเรื่องดี ไม่มีใครปฏิเสธว่าพลังของเขาที่มีต่อแฟนๆ คือปัจจัยสำคัญเวลาที่เขาเลือกรับงาน ตัวอย่างเช่น Faith โครงการนี้ยืดยาวมานาน 3 ปี มีดาราปฏิเสธบทนี้ไปหลายคน (รวมทั้งลีมินโฮด้วยในตอนแรก) จนกระทั่งลีมินโฮตัดสินใจเซ็นสัญญารับแสดงงานนี้ เกือบจะทันที SBS ซึ่งเป็นช่องที่ออกอากาศซิตี้ฮันเตอร์ ยอมปล่อยเวลาช่วงไพรม์ไทม์ให้




ความแรงของลีมินโฮที่มีต่อวงการบันเทิงเกาหลีไม่ใช่มาจากแค่ในบ้านเกิดของเขาเท่านั้น มันมาจากฐานแฟนคลับต่างชาติของเขาด้วย ซึ่งแปลว่าต่อให้ละครที่ลีมินโฮแสดงไม่ได้รับความนิยมในเกาหลี ทางช่องยังสามารถขายออกไปยังตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งหมายถึงผลกำไรก้อนโต

แม้แต่ลีมินโฮ ผู้ที่มีตราประทับว่าเป็น “ดาราฮัลลิว” เอง ก็ยังไม่เข้าใจกระแสความแรงที่ละครเกาหลีมีต่อตลาดต่างประเทศ

“ผมคิดว่ามันมีอารมณ์ความรู้สึกพิเศษอยู่ในละครเกาหลี” เขากล่าว “มันยากที่จะอธิบายเป็นคำพูดได้ และมันเป็นคำถามที่ผมอยากถามแฟนๆ เช่นกันครับ (ว่าทำไมถึงหลงรักละครเกาหลี) “

จากที่เรารู้จักลีมินโฮ มันคงเป็นอะไรที่เขาจะถามแฟนๆ ของเขาสักวันหนึ่ง

สำหรับตอนนี้เมื่อถูกถามเกี่ยวกับเป้าหมายในปี 2013 คำตอบของเขาอยู่เหนือความธรรมดา นี่อาจสะท้อนถึงอนาคตที่เปิดกว้างรอต้อนรับดาวรุ่งพุ่งแรงคนนี้

“ในปี 2013 ผมอยากรับทั้งงานหนังและละครหลายๆ แนว” ลีมินโฮกล่าว เขาผู้ที่เคยมีความฝันในวัยเยาว์กับการเป็นนักฟุตบอล “มันเป็นเป้าหมายของผมที่อยากค้นพบผลงานที่ดี และได้แสดงด้านที่แตกต่างในตัวผมให้ทุกคนได้เห็นครับ”



ไม่มีความคิดเห็น: