วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2556

[Review] Trip “Spring Blossoms in Korea” EP 1 : Hello Spring !!!




สวัสดีค่ะ ได้ฤกษ์เริ่มรีวิวการเดินทางทริปซากุระที่ผ่านมาแล้วนะคะ โดยทริปนี้เราเดินทางกันในช่วงฤดูใบไม้ผลิของเกาหลี เราเดินทางกันในวันที่ 9-13 เม.ย. 2556 เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนที่แน่นขนัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดิฉันจึงเลือกเดินทางล่วงหน้าก่อนถึงช่วงวันหยุดยาว โดยครั้งนี้เราใช้บริการของ บริษัท แทรเวิล ดีไซน์ แอร์ บางท่านที่เคยเดินทางท่องเที่ยวเกาหลีอาจเคยได้ยินชื่อบริษัทนี้มาบ้างนะคะ






เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้เรามีจำนวนผู้ร่วมเดินทางมากกว่าจำนวนตั๋วที่มีอยู่ อย่างที่ทราบกันดีว่าช่วงนั้นเป็นช่วงหน้าเทศกาล ตั๋วจะค่อนข้างอัตคัดเล็กน้อย ดิฉันจึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยการใช้บริการ 2 สายการบิน นั่นก็คือ Business Air หรือ 8B ซึ่งเป็นชื่อรหัสที่ใช้ในไฟล์ทบิน และเป็นสายการบินยอดนิยมของบริษัททัวร์ทั้งหลาย เนื่องจากบินด้วยเครื่องลำใหญ่ การบริการและอาหารจัดอยู่ในระดับที่พอใช้ได้ ที่นั่งไม่อึดอัดและแอร์ไม่ร้อนเหมือนพวกโลว์คอสต์ และอีกสายการบินก็คือ การบินไทย หรือ TG รักคุณเท่าฟ้าของบ้านเรา แต่ราคาแพงระยับเลยทีเดียว ดิฉันได้อัพเกรดให้สมาชิก 2 ท่านบินด้วยสายการบินนี้เพราะตั๋วเราไม่พอ

ที่ใช้คำว่าอัพเกรดเพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ค่ะ เนื่องจากตั๋วการบินไทยแพงมาก และดิฉันไม่ได้ขอเก็บเพิ่มจากสมาชิก เนื่องจากไม่ใช่ความผิดของน้องเค้าที่เราหาตั๋วให้ไม่ได้ จึงเป็นหน้าที่ของผู้จัดอย่างดิฉันที่จะตัดสินใจแก้ไขปัญหานี้ ที่จริงทางทัวร์เสนอให้ใช้โลว์คอสต์ก็ได้ แต่ดิฉันเห็นว่าไม่แฟร์กับสมาชิก เพราะคุณจ่ายเงินมาด้วยความหวังว่าจะได้เดินทางอย่างน้อยๆ ก็กับ 8B การลดมาตรฐานจึงไม่ใช่ทางที่ดิฉันเลือก ดิฉันจึงเลือกการอัพเกรดให้กับสมาชิก 2 ท่านที่สมัครเข้ามาและชำระเงินก่อนคนอื่นในกรุ๊ป ซึ่งน่าจะเป็นวิธีที่แฟร์ที่สุดสำหรับทุกฝ่าย (นอกจากกับกระเป๋าตังค์ดิฉัน)

เมื่อเราแยกกันบินแบบนี้ แน่นอนที่ต้องมีผู้คอยดูแลสมาชิกทั้ง 2 กลุ่ม ทาง 8B จึงเป็นหน้าที่ของหัวหน้าทัวร์ คุณพี่แอ้ว จาก TDA และทางฝั่ง TG จึงมีเรา 3 สาวเดินทางด้วยกัน ดิฉันคาดว่าการเดินทางของทางฝั่ง 8B ทั้งขาไปและขากลับจะราบรื่นดี แต่หากมีข้อขัดข้องประการใดคุณสามารถติชมเข้ามาได้นะคะเพื่อจะได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น ดิฉันจึงขอรีวิวเฉพาะฝั่ง TG ที่ดิฉันใช้บริการแล้วกันนะคะ



การบริการของ TG ก็เป็นมาตรฐานอย่างที่คุณๆ เคยใช้บริการกัน มีจอทีวีให้เราได้ดูหนังไปตลอดการเดินทาง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังดูคนซะมากกว่า กัปตันการบินไทยใช้เวลาบินค่อนข้างเร็ว (ซิ่งมาก) โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 ช.ม. ก็ถึงอินชอน และเช่นเคยค่ะก่อนถึงอินชอนประมาณ 1-2 ช.ม. เราจะถูกปลุกขึ้นมาทานอาหารเช้า (ทั้งๆ ที่ไม่หิว) หน้าตาก็เป็นเช่นนี้ล่ะค่ะ




เนื่องจากเราออกเดินทางก่อน 8B แน่นอนที่เราย่อมมาถึงก่อน เราจึงไปเจอกับไกด์ท้องถิ่น น้องอ้อม และนั่งรอสมาชิกที่เหลือ ซึ่งใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะออกมาจาก GATE คาดว่าน่าจะเป็นเพราะมีคนไทยเดินทางมาเที่ยวกันเยอะในช่วงนี้ การผ่าน ต.ม. ก็เลยอาจต้องใช้เวลานานสักหน่อย สามสาวก็เลยเดินเข้าเดินออก GS25 ที่อยู่ใกล้ๆ นั่นหลายรอบหน่อย

แต่ในที่สุดสมาชิกก็มาครบ เราก็ไปขึ้นรถบัส พร้อมออกเดินทางสู่จุดหมายแรกของเรา เมืองพูยอ ใน จ.ชุนชอนนัมโด ค่ะ




ก่อนจะเล่าถึงการเดินทางต่อไป ดิฉันขอแนะนำให้รู้จักกับทีมงานเกาหลีของเราก่อน แน่นอนเราต้องมีคุณลุงคนขับรถ หรือที่ภาษาเกาหลีเรียกว่า “คีซานิม” ซึ่งมักจะเป็นคุณลุงชาวเกาหลีแท้ๆ นั่นคือแกจะพูดภาษาใดไม่ได้นอกจากเกาหลี แต่เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในเส้นทางเป็นอย่างดี และดิฉันขอเตือนสำหรับท่านที่จะเดินทางไปเที่ยวเกาหลี กรุณาระมัดระวังเวลาคุณนั่ง (หรือหลับ) หรือยืนหรือเดินในรถบัส เพราะเส้นทางที่นี่ค่อนข้างคดเคี้ยว ขึ้นเขาลงห้วย เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาส่วนใหญ่ ไม่ใช่ว่าคีซานิมแกจะแกล้งขับฉวัดเฉวียนหรืออะไรหรอกนะคะ

และอีกคนที่บนคนสำคัญบนรถ เนื่องจากคนๆ นี้จะมีไมค์เป็นอาวุธ จะพูดๆๆๆ กับคุณตลอดทางแม้คุณจะหลับไปแล้วก็ตาม คนๆ นี้ก็คือไกด์ท้องถิ่น คราวนี้ไกด์ของเราเป็นหญิงสาว ชื่อว่าน้องอ้อม เธอเป็นสาวไทยแท้แต่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่เกาหลี และแต่งงานกับหนุ่มเกาหลี ดังนั้นสิ่งที่ผู้ร่วมทริปของเราได้กลับมาคราวนี้ นอกจากความรู้เกี่ยวกับสถานที่และประวัติศาสตร์จากดิฉันและน้องอ้อมแล้ว นั่นก็คือไลฟ์สไตล์และความคิดความอ่านแบบคนเกาหลีที่น้องอ้อมมาถ่ายทอดให้คุณฟัง (แทรกด้วยการนินทาสามีเป็นระยะๆ พอขำๆ )

นอกจากนั้นเราก็ยังมีหัวหน้าทัวร์ที่ร่วมเดินทางมากับเราจากเมืองไทย คุณพี่แอ้ว และอีกคนที่ขาดไม่ได้ก็คือช่างภาพประจำรถ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเด็กหนุ่มเกาหลีที่ช่วยทำสารพัดทุกอย่าง ตั้งแต่สื่อสารกับคีซานิม คอยเช็คเส้นทาง (คนที่หลอกให้เราขึ้นเขานั่นแหละค่ะ) ดูแลเรื่องอาหารและที่พัก และอีกสารพัดที่คุณจะได้รู้ต่อไป หนุ่มน้อยของเราชื่อว่าน้องเรย์ค่ะ แต่หน้าตาเกาหลีแท้ ไม่ได้ออกแนวเรย์ แม็คโดนัลด์แต่อย่างใดค่ะ



แล้วเราก็ออกเดินทางสู่ชุนชอนนัมโด ซึ่งอยู่ค่อนข้างไกลมาทางฝั่งตะวันตกของเกาหลีใต้ เมืองที่เราจะไปนั้นชื่อว่าพูยอ เดิมทีเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรแพ๊กเจ ที่ชื่อว่าซาบี เรียกได้ว่าเรากำลังเดินทางย้อนประวัติศาสตร์สู่อารยธรรมโบราณยุคแพ๊กเจกันค่ะ แต่เนื่องจากเดินทางไกล เราเลยแวะกินมื้อกลางวันกันก่อน เมนูนี้ชื่อว่าบุลโกกิ หน้าตาจะแปลกกว่าที่เราเคยกินกันในทริปก่อนๆ เนื่องจากมาเป็นเนื้อหมูสไลด์พร้อมซอสพริกแดงของเกาหลีบนกระดาษฟอยล์แบบนี้ค่ะ เวลาจะกินเฮียเจ้าของร้านก็จะมาตลบๆ ฟอยล์ให้เนื้อหมูคลุกกับซอสพริก ทำให้ซอสเข้าเนื้อ รสชาติอร่อยดีทีเดียวค่ะ และมาพร้อมเครื่องเคียงนานาชนิดตามสไตล์เกาหลี




หลังจากอิ่มกันแล้ว ไกด์ของเราเธอมีสายตาอันกว้างไกล เธอเลยไปรู้มาว่าที่นี่กำลังมีเทศกาลซากุระหรือเชอรี่บลอสซั่มอยู่เช่นกัน และด้วยสภาพอากาศที่หนาวผิดปกติ เธอเกรงว่าเราอาจไม่เจอซากุระบานที่ยออีโด จึงจัดให้เราได้ชมกันที่นี่ซะเลย เราจึงเดินฝ่าลมหนาว (จริงๆ) ไปชมซากุระกัน และไม่ผิดหวังเลยนะคะ ที่นี่ซากุระบานสะพรั่งเต็มตามแนวถนน สวยงามมากจริงๆ ดิฉันไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้ แม้แต่ภาพที่ถ่ายมาฝากก็อาจยังไม่เพียงพอ ได้แต่บอกว่าอยากให้คุณหาโอกาสสักครั้งไปสัมผัสประสบการณ์นี้ด้วยตัวเองค่ะ








สรุปก็คือเราได้ทำหนึ่งในภารกิจลุล่วง นั่นก็คือการชมซากุระตัวเป็นๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเหยียบเกาหลีกันเลยทีเดียว ภาพที่เก็บมาฝากอาจไม่สวยนักเพราะถ่ายด้วยเจ้าไอโฟนตัวจิ๋ว เพราะไม่รู้ตัวมาก่อนเลยทิ้งกล้องไว้บนรถค่ะ

2013.04.10 Cherry Blossoms @Chungcheongnam-do 


 


ชมซากุระกันเสร็จแล้ว เราจะเดินทางกันต่อสู่ดินแดนแพ๊กเจ และไปเยือนพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แพ๊กเจกันค่ะ ติดตามต่อในตอนหน้านะคะ





ย้อนกลับไปอ่านรีวิวตอนที่ผ่านมาได้ที่...

Review “FAITH” Filming Location : Daejosa Temple

http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/04/review-faith-filming-location-daejosa.html



ไม่มีความคิดเห็น: