วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556

[FA] Lee Min Ho Global Tour 2013 in Seoul - Part II





สำหรับในช่วงแถลงข่าวก็จัดขึ้นที่ฮอลล์เดียวกับที่จะจัดคอนเสิร์ต ซึ่งคุณคงเห็นจากรูปไปแล้วว่าสวยงามอลังการแค่ไหน หน้าตาจะคล้ายโบสถ์อยู่สักหน่อย มีกระจกสีด้วยค่ะ ของจริงสวยงามมาก ที่นี่คือ Peace Hall ของมหาวิทยาลัยคยองฮี ส่วนใหญ่หอประชุมของมหาวิทยาลัยในเกาหลี มักจะอยู่บนเนิน หากคุณมาโดยรถสาธารณะก็ต้องมีแข้งขาที่แข็งแรงกันหน่อย เพราะต้องเดินขึ้นเนิน

เรามาที่นี่กันตั้งแต่ช่วงบ่ายต้นๆ เนื่องจากเราได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมงานแถลงข่าวด้วย งานแถลงข่าวนี้ไม่ได้เป็นงานเปิดแบบเวลาแถลงข่าวในห้างสรรพสินค้า แต่จัดขึ้นในฮอลล์ คนที่ได้รับอนุญาติเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้ค่ะ




จากที่นั่งคุณจะเห็นว่ามี 2 ชั้น คือชั้นบนกับชั้นล่าง เวลามีคอนเสิร์ตชั้นล่างคือบริเวณของบัตร R ซึ่งเป็นบัตรแพงที่สุดเพราะอยู่ใกล้เวที แต่ในตอนแถลงข่าวบริเวณนั้นเป็นของนักข่าวค่ะ ส่วนพวกเราได้นั่งชมกันอยู่ชั้นบน ถ้าจะถามว่าใช่ทุกคนหรือไม่ที่ซื้อบัตร R ที่ได้ร่วมงานแถลงข่าวนี้ ขอตอบว่าไม่ค่ะ เพราะเท่าที่กะด้วยสายตามีราวๆ 100-200 คนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ คิดว่าน่าจะเป็นคนที่ซื้อทัวร์พิเศษแบบนี้เท่านั้นค่ะ ตอนที่เดินผ่าน รปภ. ก็ต้องมีเจ้าหน้าที่ของทัวร์เราคอยพาเดินผ่านเข้ามา







มาดูบริเวณหน้างานกันสักนิดก่อนนะคะ เนื่องจากเราได้เข้ามาด้านในก่อนจึงมีโอกาสได้ชมบรรยากาศหน้างานโดยที่คนไม่พลุกพล่านนัก ซึ่งมีแบนเนอร์ยักษ์รูปมินแบบนี้ แล้วก็หรีดอวยพรแบบเกาหลี ซึ่งถ้าใครไม่คุ้นเคยอาจจะตกใจเล็กน้อย ว่าทำไมเอาพวงหรีดมาวางหน้างาน แต่ที่เกาหลีดอกไม้แสดงความยินดีจะเป็นแบบนี้ งานมงคลจะมีริบบิ้นสีชมพูค่ะ แต่เดี๋ยวนี้แฟนคลับนิยมบริจาคเป็นข้าวสารแทนดอกไม้ เพราะจะได้นำไปบริจาคต่อ มีประโยชน์กว่าดอกไม้ค่ะ แต่ของมินเด็ดกว่า มีเป็นมาม่าด้วยค่ะ





กลับมาที่งานแถลงข่าวกันนะคะ คุณคงได้เห็นรูปจากข่าวกันไปแล้ว คงมีคนอยากรู้ว่ามินตัวเป็นๆ เป็นยังไงในความรู้สึกของดิฉัน เดิมทีดิฉันก็เห็นว่าเขาเหมือนพิน็อคคิโอ เนื่องจากมีจมูกที่ยาวผิดมนุษย์มนา (ถ้าโกหกมันจะยิ่งยาวออกมา) แต่พอมาเห็นตัวเป็นๆ ยิ่งเหมือนเลยค่ะ เป๊ะเลย เขาเป็นเด็กตัวสูงๆ ขาวๆ ผอมๆ แขนขายาวเก้งก้าง และกิริยาอาการ การพูดการจา เหมือนเด็กผู้ชายตัวโตๆ คนหนึ่งค่ะ ไม่ได้เป็นผู้ใหญ่อย่างที่เราเห็นในละคร เขาคือลีมินโฮ ไม่ใช่จอนจินโฮหรือชอยยอง ต้องยอมรับเลยว่าเขาเป็นนักแสดงที่ดีมาก ที่เปลี่ยนแคแรคเตอร์ตัวเองจนทำให้เราเชื่อได้ว่าเขาเป็นตัวละครนั้นๆ



แต่ไฮไลต์ของเรานั้นไม่ได้อยู่ที่ช่วงแถลงข่าวค่ะ แต่เป็นหลังจากนั้น เพราะก่อนแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ของทัวร์ได้บอกเราไว้ว่าเมื่อจบแถลงข่าวแล้วให้เรานั่งอยู่แบบนี้ก่อนจนกว่าเขาจะมาเรียก ต้องบอกตามตรงว่าในตอนนั้นดิฉันเองก็ไม่รู้ รวมทั้งคนที่ไปด้วยกันก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป หลังจบแถลงข่าวมินก็เดิน (สะดุดเล็กน้อยตามฟอร์ม) ออกประตูด้านข้างไป สักพักเจ้าหน้าที่ก็เดินมาบอกให้เราเข้าแถว เขาจะพาเดินออกทางประตูด้านหลัง แต่ว่าก่อนที่เราจะผ่านประตูไปได้นั้น เราต้องผ่านด่านสำคัญก่อนค่ะ นั่นคือพวกเราจะได้จับมือกับลีมินโฮ (อนุญาติให้กรี๊ดได้ค่ะ)

ในตอนแรกเขาบอกแค่ว่าให้เชคแฮนด์เฉยๆ แล้วก็ส่งของขวัญที่เตรียมมาให้เขาได้ แต่เมื่อเดินพ้นประตูออกมา และเราได้เจอกับโจรมุมตึกที่รอดักปล้นของขวัญอยู่ เหมือนจริงๆ นะคะ เพราะมินยืนดักอยู่ตรงประตูทางออก พร้อม รปภ. เพียงแค่คนเดียว (ที่เหลือแอบอยู่) เขารับของขวัญแล้วก็จับมือกับเราทุกคน แต่ไม่ใช่แค่เชคแฮนด์ค่ะ แต่เป็นล็อคนิ้วแบบที่เขาชอบทำใน Fan Sign นั่นแหละค่ะ ทั้งสองข้าง แต่ครั้งนี้ไม่มีโต๊ะกั้นเหมือน Fan Sign ค่ะ ระยะประชิดข้าศึกกันเลยทีเดียว มีหนูน้อยคนหนึ่งอยู่ในกรุ๊ปโผเข้ากอด (ใช้สิทธิ์ความเป็นเด็กเอาเปรียบป้าๆ ) มินก็กอดตอบค่ะ น่ารักเชียว

ในตอนแรกดิฉันจับกับเขาแค่มือเดียวด้วยความที่ดิฉันมีของขวัญ ก็คือ Scrap Book Love Message ของพวกคุณ ซึ่งพอฮีคว้าหมับแล้วยื่นส่งให้บอดี้การ์ดแล้ว ฮีก็ยังตื๊อจะต้องจับมืออีกข้างของดิฉันให้ได้ ซึ่งตอนนี้มือว่างแล้วเพราะของตกเป็นของฮีไปแล้ว สุดท้ายเลยจับกันสองมือตามธรรมเนียมค่ะ (คงกลัวดิฉันขาดทุน) ในขณะที่เขาก็กล่าวขอบคุณเป็นภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจ (มั่นใจอยู่คำเดียวนี่แหละ) และคุณจะได้ยินเสียงของเขา Thank You Thank You อยู่ตลอดเวลา

แต่สิ่งที่เด่นชัดยิ่งกว่า ก็คือสายตาของลีมินโฮ คุณคงเคยเห็นมาแล้วจากภาพถ่ายในงาน Fan Sign มันเป็นสายตาแบบเดียวกัน ที่คอยจับจ้องมองคุณแบบแน่วแน่ เหมือนกับว่าเขาอยากจะจดจำเอาไว้ว่าคนๆ นี้คือคนที่คอยอยู่เคียงข้างเขา และมันบอกอย่างชัดเจนว่าเขารักและขอบคุณจริงๆ ที่คุณมาอยู่กับเขาในวันนี้ และคอยอยู่กับเขาตลอดมา และจะอยู่กับเขาตลอดไป




ดิฉันพยายามจะส่งผ่านสิ่งที่ได้สัมผัสมาให้คุณได้รับรู้ เพราะคุณเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่คอยสนับสนุนเขา แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันในวันนั้นก็ตาม แต่ดิฉันคงทำได้ไม่ดีนักเท่ากับการที่คุณจะมีโอกาสได้สัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิต ซึ่งดิฉันก็หวังว่าคุณจะมีวันนั้นกับผู้ชายคนนี้ คนที่ชื่อลีมินโฮ

สำหรับทัวร์คอนเสิร์ตของมินยังดำเนินต่อไปนะคะ คิวต่อไปคือโอซาก้าและโยโกฮาม่า หลังจากนั้นจะเป็นมาเลเซีย ซึ่งดิฉันจะได้มีโอกาสเก็บประสบการณ์มาฝากคุณอีกครั้ง และหากคุณมีเวลาและโอกาส ก็อยากให้คุณไปร่วมเชียร์มินในคอนเสิร์ตของเขาสักครั้ง ที่ไหนก็ได้ที่คุณสะดวก สำหรับในประเทศไทย ดิฉันคงตอบไม่ได้จริงๆ ว่าเขาจะมีโอกาสมาที่นี่หรือไม่ ดิฉันคิดว่าโดยส่วนตัวเขาคงอยากมา แต่บางครั้งความอยากกับความเป็นจริงมันอาจไม่ลงตัวกัน มินยังจะมีทัวร์คอนเสิร์ตอีกหลายๆ ประเทศ ดิฉันมั่นใจเช่นนั้น โดยเฉพาะที่ฮ่องกง ซึ่งมี SHOP ของ Innisfree และคาดว่าเขาน่าจะมีคอนเสิร์ตปิดทัวร์ครั้งนี้อีกครั้งที่โซล ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการทัวร์คอนเสิร์ตของศิลปินเกาหลี คอยติดตามข่าวแล้วกันนะคะ





แต่เรื่องเล่าจากโซลครั้งนี้ของดิฉันยังไม่จบแค่นี้ เพราะเรายังมีโอกาสได้ไปเที่ยวอีกหลายๆ ที่ ซึ่งอยากจะนำมาแบ่งปันกับคุณ ขอเป็นตอนต่อไปแล้วกันนะคะ โปรดติดตามค่ะ...


1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด อิจฉาสุดค่ะ ยิ่งอ่านก็ยิ่งรักผู้ชายคนนี้