วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

[VOD] Lee Min Ho for KNTV Japan Interview


อันนี้เป็นคลิปสัมภาษณ์ของลีมินโฮกับ KNTV ญี่ปุ่น ตอนที่มินไปญี่ปุ่นเมื่อปลายปีที่แล้วเพื่อจัดงานแฟนมีตและโปรโมต FAITH ซึ่ง FAITH จะออกอากาศทางช่อง KNTV ในเดือน มี.ค. นี้ด้วยค่ะ

ในคลิปมีซับอังกฤษแล้ว แต่ดิฉันได้แปลในส่วนที่เป็นการสัมภาษณ์ออกมาให้เผื่อว่าคุณจะดูซับไม่ทันนะคะ และอย่างที่เรารู้กันว่าเวลามินพูดจาเป็นงานเป็นการ เขามักใช้ประโยคที่ค่อนข้างซับซ้อน (ประมาณว่าฉันเข้าใจของฉันคนเดียว ภาษาเทพ) ก็ทำความลำบากให้ผู้แปลไม่น้อย แต่ดิฉันก็พยายามที่จะถอดความให้ออกมาฟังรู้เรื่องที่สุด และอาจต้องมีการบรรยายขยายความกันบางช่วงนะคะ



 




Q : คุณใช้วันว่างอย่างไร?
A : ส่วนใหญ่ผมอยู่บ้านครับ แต่ช่วงนี้ผมไปเล่นบอลกับเพื่อนๆ ผมชอบเล่นฟุตบอลครับ

Q : คุณรู้สึกอย่างไรตอนที่ได้รับบทเรื่อง FAITH?
A : ช่วงแรกผมได้รับบทมาหลากหลายมาก เรื่อง FAITH เป็นอะไรที่ผมถูกใจและรู้สึกตื่นเต้น

Q : อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณอยากท้าทายกับการเล่นละครประวัติศาสตร์?
A : ที่จริงผมอยากเล่นละครโบราณตอนที่ผมอายุมากกว่านี้ และมีบุคลิกที่เคร่งขรึมกว่านี้ ละครเรื่องนี้เป็นละครโบราณก็จริงแต่มีความเป็นแฟนตาซีอยู่เยอะ ผมเลยเชื่อว่าสามารถนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ผ่านบทนี้ได้ด้วยอายุขนาดนี้ เหตุผลหลักที่ผมตัดสินใจแสดงเรื่องนี้เป็นเพราะผมตกหลุมรักบท และต้องการรับบทนี้ครับ




Q : คุณคุยอะไรกับผู้กำกับบ้างเพื่อทำความเข้าใจกับบท?
A : ส่วนใหญ่ที่ผมคุยกับผู้กำกับก็คือ สำหรับคนที่ยิ่งใหญ่ มันอาจเป็นเรื่องยากที่ตัวเขาต้องกลายเป็นที่พึ่งพาของทุกคน ผมบอกว่าผมต้องการวาดภาพให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ทุกคนต้องพึ่งพาคนนั้น ผมคิดว่าเราคุยเรื่องพวกนี้กันครับ

(ดิฉันคิดว่ามินคงหมายถึงคาแรคเตอร์ของชอยยอง เขาดีไซน์ให้ชอยยองเป็นคนที่เหมือนเป็นเสาหลักของทุกคน เราจึงได้ชอยยองอย่างที่เราเห็นในละคร ชอยยองที่ไม่ยอมล้มต่อหน้าทุกคน )

Q : อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในการแสดงสำหรับคุณ ?
A : เวลาผมแสดง แทนที่จะเน้นไปที่การแสดงออกทางดวงตา หรือว่าจะใช้โทนเสียงแบบไหน ผมมองไปที่อารมณ์ในบทมากกว่า หรือพยายามที่จะเข้าใจว่าบทอยากสื่อถึงอะไร แล้วผมก็เน้นไปที่จุดนั้น ตัวอย่างเช่น ถ้ามีบทที่ผมต้องสารภาพความรู้สึก ผมจะไม่เน้นไปที่การสารภาพ แต่จะมองที่บทว่าควรแสดงความรู้สึกอย่างไรด้วยตัวละครที่ผมรับบทบาทอยู่




Q : อะไรคือเคล็ดลับในการแสดงฉากแอ๊คชั่นของคุณ ?
A : สำหรับคนอย่างผมซึ่งทั้งสูงและตัวโต มีคนสอนผมว่าควรให้ท่าทางดูสวยงามเวลาเคลื่อนไหว ผมจึงพยายามเคลื่อนไหวให้มากและให้ว่องไว โดยส่วนตัวผมชอบนะครับ แต่ผู้กำกับคิวบู๊บอกว่ามันเร็วเกินไป และบอกให้ผมเคลื่อนไหวให้ช้าลง แต่ผมชอบแบบเร็วๆ ครับ (จะได้มั่วนิ่ม)

Q : คุณอยากร่วมงานกับดาราหญิงคนไหน ?
A : ไม่มีคนที่ผมต้องการร่วมงานด้วยเป็นพิเศษครับ จนถึงเดี๋ยวนี้ผมร่วมงานกับคนที่อายุมากกว่าผม ตอนนี้ผมเลยอยากร่วมงานกับคนที่อายุเท่าๆ กับผมหรือเด็กกว่า

Q : ได้ยินว่าคุณสนใจละครเวที คุณคิดว่ายังไง?
A : โดยส่วนตัวผมคิดว่าทั้งละครและหนังเป็นการถ่ายทำไว้ก่อน แล้วค่อยเอามาฉายให้ชมทีหลัง เวลาผมมีงานแฟนมีต ผมได้สื่อสารกับผู้ชมโดยตรง ผมจึงค่อนข้างสนใจงานละครเวที ผมจะได้แสดงและเห็นปฏิกิริยาของผู้ชมทันที อย่างเช่น ความตื่นเต้น และการได้เห็นอะไรแบบนั้นคือเสน่ห์ของมันครับ หากว่ามีโอกาส ผมก็อยากลองท้าทายกับการแสดงละครเวทีดูบ้าง



Q : อะไรคือบุคลิกที่แท้จริงของคุณ? คุณแตกต่างอย่างไรกับบทบาทที่คุณได้รับ?
A : มันยากสำหรับผมที่จะบอกออกมาว่าผมมีบุคลิกแบบไหน แต่ละคนย่อมมีด้านมืด ด้านสว่าง และด้านที่เฮฮา โดยส่วนตัวผมไม่ชอบจำกัดตัวเองให้อยู่กับบุคลิกใดบุคลิกหนึ่ง เพราะงานของผมคือการเป็นนักแสดง ผมต้องการแสดงเสน่ห์ด้านต่างๆ ในฐานะนักแสดง และแสดงบุคลิกที่แตกต่างกันไป

ถ้าอยู่ในช่วงอารมณ์มืดมน ผมก็จะแสดงด้านมืด แม้แต่ในชีวิตจริงครับ ถ้าหากผมกำลังสนุก ผมก็จะแสดงให้เห็นว่าผมกำลังมีความสุข ผมเชื่อว่าตัวเองมีบุคลิกที่หลากหลายครับ แต่โดยรวมแล้ว แทนที่จะอยู่ในด้านมืด ผมค่อนข้างทำตัวให้สดใสและมีความสุขมากกว่าครับ




Q : คุณมีส่วนร่วมในการออกแบบและเป็นนายแบบสินค้า คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง? (หมายถึง EIDER ค่ะ)
A : ผมเลือกเสื้อผ้าไม่ค่อยเก่ง แต่ก็มีความสนใจเรื่องนี้อยู่มาก สำหรับเรื่องการออกแบบ ที่จริงผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ที่จริงผมไม่ได้ออกแบบด้วยตัวเองหรอกครับ ( บอกออกสื่อเลยนะแก ) จุดประสงค์ของการร่วมงานก็คือช่วยคนที่ต้องการ (น่าจะหมายถึงคนที่ต้องการแต่งกายสไตล์ลีมินโฮค่ะ) และผมก็ต้องการหาประสบการณ์จากการเป็นนายแบบ การทำงานแบบนี้ทำให้ผมได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ถึงแม้ผมจะมีส่วนร่วมไม่มากนัก แต่ก็ได้เรียนรู้มากมายครับ ผมคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่สนุก

Q : คุณได้พบกับแฟนๆ ญี่ปุ่นหลังจากหายหน้าไปนาน รู้สึกอย่างไรบ้าง?
A : ตอนที่เครื่องลงจอด ผมแปลกใจมากเลย ผ่านมา 1 ปีครึ่ง พวกเขาก็เคยรักรุนแรงนะครับแต่ไม่มากเท่าตอนนี้ ขนาดที่มาคว้าเสื้อของผมไว้เลย จัดหนักแบบนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกดีนะครับ (ซาดิสต์) การสัมผัสหรือการได้เห็นความรักของแฟนๆ แบบใกล้ชิดทำให้ผมมีพลัง ผมประทับใจมากๆ ครับ

Q : อะไรคือเคล็ดลับของคุณที่ทำให้คุณเป็นที่รักในประเทศต่างๆ ทั่วเอเชีย ?
A : ผมต้องขอบคุณอย่างมากที่ให้ความสนใจในผลงานของผม สิ่งที่ผมรู้สึกระหว่างเดินทางไปต่างประเทศก็คือมันไม่สำคัญว่าพวกเขามาจากประเทศไหน ไม่ว่าจะเห็นผมผ่านผลงานของผมหรือได้พบกับลีมินโฮตัวจริง ผมเชื่อว่าความรักของพวกเขาเหมือนกัน เวลาที่ผมพบกับแฟนๆ ผมพยายามพบแบบใกล้ชิด เวลาที่ผมพบพวกเขา ผมรู้สึกมีความสุขจริงๆ ครับ ผมคิดว่าเป็นเพราะแบบนั้น พวกเขาถึงได้ให้ความสนใจในตัวผม

Q : คุณจะแนะนำสถานที่ถ่ายทำที่ไหนให้แฟนๆ ของคุณ ?
A : ผมขอแนะนำซกโชครับ ที่นั่นมีหาดและมีของอร่อยๆ ให้กินเยอะครับ (เน้นเรื่องกินเป็นหลัก) ตรงหน้ารีสอร์ทที่ซกโช นั่นเป็นตรงที่เราถ่ายทำ FAITH ผมอยากแนะนำให้ไปที่นั่นครับ




Q : ปี 2012 เป็นยังไงบ้างสำหรับคุณ ?
A : ผมคิดว่าปีที่ผ่านมาจบลงที่ FAITH ครับ การเตรียมงานไม่นานมากนัก แต่การถ่ายทำนานที่สุดเท่าที่ผมเคยถ่ายทำมา ผมจึงคิดว่าปีที่แล้วผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับ FAITH ล้วนๆ เลยครับ

Q : ช่วยบอกแผนกิจกรรมต่อไปของคุณหน่อย ?
A : ก่อนอื่นผมยังมีคิวถ่ายโฆษณา แล้วก็ถ้ามีโอกาส ผมจะพยายามไปพบกับแฟนๆ ในต่างประเทศ และหาเวลามองหางานชิ้นต่อไปครับ ผมคิดว่าอันดับแรกก็คือมองหาโปรเจ็คท์ดีๆ เพราะว่าถึงสิ้นปีแล้ว ผมจึงอยากสะสางงานให้หมด ผมคิดว่ามันเป็นเวลาที่ดีที่จะมองย้อนกลับไปตลอด 6 ปีที่ผ่านมาของผม ผมคิดว่าจำเป็นต้องมองย้อนกลับไปครับ…




ในคลิปจบแค่นี้นะคะ ถ้ามีมาอีก ดิฉันก็จะนำมาฝากเช่นเดิมค่ะ แต่แค่นี้คุณก็คงเห็นความน่ารักของลีมินโฮแล้วนะคะ ไม่ว่าแฟนๆ จะทำอะไร ดึงทึ้งขนาดไหน ก็ไม่มีโกรธ ยิ้มรับตลอด นี่คงเป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า ทำไมเขาถึงเป็นที่รักของทุกคน

ขอปิดท้ายด้วยข่าวสารกิจกรรมของเราสักนิดนะคะ สำหรับ OST FAITH รอบ 2 และ 3 จะเริ่มจัดส่งให้ในวันศุกร์นี้ (8/2) ดังนั้นของน่าจะถึงมือคุณประมาณต้นสัปดาห์หน้า หลังจัดส่งแล้วดิฉันจะอัพเดตข้อมูลให้เช่นเคยนะคะ หากคุณไม่ได้เข้าเว็บทุกวัน กรุณา FOLLOW TWITTER ไว้ เพราะเวลาอัพเดตเว็บ ในทวิตเตอร์จะมีแจ้งเตือนให้ค่ะ

และสำหรับทริปซากุระ ซึ่งจะเดินทางในวันที่ 9-13 เม.ย. นี้ จะปิดรับสมัครในวันที่ 15 ก.พ. นี้แล้วนะคะ เป็นโอกาสสุดท้ายของคุณที่ยังลังเลใจอยู่นะคะ เพราะตอนนี้เริ่มจะเกิดศึกแย่งชิงตั๋วเครื่องบินกันขึ้นแล้ว ดิฉันคงเก็บตั๋วไว้ให้คุณได้ไม่เกินวันที่ 15 นี้ และตอนนี้เรารับเพิ่มได้อีกนิดหน่อยเท่านั้นค่ะเพราะตั๋วหายากจริงๆ ตอนนี้ตั๋วที่ขายกันทั่วไปราคาอยู่ที่ 2 หมื่นขึ้นแล้วนะคะสำหรับการเดินทางช่วงสงกรานต์ บางสายการบินก็จองเต็มแล้ว ดังนั้นหากคุณยังไม่จองตั๋วกัน ดิฉันขอบอกว่ามันอาจสายเกินไปแล้วค่ะ นอกจากคุณจะเดินทางกับทัวร์เท่านั้น นี่จึงเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วหากคุณอยากเดินทางกับเราค่ะ

http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/12/activity-trip-spring-blossoms-in-korea.html



ไม่มีความคิดเห็น: