วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

[Travel] Eating & Shopping in Korea

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้บ้านเราร้อนอบอ้าวอย่างรุนแรง บ่งบอกว่าฤดูร้อนมาถึงแล้ว  ก็ต้องระวังรักษาสุขภาพกันหน่อยนะคะ เพราะโรคที่มากับหน้าร้อนมีเยอะ  ทั้งพวกเชื้อไวรัส ซึ่งทำให้คุณเป็นหวัดได้ง่าย  และยุงลายกำลังระบาดตอนนี้ ระวังไข้เลือดออกกันด้วยค่ะ  และที่สำคัญคือโรคระบบทางเดินอาหาร  ดังนั้นเวลาทานอะไรต้องระวังกันนิดนึง พวกอาหารสำเร็จรูปต้องอุ่นให้ร้อนก่อนทานนะคะ เพื่อกำจัดเชื้อโรคที่อาจแฝงมาจากร้าน และการดื่มน้ำมากเกินไปก็อาจทำให้ท้องเสียได้  รวมทั้งการดื่มน้ำเย็นจัดขณะที่ร่างกายกระทบความร้อน ก็อาจทำให้คุณช็อคถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกันค่ะ  ต้องระวังกันหน่อยนะคะ

จบจากวิชาสุขศึกษา แล้วก็มาเข้าสู่วิชาการท่องเที่ยวของเราค่ะ  เนื่องจากใกล้ฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์แล้ว  เชื่อว่ามีหลายท่านวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศกัน  ซึ่งของเราก็มีเช่นกันนะคะกับทริปซากุระ ที่จะเดินทางก่อนวันสงกรานต์นี้  คำถามที่มักจะได้รับเสมอก็คือ ไปเที่ยวเกาหลีควรแลกเงินไปเท่าไหร่ดี  ซึ่งคำตอบคลาสสิคที่ดิฉันมักตอบไปก็คือ แล้วแต่อัตราการช้อปปิ้งของคุณค่ะ  ซึ่งมันเป็นความจริง เพราะแต่ละคนมีอัตราการจับจ่ายไม่เหมือนกัน

เอาเป็นว่าที่ดิฉันช่วยได้ก็คือ ให้คุณได้เห็นภาพรวมว่าสินค้ายอดนิยมที่โน่นมีราคาประมาณเท่าไหร่  ที่เกาหลีใช้เงินสกุลวอน หรือ KRW (Korean Won) ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 30 บาท / 1,000 วอน  ซึ่งอัตรานี้ขยับขึ้นลงตามตลาดโลก  ถ้าแลกเคาน์เตอร์ธนาคารหรือที่สนามบินจะอยู่ที่ประมาณ 33 บาท / 1,000 วอน  แต่ถ้าแลกที่ Super Rich ซึ่งเป็นร้านแลกเงินเอกชน จะอยู่ที่ราวๆ 27-29 บาท / 1,000 วอน  ดิฉันจึงมักแนะนำให้คุณไปแลกที่ Super Rich ถ้าเป็นไปได้ เพื่อคุณจะได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า  ซึ่งลูกทัวร์ของเราถือว่าโชคดีเพราะคุณสามารถฝากดิฉันแลกได้  สำหรับท่านที่ไปเองหรือซื้อทัวร์ไปเอง ถ้าสามารถก็ควรไปแลกที่ Super Rich นะคะ
 

ทีนี้เรามาดูราคาสินค้าบางชนิดกันค่ะ  ยอดนิยมที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นเจ้านมกล้วย ซึ่งมีพรีเซนเตอร์สุดหล่ออย่างลีมินโฮ  อร่อยที่สุดในความเห็นของดิฉันก็คือเจ้าขวดหน้าตาเหมือนตุ่มนี่แหละค่ะ  ราคาอยู่ที่ 1,000-1,200 วอนค่ะ



สำหรับน้ำดื่มธรรมดาๆ จะตกราคาประมาณ 600-800 วอน  แต่ถ้าคุณไปกับทัวร์ เค้าจะมีแจกให้บนรถวันละ 1 ขวด  ซึ่งปกติจะพอค่ะ เพราะที่โน่นอากาศเย็น ดื่มน้ำน้อย แต่ถ้าไม่พอ คุณพกขวดไปเติมได้ตามร้านอาหารที่แวะทานกันนะคะ 

และอีกหนึ่งอย่างที่แนะนำอยากให้ชิมหากไปถึงเกาหลีแล้ว ก็คือไอติมค่ะ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบและยี่ห้อ  ที่ดิฉันขอแนะนำคือไอติมเมลอนของล็อตเต้  ที่เป็นห่อเขียวๆ นะคะ  อันละประมาณ 800 วอน ซึ่งเมื่อมาขายบ้านเราแท่งละเกือบร้อยบาทค่ะ แพงมากกกก  หรือคุณจะลองชิมไอติมยาว 1 ฟุตแบบนี้ที่เมียงดงก็ได้ค่ะ  ราคาประมาณ 1,500 วอน




ทีนี้มาถึงของกินหนักๆ กันบ้างค่ะ  ถ้าคุณไปเองอาจต้องประหยัดงบหน่อย คงไปนั่งกินตามร้านอาหารทุกมื้อแบบพวกที่ไปทัวร์ไม่ได้ (นี่คือสาเหตุที่ดิฉันชอบไปทัวร์ จ่ายเท่ากัน กินอิ่มนอนสบายกว่ากันเยอะค่ะ)  เพราะที่โน่นค่าครองชีพแพง  ไปกินอาหารมื้อนึงก็ตกหลายหมื่นวอนค่ะ  แค่บะหมี่หรือที่โน่นเรียกว่า รามยอน  อย่างถูกก็ชามละประมาณ 5,000 วอนนะคะ 


หรือต๊อกป๊อกกี  แป้งผัดในซอสพริก ก็จะราวๆ 3,000 วอน จะมีน้ำซุปให้ด้วย หรือพวกของทอดก็จะไม้ละราวๆ 2,000 วอนค่ะ  ถ้าอยากชิมดูให้ลองมองหาร้านรถเข็นแบบนี้ค่ะ ไม่ผิดหวังแน่นอน




ถ้าใครอยากลองชิมคิมบับ หรือข้าวห่อสาหร่าย  ซึ่งเค้าจะมีหลายไส้ จะขายเป็นแท่งๆ ค่ะ มีหลายราคา โดยประมาณก็คือ 800-1,000 วอน มีขายตามร้านสะดวกซื้อค่ะ  เค้ากินกันทั้งแท่งนะคะ ไม่ได้หั่นสวยงามเหมือนตามร้านอาหารค่ะ


หรือจะกินเป็นบะหมี่ถ้วยก็ได้ค่ะ มีตามร้านสะดวกซื้อเช่นกัน  ราคาประมาณ 800 วอน  ที่ร้านจะมีน้ำร้อนให้ด้วย  บางร้านจะมีเคาน์เตอร์ให้คุณยืนกินได้แบบในละครเลยค่ะ  ลองดูก็ได้นะคะ



ทีนี้มาถึงพวกเหล้ากันบ้างค่ะ  เมื่อไปถึงเกาหลีแล้ว หลายท่านก็อยากลองชิมเหล้าเกาหลีแบบในละครบ้างนะคะ  ปกติคนจะรู้จักโซจูกัน ก็คือเจ้าเหล้าขวดเขียวๆ หน้าตาเหมือนเหล้าขาวบ้านเรา รสชาติแรงใช้ได้ทีเดียวค่ะ อย่าดื่มมากนะคะ เช้าจะปวดหัว  พวกนี้ราคาประมาณ 1,000-1,200 วอน 



อีกตัวที่อยากแนะนำให้ชิมก็คือ มักกอลลี หรือไวน์ข้าว  เจ้านี่จะคล้ายๆ กระแช่  เป็นเหล้าที่หมักจากข้าว สีจะออกขาวขุ่นเหมือนน้ำนม รสจะออกซ่าๆ ดีกรีเบากว่าโซจูค่ะ  ราคาพอๆ กันค่ะ แต่ขวดบิ๊กเบิ้มกว่า ประมาณขวดเป๊บซี่ลิตรค่ะ



และสิ่งที่จะทำให้คุณเสียเงินเสียทองกันมิใช่น้อยก็คือเจ้าเครื่องสำอางพวกนี้แหละค่ะ  ซึ่งราคาถูกกว่าบ้านเราหลายเท่า  ทำให้คนที่ไปอดที่จะกวาดซื้อมาไม่ได้  ตัวอย่างเช่น ยาทาเล็บ มาขายในช้อปบ้านเราราคาหลายร้อยบาท  แต่ที่โน่นขายกัน 2,500-3,000 วอน  หรือพวกแผ่นมาสค์หน้า ที่มาขายบ้านเราแผ่นละเกือบ 200 บาท แต่ที่โน่นขายยกแพ็ค แพ็คละ 10 ซอง ราคาประมาณ 10,000 วอน ก็ตกแผ่นละ 30 บาท จะไม่ซื้อได้อย่างไรล่ะคะ 



และยังมีพวกของฝากประเภทขนมนมเนยอีก อย่างเช่น เจ้าบราวนี่มาร์เก็ตโอ ที่ใช้พรีเซนเตอร์เป็นหนุ่มหล่อวง 2PM  ราคาก็มีหลากหลายแล้วแต่แบบ รวมทั้งพวกบะหมี่สำเร็จรูป ที่หลายคนอาจบอกว่าเดี๋ยวนี้ซื้อเมืองไทยราคาเท่ากัน  ก็จริงอยู่ค่ะ แต่ที่นี่มีขายอยู่ไม่กี่รส แต่ที่โน่นมีเพียบ  ยิ่งถ้าคุณไปกับทัวร์แล้วแวะที่ร้านซูเปอร์  มีโปรโมชั่น 5 แถม 1  คุณก็จะได้ราคาที่ถูกกว่าซื้อบ้านเราแล้วค่ะ บะหมี่พวกนี้เก็บได้นาน และมีหลายรสให้คุณได้เลือกสรร



คิดว่าคุณคงพอเห็นภาพบ้างแล้วนะคะว่าไปเกาหลีคุณจะต้องเสียเงินไปกับอะไรบ้าง  ซึ่งจริงๆ แล้วยังมีของล่อตาล่อใจอีกมากมาย  ไม่ว่าจะเป็นพวกซีดี/ดีวีดีของศิลปินที่คุณชื่นชอบ พวกของที่ระลึกต่างๆ  หรือแม้แต่เคสไอโฟนหลากหลายแบบน่ารักๆ  รวมไปถึงพวกของกินแปลกๆ ตามรายทางอีกด้วยค่ะ  ยังไงก็ลองคำนวณดูว่าคุณควรใช้จ่ายสักเท่าไหร่  และอย่าลืมว่าการไปท่องเที่ยวทุกครั้งคือการเปิดประสบการณ์ให้กับตัวคุณเอง  อย่าลืมเก็บเกี่ยวความรู้และวัฒนธรรมใหม่ๆ ในที่ที่คุณไป  ให้คุ้มกับเวลาและเงินที่เสียไปค่ะ  ขอให้สนุกกับทุกการเดินทางนะคะ



ขอฝากทิ้งท้ายไว้นิดนึงว่าทริปของเราตอนนี้ยังคงเปิดรับอยู่อีก 2 ทริปนะคะ คือทริปสิงคโปร์  ที่ชวนคุณมาเที่ยวหน้าร้อนกับทะเลสวยๆ แถวบ้านเราค่ะ  เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาน้อย เพราะเราเดินทางแค่ 3 วันเท่านั้น  ราคาก็แค่ 2 หมื่นต้นๆ เท่านั้นค่ะ

และอีกทริปคือเกาะเชจูที่หลายๆ ท่านเรียกร้องมาอยากไปกัน  เดินทางช่วงฤดูใบไม้ร่วง  เป็นอีกช่วงที่สวยงามของเกาหลีนะคะ  กับเกาะทางใต้แสนสวย และประสบการณ์ที่คุณจะไม่ได้รับจากทัวร์อื่นใดค่ะ  ทั้ง 2 ทริปต้องรีบจองนิดนึงนะคะ เพราะรับจำนวนจำกัด เต็มแล้วก็ปิดเลยค่ะ และสำหรับตั๋วโปรโมชั่นต้องรีบจองภายในเดือนนี้นะคะ ก่อนที่ตั๋วจะปรับราคา (ภาษีน้ำมันจะขึ้นอีกแล้ว) เพราะหลายท่านชอบมาจองตอนใกล้ๆ เดินทาง ซึ่งดิฉันไม่สามารถรับคุณเข้ามาเพิ่มได้จริงๆ เพราะตั๋วไม่มีแล้วค่ะ ดังนั้นถ้าไม่อยากพลาด กรุณารีบจองนะคะ


ไม่มีความคิดเห็น: