วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2556

[Review] “FAITH” Filming Location : Daejosa Temple


ก่อนที่จะเริ่มรีวิวทริปซากุระที่ผ่านมา ดิฉันขอเริ่มที่สถานที่ถ่ายทำ FAITH ก่อนแล้วกันนะคะ เพราะเชื่อว่าแฟนๆ แทจังคงอยากเห็นว่าหน้าตาสถานที่ถ่ายทำจริงเป็นยังไง




และก่อนที่จะเริ่มรีวิว ดิฉันขอย้ำเตือนสัก 2 เรื่องนะคะ เรื่องแรกคือการพรีออเดอร์อัลบั้มเพลงของลีมินโฮ ตอนนี้จำนวนสั่งจองเข้ามาค่อนข้างเยอะแล้วและเรามีโควต้าอยู่ที่ 50 ชุด เมื่อครบกำหนดดิฉันจำเป็นต้องปิดการสั่งจองนะคะ เพราะถ้าเกินจำนวนนั้นดิฉันคงหอบหิ้วมาไม่ไหว ส่วนอัลบั้มนี้จะมีจำหน่ายทั่วไปหรือไม่ ดิฉันไม่สามารถการันตีได้จริงๆ เนื่องจากทางสตาร์เฮ้าส์ก็ไม่ยืนยัน ฟังเสียงแล้วดิฉันคิดว่าเขาเน้นขายแฟนคลับมากกว่าที่จะเน้นขายเพื่อทำกำไรค่ะ น่าจะเป็นอย่างที่มินบอกก็คือเค้าตั้งใจทำออกมาเป็นของขวัญให้กับแฟนๆ จริงๆ

เรื่องที่ 2 ก็คือทริปเชจูของเรา ถึงแม้ตอนนี้คนจะเยอะจนเต็มโควต้าแล้ว แต่ดิฉันสามารถรับได้อีกนิดหน่อย ประมาณ 3-4 ที่ เนื่องจากเราจะเปิดทริปเเดียวเท่านั้น ไม่มีการย้อนเส้นทางเดิมอีก ดิฉันจึงอยากเปิดโอกาสให้สำหรับท่านที่ยังลังเลอยู่ แต่ถ้าสิ้นเดือนนี้ไม่มีใครสมัครเพิ่มอีก ดิฉันขออนุญาติปิดกรุ๊ปเลยนะคะ

สำหรับทริปต่อๆ ไปเราก็จะเก็บสถานที่ถ่ายทำกันต่อไปนะคะจนกว่าจะหมดแล้วก็หมดแค่นั้นค่ะ คงไม่เที่ยวกันทุกปีๆ ไปเรื่อยๆ นะคะ ทริปที่แล้วเราไปหมู่บ้านโกคูเรียวกันมาแล้ว ทริปนี้เราไปประตูสวรรค์ที่วัดแดโจซาและต้นไม้ของแทจังรวมทั้งอาณาจักรแพ๊กเจของแท้ ทริปต่อไปเราจะไปเยือนกุ๊กแนซอง หรือเมืองหลวงโกคูเรียวจำลองที่เกาะเชจู ซึ่งก็คือโรงถ่ายตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ เพราะของจริงเราไปไม่ได้เนื่องจากอยู่ในเกาหลีเหนือ ส่วนทริปต่อๆ ไปก็จะมีสุสานท่านชอยยอง (ตัวจริงเสียงจริง) อาณาจักรชิลลาที่เคียงจู และโรงถ่ายที่โซรัค สถานที่ที่คุณมินท่านแนะนำว่ามันสวยควรไปเที่ยว (หลอกเราหรือเปล่าหว่า??? ฉันโดนแกหลอกประจำเลยนะมิน ) โปรดติดตามกันนะคะ



สำหรับสถานที่ถ่ายทำ FAITH ที่เราไปเยือนกันในทริปนี้คือจุดที่ใช้เป็นฉากประตูสวรรค์ฝั่งโครยอ และบริเวณต้นไม้ (โกร๋นๆ) ที่แทจังนั่งรออึนซูอยู่ 4 ปี ซึ่งสมควรอยู่ เดี๋ยวคุณจะรู้เองค่ะว่าเพราะอะไร

ทั้งสองสถานที่อยู่ไม่ไกลกันนัก (จริงหรือ???) อยู่ในเมืองพูยอ จังหวัดชุนชอนนัมโด ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางนานพอสมควรนะคะจากอินชอน ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ดังนั้นจึงไม่เคยมีทัวร์ใดเคยเหยียบย่างไปที่นี่มาก่อน แม้แต่ไกด์ท้องถิ่นก็ไม่เคยไป นอกจากเราจะได้ไปเยือนยังสถานที่แปลกใหม่แล้ว คนแถวนั้นก็ได้เจอคนหน้าแปลกเหมือนกัน เพราะไม่เคยมีทัวร์ไทยมาแถวนี้ (จงภาคภูมิใจเถิด)

เราไปกันที่ประตูสวรรค์ก่อนนะคะ ที่นี่คือวัดแดโจซา ซึ่งในตอนที่คุณลุงคนขับรถ หรือที่ภาษาเกาหลีเรียกว่า “คีซานิม” เลี้ยวรถเข้าสู่เส้นทางไปวัดนั้น ดิฉันกับไกด์ก็เริ่มมองหน้ากันประมาณว่าลุงเค้าจะพาเราไปไหน เนื่องจากเส้นทางรกร้างอย่างยิ่ง แต่ลุงยืนยันว่ามาถูกทางแล้วนังหนู อีกสักพักเราก็เห็นแววแล้วว่าน่าจะใช่เมื่อลุงจอดรถแล้วบอกว่าต้องเดินขึ้นไป วัดอยู่บนโน้น และการเดินทางสู่เส้นทางวิบากของเราก็เริ่มขึ้น




เราเดินขึ้นบันไดไปที่วัดแดโจซา และได้พบกับพระพุทธรูปยืนซึ่งใช้เป็นประตูสวรรค์ ในที่สุดเราก็ได้มายืนอยู่ตรงนี้ตรงที่คณะพรรคของฝ่าบาทมินิเคยมายืนลุ้นให้แทจังข้ามประตูสวรรค์ไป ซึ่งดูหน้าตาประตูแล้ว ดิฉันว่าแทจังไม่น่าลอดเข้าไปได้ ไซส์นี้มีคนเดียวที่ลอดได้คือฝ่าบาทนั่นแหละค่ะ




ที่นี่มีเจ้ากวางดาวแสนเชื่องตัวนี้อยู่ด้วย ยืนเล็มหญ้าอย่างไม่สนใจใครทั้งนั้น แต่ในใจคงคิดว่ากระเหรี่ยงพวกนี้มาจากไหนหว่า?





ต่อจากนั้นคือวิบากกรรมอย่างแท้จริงค่ะ เมื่อน้องเรย์ ช่างภาพประจำรถของเราบอกว่าจะไปที่ต้นไม้ต้องเดินขึ้นไปจากตรงนี้ประมาณ 15 นาที แค่กิโลเดียวเอ๊งงงนูน่า ว่าแล้วนูน่าก็หลงกลทงแซง พากันเดินไป เจ้ากวางก็วิ่งมาส่งตรงทางขึ้นซะด้วย เราเริ่มเดินขึ้นไปตามทางนี้กันนะคะ นี่คือทางขึ้นสู่ป้อมซองฮึงซานซอง ป้อมโบราณสมัยแพ๊กเจค่ะ





อยากให้คุณดูเจ้าป้ายนี้ให้ดี ที่เป็นรูปต้นไม้นั่นคือจุดหมายของเรา มันบอกว่า 50 เมตร เราก็ “โอเคน่ะ แค่ 50 เมตรเอ๊งงง” แต่เดินไป เดินไป เดินไป คุณจะเจอป้ายแบบนี้ราวกับฝาแฝดอีกประมาณ 4 ป้ายค่ะ สิริรวมแล้วก็ 200 กว่าเมตรในแนวดิ่ง นั่นก็คือปีนขึ้นเขาไปอีก 200 กว่าเมตรค่ะ (ฉันจะฆ่าแก๊ นังแทจัง ใครใช้ให้แกมาถ่ายทำไกลเยี่ยงนี้...นังเรย์ 1 กิโลแม้วสิแก )









ดูเอาเองแล้วกันค่ะว่าทางมันวิบากแค่ไหน แถมระหว่างทางยังมีสุสานให้ชม (ของใครก็ไม่รู้) และมีเครื่องออกกำลังกายด้วยนะคะ (ใครจะอุตส่าห์ขึ้นมาออกกำลังกายบนนี้ฟะ?)

เมื่อเราเห็นต้นไม้อยู่ลิบๆ บนเขานั่นก็คิดว่า รอดแล้วเรา อีกนิดเดียวเอง แต่อีกนิดนี่คือต้องผ่านด่านนี้ก่อนค่ะ ดิฉันเริ่มคิดในใจว่า ใครมันอุตส่าห์มาหาโลเกชั่นแถวนี้ฟะ? แล้วมันแบกอุปกรณ์ขึ้นไปกันยังไง? เมื่อคิดถึงแทจัง นึกสภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่าฮีปีนป่ายขึ้นไปอีท่าไหน ดิฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่คิมถึงใช้โลเกชั่นตรงนี้หลายฉาก เพราะกว่าจะขึ้นมาถึง ต้องถ่ายให้คุ้ม และแทจังสมควรรอถึง 4 ปีเพราะกว่าอึนซูจะปีนขึ้นมาได้ (ใครใช้ให้มารอบนนี้???)





แล้วในที่สุดเราก็ขึ้นมาถึงต้นไม้ของแทจังค่ะ ต้องบอกว่าข้างบนนี้สวยมากๆ อากาศดีมากๆ (แต่ดิฉันเหนื่อยมากๆ แทบหมดลม) ต้นไม้นี้ถึงจะดูโกร๋นๆ แต่ก็ขลัง เพราะยืนต้นอยู่ตรงนี้มานานถึง 400 ปี และวิวรอบๆ สวยมากๆ ค่ะ ตอนที่เราขึ้นไปถึงเป็นเวลาเย็นใกล้ค่ำแล้วค่ะ (เนื่องจากกว่าจะหอบสังขารขึ้นมาถึง) และไกด์ของเราบอกให้รีบลงเพราะเธอกลัวเจ้าของสุสานที่เราเดินผ่านมาจะออกมาทักค่ะ (ไม่เป็นไร คุยกันไม่รู้เรื่องอยู่ดี)






"FAITH" Filming Location : Daejosa Temple & Sarang Namu

   


ดังนั้นหากใครคิดจะตามรอยมาเที่ยวสถานที่ถ่ายทำแห่งนี้ ขอแนะนำให้คุณเริ่มฟิตร่างกายก่อนเลยค่ะ นึกซะว่าจะไปเที่ยวภูกระดึงแล้วกันนะคะ แต่สำหรับดิฉันขอแค่รอบนี้รอบเดียวค่ะ กรุณาอย่าชวนดิฉันมาอีกเลย (มิน เรื่องหน้าแกควรถ่ายในออฟฟิศหรือตามเมืองใหญ่ๆ นะ นูน่าขอร้องงงง )




ติดตามกันต่อในตอนหน้ากับการเดินทางสู่ดินแดนแพ๊กเจของเรานะคะ





อ่านข้อมูลเกี่ยวกับป้อมซองฮึงซานซองและซารังนามูได้ที่

http://mmerosegarden.blogspot.com/2012/11/travel-filming-location-faith.html






ไม่มีความคิดเห็น: