วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

[Travel] Singapore


วันนี้ขอพูดถึงประเทศเพื่อนบ้านของเราบ้างนะคะ ประเทศสิงคโปร์ค่ะ อีกไม่นานประเทศไทยของเราจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งมีทั้งหมด 10 ประเทศ นั่นก็คือ ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม เมียนมาร์ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไนดารุสซาลาม และฟิลิปปินส์ ประชาคมอาเซียน หรือ AEC ก็คือการแสดงพลังของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มาร่วมมือร่วมใจกันเพื่อก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน ถึงแม้แต่ละประเทศจะมีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมและเชื้อชาติก็ตาม ดังนั้นเราจึงควรมาทำความรู้จักประเทศเพื่อนบ้านของเรา โดยเฉพาะสิงคโปร์ ที่ถึงจะเป็นแค่เกาะเล็กๆ แต่มีความสำคัญมากสำหรับระบบเศรษฐกิจ ถ้าคุณได้ไปเยือนสิงคโปร์ คุณจะเห็นสิ่งเหล่านี้อย่างชัดเจน ทั้งความทันสมัย การพัฒนาระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งสิงคโปร์จัดว่าเป็นประเทศที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีทีเดียว และมีค่าครองชีพสูง และจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว



สิงคโปร์ (Singapore) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore) เป็นนครรัฐที่ตั้งอยู่บนเกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ละติจูด 1°17'35" เหนือ ลองจิจูด 103°51'20" ตะวันออก ตั้งอยู่ทางใต้สุดของคาบสมุทรมาเลย์ อยู่ทางใต้ของรัฐยะโฮร์ ของประเทศมาเลเซีย และอยู่ทางเหนือของหมู่เกาะเรียว ของประเทศอินโดนีเซีย

สิงคโปร์เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ปลายสุดแหลมมลายู เป็นสถานพักสินค้าของพ่อค้าทั่วโลก เดิมชื่อว่า เทมาเส็ก (ทูมาสิค) มีกษัตริย์ปกครอง ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ได้มีเจ้าผู้ครองนครปาเล็มบังเดินทางแสวงหาดินแดนใหม่เพื่อสร้างเมือง แต่เรือเกิดอับปางลง พระองค์ได้ว่ายน้ำขึ้นฝั่ง แล้วก็เห็นสัตว์ชนิดหนึ่งมีรูปร่างลำตัวสีแดงหัวดำ หัวคล้ายสิงโต หน้าอกขาว พระองค์จึงถามคนติดตามว่า สัตว์ตัวนั้นคืออะไรคนติดตามก็ตอบว่ามันคือ สิงโต พระองค์จึงเปลี่ยนชื่อเทมาเส็กเสียใหม่ว่า สิงหปุระ ต่อมาสิงหปุระก็ได้ตกเป็นของสุลต่านแห่งมะละกา ชื่อของประเทศสิงคโปร์จึงได้มาจากชื่อเดิม สิงหปุระ นี่เอง แต่จากการศึกษาพบว่าไม่น่าจะเคยมีสิงโตอาศัยอยู่ที่นี่ สัตว์ที่เจ้าผู้ครองนครปาเล็มทรงเห็นนั้นน่าจะเป็นเสือมาลายันมากกว่า

ประเทศแรกที่มายึดสิงคโปร์ไว้ได้คือโปรตุเกส เมื่อปี ค.ศ. 1511 แล้วก็ถูกชาวดัตช์มาแย่งไป แต่ประมาณปี ค.ศ. 1817 อังกฤษได้แข่งขันกับดัตช์ในเรื่องอาณานิคม อังกฤษได้ส่งเซอร์โทมัส สแตมฟอร์ด บิงก์เลย์ แรฟเฟิลส์ มาสำรวจดินแดนแถบสิงคโปร์ ตอนนั้นสิงคโปร์ยังมีสุลต่านปกครองอยู่ แรฟเฟิลส์ได้ตกลงกับสุลต่านว่า จะตั้งสถานีการค้าของอังกฤษที่นี่ แต่สุดท้ายอังกฤษก็ยึดสิงคโปร์ไว้เป็นเมืองขึ้นได้สำเร็จ นับจากปี 1965 เมืองสิงคโปร์ประกาศตนเป็นประเทศเอกราช มีอำนาจอธิปไตยของตนเอง โดยปกครองในรูปของสาธารณรัฐ หลังจากนั้นสิงคโปร์อยู่ภายใต้การปกครองของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวเป็นเวลาถึง 25 ปี ซึ่งก็คือ นายลีกวนยู



สิงคโปร์มีสภาพอากาศแบบเขตป่าร้อนชื้น อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 22-34 องศาเซลเซียส (ภูมิอากาศคล้ายๆ บ้านเราเลยค่ะ คือร้อนและร้อน ) สิงคโปร์ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ และมีอีก 3 ภาษาที่ถือว่าเป็นภาษาทางการคือ ภาษามาเลย์ ภาษาจีนกลาง และภาษาทมิฬ เนื่องจากมีความหลากหลายทางเชื้อชาติมาก ผู้คนจึงใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร แต่เป็นภาษาอังกฤษที่เรียกกันว่า Singlish คือจะออกจีนปนแขก

สิงคโปร์ถือได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว จึงมีสถานที่น่าสนใจมากมายให้ไปเที่ยวชม ถ้าจะยกมาเล่าทั้งหมดคงเป็นนิทานเรื่องยาวแน่ จึงขอยกมาแค่ 2-3 แห่งที่เป็นไฮไลต์แล้วกันนะคะ



เมอร์ไลออน หรือ เจ้าสิงโตทะเลตัวนี้ ที่จริงถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมการการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board - STB) ในปี 1964 – รูปปั้นนี้มีหัวเป็นสิงโต ร่างเป็นปลา ยืนอยู่บนยอดคลื่น ต่อมาไม่ว่าใครไปใครมาก็ต้องมาถ่ายรูปกับเจ้าตัวนี้ จึงกลายเป็นเครื่องหมายประจำชาติสิงคโปร์ไป หัวรูปปั้นเป็นสิงโตหมายถึงสิงโตที่เจ้าชายซางนิลาอุตามะเคยเห็นตอนที่พระองค์พบเกาะสิงหะปุระในปี ค.ศ. ที่ 11 ตามบันทึกของชาวมาเลย์ ส่วนหางที่เป็นปลาคือสัญลักษณ์ของเมืองโบราณเทมาเซ็ค (หมายความว่า "ทะเล" ในภาษาญี่ปุ่น)

เมอร์ไลออน ปาร์ค ตั้งอยู่ใกล้กับอ่าวมารีน่าเบย์ ถือเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนไม่พลาดที่จะไปเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก ที่จริงเจ้าเมอร์ไลอ้อนนี้มีอยู่ถึง 5 ตัวด้วยกัน ตัวแรกสุดคือเจ้าตัวเล็กอยู่ด้านหลังตรงอ่าวมารีน่า ส่วนเจ้าตัวใหญ่ที่เราเห็นพ่นน้ำลงอ่าวอยู่นั้นคือตัวที่ 2 ค่ะ และยังมีอยู่ที่เกาะเซนโตซ่าอีก 1 ตัว และอยู่ที่เมาท์เฟเบอร์ 1 ตัว และที่ถนนออร์ชาร์ดอีก 1 ตัว



สิงคโปร์ฟลายเออร์ ก็คือชิงช้าสวรรค์นั่นเอง เพียงแต่มันใหญ่มหึมา และเจ้าอันนี้สูงที่สุดในโลกขณะนี้ ด้วยขนาดความสูงเท่าตึก 42 ชั้น ความสูงที่สุดคือ 165 เมตร สูงกว่าลอนดอนอาย ที่กรุงลอนดอน ในนั้นประกอบด้วยตัวอาคาร 3 ชั้น ที่มีร้านค้าและร้านอาหารอยู่ด้วย เมื่อขึ้นไปบนอยู่ในแคปซูลจะสามารถมองเห็นวิวอันสวยงามของอ่าวสิงคโปร์ และมองเห็นไปได้ไกลถึงประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย
 




ในแคปซูลที่ติดแอร์อย่างดีทั้ง 28 แคปซูล สามารถบรรจุคนได้ถึงแคปซูลละ 28 คน ใช้เวลาหมุนรอบละ 37 นาที สิงคโปร์ฟลายเออร์ตั้งอยู่ใกล้กับอ่าวมารีน่าเบย์ ในพื้นที่ที่เรียกว่า มารีน่าพรอมเมอนาด สำหรับท่านที่กลัวความสูง ดิฉันการันตีได้ว่าคุณจะไม่รู้สึกเลย เพราะมันจะค่อยๆ หมุนช้าๆ ช้ามากๆ จนคุณแทบไม่รู้สึกว่ามันเคลื่อนไหวค่ะ ดิฉันไปลองพิสูจน์มาแล้ว โดยส่วนตัวดิฉันเป็นคนที่กลัวความสูงมากๆ ถึงมากที่สุด แต่ก็ยังสามารถรอดมาได้ และวิวบนนั้นสวยมากจริงๆ ค่ะ



ซันเทคซิตี้มอลล์ เป็นช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในมารีน่าเซ็นเตอร์ ถูกออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย โดยอาคารทั้ง 5 นั้นเปรียบเสมือนมือ และมี “น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง” ตั้งอยู่ตรงใจจกลาง เปรียบเสมือนแหวนทองคำที่อยู่ใจกลางมือ เชื่อกันว่าผู้ใดได้สัมผัสละอองน้ำจากน้ำพุแห่งความมั่งคั่งนี้แล้วจะโชคดี



มารีน่า เบย์ แซนด์ส และการ์เด้นบายเดอะเบย์ ในสิงคโปร์การพนันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ดังนั้นที่นี่จึงมีบ่อนคาสิโนขนาดใหญ่ ในสิงคโปร์มีบ่อนคาสิโนใหญ่อยู่ 2 แห่งคือ บนเกาะเซนโตซ่า และที่โรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ส โรงแรมหรูที่มีพร้อมทุกอย่างอยู่ในนี้ หน้าตาจะเป็นตึก 3 ตึกและมีเรือตั้งอยู่ข้างบน บนเรือนี้เป็นสวนลอยฟ้าค่ะ มีสระว่ายน้ำด้วยนะคะ (ว่ายน้ำกลางอากาศกันเลย) ดิฉันเคยคุยกับคนสิงคโปร์ เขาบอกว่าถ้าคนสิงคโปร์จะเข้าไปที่นี่ต้องเสียเงินแพงมาก แต่ชาวต่างชาติเข้าได้ฟรี เพียงแต่...คุณจะไปเสียเงินในนั้นไงคะ ไม่ว่าจะเป็นการเสี่ยงโชคในคาสิโน การช้อปปิ้ง การเข้าพักโรงแรม หรือแม้แต่การขึ้นไปชมวิวบนสกายพาร์คก็ต้องเสียค่าขึ้นลิฟต์เหมือนโซลทาวเวอร์ค่ะ

และที่ใกล้ๆ กันนั่นเองมีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ซึ่งก็คือการ์เด้นบายเดอะเบย์ เป็นอาคารหน้าตาคล้ายหอย 2 ตัว ที่จริงมันก็คือเรือนกระจกขนาดยักษ์ ที่มีพืชพันธุ์ชนิดต่างๆ อยู่ข้างใน และมี Super Tree ต้นไม้จำลองขนาดยักษ์ที่มีสะพานเดินทอดยาวด้านบนให้คุณได้ชมวิวสวยๆ ของอ่าวมารีน่า เมื่อขึ้นไปชมวิวคุณจะเห็นอาคารหน้าตาแปลกๆ อีกเยอะค่ะ อย่างเช่นโรงละครเอสพลานาด ที่หน้าตาเหมือนลูกทุเรียน เป็นต้น




นอกจากสถานที่ไฮไลต์เหล่านี้แล้วยังมีจุดให้เที่ยวชมอีกมากค่ะ ทั้งถนนออร์ชาร์ด แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนม ย่านไชน่าทาวน์ ที่มีวัดเจ้าแม่กวนอิม ย่านลิตเติ้ลอินเดีย หรือจะข้ามไปที่เกาะเซนโตซ่า สนุกสนานกับธีมพาร์คของยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ซึ่งมีเครื่องเล่นสนุกๆ ไว้รอคุณมากมาย ที่เซนโตซ่ายังมีคาสิโนด้วยนะคะ




สำหรับอาหารการกินก็มีหลากหลายทั้งจีนและแขกค่ะ อาหารขึ้นชื่อก็คือข้าวมันไก่สิงคโปร์ ซึ่งมันจะแตกต่างจากข้าวมันไก่หน้าปากซอยบ้านเรายังไง คุณต้องไปลองชิมดูเองค่ะ ดิฉันก็อธิบายไม่ถูก แต่ไม่เหมือนกันแน่นอนค่ะ และอีกเมนูขึ้นชื่อก็คือปูผัดพริก และไม่ควรพลาดชิมสิงคโปร์สลิง เครื่องดื่มต้นตำรับที่ถือกำเนิดขึ้นที่นี่ ในบาร์ของโรงแรมราฟเฟิลค่ะ เป็นส่วนผสมของน้ำสับปะรดและผลไม้ต่างๆ มีทั้งแบบม็อคเทล (ไม่ใส่เหล้า) และค็อกเทลนะคะ เลือกชิมกันตามอัธยาศัยค่ะ

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีภาคีกับไทย พวกเราที่ถือพาสปอร์ตไทยสามารถเข้าเมืองได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า อยู่ในสิงคโปร์ได้ไม่เกิน 14 วัน ที่นั่นใช้อัตราเงินสกุลสิงคโปร์ดอลลาร์ 1SGD = 24 บาทไทย ค่าครองชีพจะค่อนข้างสูงหน่อยนะคะ อย่างเช่นถ้าคุณจะกินข้าวสักมื้อเอาแบบง่ายๆ คือ ข้าว 1 จานกับน้ำ 1 แก้ว ก็จะตกประมาณร้อยกว่าบาท และส่วนใหญ่คนที่ไม่ได้ไปกับทัวร์ก็มักจะเลือกกินพวกบะหมี่มากกว่าเพราะถูกปากที่สุดและสั่งง่าย โอกาสที่จะได้ไปกินตามร้านชื่อดังค่อนข้างน้อยเพราะทัวร์ลงกันเต็มหมดค่ะ
 
สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีกฎหมายค่อนข้างเข้มงวดและรุนแรง ดังนั้นต้องระวังนิดนึงนะคะ อย่าทิ้งขยะเรี่ยราด อย่าถ่มน้ำลายหรือคายหมากฝรั่งซี้ซั้ว ค่าปรับแพงมากค่ะ ราวๆ 1,000 ดอลลาร์หรือ 24,000 บาทไทย การขึ้นรถก็ต้องยืนต่อคิวให้เรียบร้อยนะคะ อย่าแซงคิว ไม่งั้นคุณจะถูกมองอย่างเหยียดหยามทีเดียวล่ะค่ะ แท็กซี่ที่นี่ก็ต้องดูไฟบนหลังคาให้ดีเพราะบางคันเป็นรถที่ลูกค้าโทรเรียกมา คุณจะโบกยังไงเค้าก็ไม่รับคุณค่ะ อย่าไปเผลอด่าเค้าเชียวนะคะ และที่นี่มีกฎหมายแปลกๆ ด้วยก็คือห้ามนำทุเรียนขึ้นรถสาธารณะ เพราะคนสิงคโปร์ชอบกินทุเรียนมาก แต่คนบนรถคงไม่ปลื้มนักค่ะ (กลิ่นมันแรง) จึงมีกฏหมายแบบนี้ออกมา
 
สิงคโปร์นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีในการท่องเที่ยวระยะสั้นสำหรับท่านที่อยากเที่ยวผ่อนคลายแบบใกล้ๆ บ้านค่ะ เดินทางไม่นาน วิวสวย และอาหารอร่อยค่ะ ลองไปดูสักครั้งนะคะถ้ามีโอกาส สนามบินชางฮีก็สวยมากๆ ค่ะ




สำหรับ 2 ทริปของเราที่รับสมัครอยู่ตอนนี้ ต้องรีบสมัครกันหน่อยนะคะเพื่อจะได้ราคาตั๋วเครื่องบินในราคาประหยัดหน่อย เพราะถ้าจองล่วงหน้านานราคาจะย่อมเยาและการันตีได้ว่าคุณมีตั๋วแน่นอน  สำหรับทริปสิงคโปร์ต้องจองภายในเดือนนี้นะคะ  ส่วนทริปเชจู รีบจองภายในเดือนนี้เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลด  หากพ้นเดือนนี้แล้วเป็นราคาเต็มนะคะ


Private Trip with Madame Rose

Summer Trip in Singapore – เดินทาง 14-16 มิ.ย. 2556 ***รีบจองด่วนนะคะเพราะใกล้เดินทางแล้ว***
http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/03/activity-summer-trip-in-singapore.html

Colorful Autumn in Jeju-do เดินทาง 24-28 ต.ค. 2556
http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/02/activity-private-trip-summer-in-paradise.html



ไม่มีความคิดเห็น: