วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556

[Review] Hello Seoul Part I : Sejong Hotel & Skin Anniversary




สืบเนื่องจากทริปดูคอนเสิร์ตลีมินโฮที่ผ่านมา ดิฉันมีเวลาพักอยู่ในโซลถึง 3 คืน และทาง SMART TOUR MARKET ก็มีโปรแกรมทัวร์ให้กับเราด้วย ดังนั้นจึงขอถือโอกาสรีวิวบางสถานที่ที่ยังไม่เคยรีวิวให้คุณไว้ตรงนี้ มีทั้งที่ๆ ดิฉันไปเที่ยวเองและที่ทัวร์พาไปค่ะ

ก่อนอื่นขอรีวิวโรงแรมที่พักกันสักหน่อยนะคะ เนื่องจากทัวร์นี้มีราคาค่อนข้างสูงก็คือ 850 ดอลลาร์ หลายท่านเลยสงสัยว่าเหตุใดถึงได้แพงเยี่ยงนี้ สำหรับดิฉันเองในตอนแรกก็รู้สึกเหมือนคุณ แต่เมื่อทราบโรงแรมที่พักก็เข้าใจเลยว่าเหตุใดราคาถึงได้สูงนัก เนื่องจากที่พักในครั้งนี้เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ซึ่งโดยปกติทัวร์ไทยมักให้คุณพักแค่โรงแรม 3 ดาวเท่านั้นเพราะที่พักในโซลราคาค่อนข้างแพง โรงแรม 3 ดาวจะมีห้องพักที่ค่อนข้างแคบ อุปกรณ์ต่างๆ ในห้องก็มีจำกัดเท่าที่จำเป็น บริการพนักงานยกกระเป๋าไม่มี คุณต้องยกกระเป๋าของคุณเอง แต่สำหรับโรงแรม 4 ดาวขึ้นไป มาตรฐานการบริการย่อมแตกต่างกันค่ะ

ในครั้งนี้โรงแรมที่พักของเราคือ โรงแรมเซจง (Sejong Hotel) ซึ่งทำเลที่ตั้งนั้นถือว่าดีมาก อยู่ตรงตลาดเมียงดงกันเลยทีเดียว แค่เดินออกจากโรงแรมไม่กี่ก้าว คุณก็สามารถเลี้ยวเข้าซอยสู่ตลาดเมียงดงได้เลย โรงแรมนี้ถือว่าเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเอง เนื่องจากเดินทางสะดวก 




การเดินทางมายังโรงแรม คุณแค่นั่งรถแอร์พอร์ตบัสที่จอดรอรับอยู่ที่สนามบิน ซึ่งมีมากมายหลายสาย ในครั้งนี้ดิฉันเลือกสาย 6015 เพราะสุดสายที่หน้าโรงแรมพอดีค่ะ ตู้ขายตั๋วจะอยู่ไม่ไกลจากจุดจอดรถมากนัก คุณแค่เดินออกทางประตู 12A มองหาป้ายจอดรถบัสสาย 6015 ไม่ไกลจากตรงนั้นคุณจะมองเห็นตู้ขายตั๋ว ราคาตั๋วคือ 10,000 วอนต่อท่านค่ะ




และคุณก็จะได้ตั๋วมาหน้าตาแบบนี้ แล้วก็ลากกระเป๋ามาตรงบริเวณป้ายรอรถ จะมีคุณลุงคอยจัดกระเป๋าและติดหมายเลขให้ เมื่อรถมาถึงลุงแกจะยกกระเป๋าใส่ใต้ท้องรถให้คุณ คุณแค่เก็บหมายเลขไว้เพื่อรับกระเป๋าตอนลงจากรถค่ะ

สำหรับโรงแรมเซจงอยู่สุดสายรถบัส 6015 พอดี ดังนั้นคุณนั่งไปเรื่อยๆ ได้เลยค่ะ ใช้เวลาประมาณ 1 ช.ม. ก็จะถึงกรุงโซล ที่โรงแรมจะมีพนักงานเบลบอยคอยช่วยคุณยกกระเป๋าไปส่งถึงล็อบบี้ ที่นี่มีทั้งเคาน์เตอร์รีเซฟชั่นที่พนักงานพอพูดภาษาอังกฤษได้ และมี Concierge ที่จะคอยบริการเรื่องต่างๆ ให้คุณ ทั้งการช่วยเรียกรถแท๊กซี่ หรือถ้าต้องการจองซิตี้ทัวร์ก็ทำได้ที่นี่เลยค่ะ สะดวกสบายมาก

มีเรื่องฮาๆ เล็กน้อยกับพนักงานต้อนรับที่นี่มาเล่าค่ะ อย่างที่รู้กันนะคะว่าคนเกาหลีมีปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษมาก ไอ้ระดับที่พูดได้นี่ก็ใช่ว่าจะสื่อสารกันรู้เรื่องได้โดยง่าย เค้าน่ะฟังเราออกแน่ แต่พอเค้าตอบกลับมาเราอาจฟังเค้าไม่ออก ดังนั้นคุณควรทำใจนิดนึงเวลาเจรจาภาษาอังกฤษกับคนเกาหลี ตอนไปถึงเคาน์เตอร์ดิฉันพยายามสื่อสารกับพนักงานต้อนรับเพื่อแจ้งชื่อของเรา แต่เธอก็ทำหน้างุนงงมาก สุดท้ายดิฉันเลยใช้มนต์ศักดิ์สิทธิ์บอกเธอไปว่า “อีมินโฮชิ” (Lee Min Ho-ssi) เท่านั้นคุณเธอก็ถึงบางอ้อทันที เอาแผ่นรายชื่อแขกมาให้ดิฉันชี้ชื่อของตัวเอง สรุปแล้วเหมือนดิฉันมาเช็คอินในชื่อลีมินโฮ และคิดว่าทุกคนคงเจอแบบเดียวกันค่ะ



มาคุยเรื่องโรงแรมกันต่อค่ะ โรงแรมในเกาหลีส่วนใหญ่จะให้เช็คอินเวลาบ่าย 2 นะคะ ดังนั้นหากคุณไปถึงก่อนเวลาสามารถฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อบบี้แล้วไปเที่ยวก่อนก็ได้แล้วค่อยกลับมาเช็คอินค่ะ สำหรับเราก็เช่นกันเพราะเครื่องลงแต่เช้า เราจึงมาถึงโรงแรมเร็ว จึงฝากกระเป๋าไว้แล้วออกไปหาอะไรกินกันก่อนค่ะ เมื่อกลับมาเช็คอิน (ในชื่อของลีมินโฮอีกครั้ง เพราะพนักงานคนเก่าเธอออกเวรไปแล้ว เลยต้องฉายซ้ำกันอีกรอบ) เราได้ห้องที่ชั้น 2 อยู่ติดลิฟต์เลยทีเดียว ภายในห้องพักจัดว่ากว้างขวางมากเมื่อเทียบกับบรรดาโรงแรม 3 ดาวที่เราเคยไปพัก อุปกรณ์ครบครัน ตู้เสื้อผ้ากว้างขวาง และเราสามารถใช้ WiFi ในห้องพักได้ด้วยค่ะ โดยทางโรงแรมจะให้รหัสมา ใช้ฟรีค่ะ ไม่มีค่าใช้จ่าย




ดังนั้นหากคุณคิดจะมาเที่ยวโซล โดยมาเองไม่มากับทัวร์ และอยากพักแบบสะดวกสบายหน่อย ขอแนะนำที่นี่นะคะ เดินทางมาสะดวกสบายด้วยแอร์พอร์ตบัสทั้งขาไปและขากลับ (หากคุณมีของไม่มากนัก ถ้าของเยอะ แนะนำให้ใช้แท๊กซี่ค่ะ สะดวกกว่า) เดินทางไปเที่ยวไหนๆ ก็สะดวกสบายเพราะสถานีรถไฟใต้ดินอยู่หน้าโรงแรมเลย และใกล้แหล่งช้อปปิ้งอย่างเมียงดง ไม่ต้องกลัวอดกันเลยล่ะค่ะ สนนราคาห้องพักอาจแพงสักหน่อยแต่ก็คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปนะคะ เพราะค่าที่พักจะตกคืนละประมาณ 5-6 พันบาท (ราวๆ 2 แสนวอน) ซึ่งเป็นราคามาตรฐานของโรงแรมระดับนี้ในย่านนั้นค่ะ (ไอบิสก็ราคาประมาณนี้ค่ะ 4-6 พันบาท)



อีกสถานที่ที่อยากนำมารีวิวในวันนี้ก็คือ Beauty Town Skin Anniversary ที่นี่เป็นโปรแกรมของทัวร์ค่ะ หากใครเคยไปเที่ยวกับทัวร์อาจเคยมาที่นี่แล้ว เพราะทัวร์ไทยมาลงกันเยอะเหมือนกัน

ที่นี่อยู่ในพาจู (PAJU) ซึ่งออกมาไกลจากโซลพอสมควร มาทางเดียวกับพวก Provence หรือ Petit France หมู่บ้านฝรั่งเศสนั่นแหละค่ะ จุดประสงค์หลักๆ ของการที่ทัวร์พาคุณมาลงที่นี่ก็คือการขายเครื่องสำอางค์นั่นเอง แต่ก่อนจะปฏิบัติการขายของ ที่นี่จะบริการมาสค์หน้าให้คุณก่อน โดยพาคุณไปตรวจสภาพผิว วิธีการก็คือเอาเครื่องตรวจมาแตะที่หน้าคุณ (แบบเดียวกับที่คุณเห็นตามห้างสรรพสินค้านั่นแหละค่ะ) แล้วดูว่าคุณมีสภาพผิวแบบไหน จากนั้นก็ให้มาสค์คุณมา 1 แผ่น คุณก็เอาไปให้กับพนักงานที่จะทำการมาสค์หน้าให้คุณ จากนั้นคุณเธอจะให้คุณนอนลงบนเตียง ทำความสะอาดผิวหน้าให้คุณ นวดหน้า และแปะแผ่นมาสค์ให้กับคุณ ระหว่างนั้นก็บริการนวดมือให้คุณด้วย หลังจากนั้นสักพัก จะมีพนักงานมาบอกให้คุณเอามาสค์ออกได้ และพาคุณไปเชือด เอ๊ย ไปแนะนำเครื่องสำอางค์ที่เหมาะกับผิวคุณค่ะ


พอถึงตรงนี้ก็มีเรื่องฮาๆ เกิดขึ้นอีก เมื่อพนักงานที่เข้ามาเป็นคนไทยและเข้าใจว่ากรุ๊ปที่มานี้เป็นคนไทยทั้งหมด จึงส่งภาษาไทยกับเรา ซึ่งสำหรับเราโอเคอยู่แล้วค่ะ แต่เมื่อน้องเค้าเดินเข้าไปด้านในเจอกับทีมสหประชาชาติของลีมินโฮ ซึ่งมาจากสารพัดประเทศ ทั้งมาเลเซีย ไต้หวัน เม็กซิโก ฯลฯ น้องเค้าถึงกับงงไปเลยว่านี่มาด้วยกันได้ไง สหประชาชาติมากๆ

สำหรับขั้นตอนการขายเครื่องสำอางค์บำรุงผิวต่างๆ ก็จะเหมือนกับร้านเครื่องสำอางค์ที่เราเคยไปกันนะคะ คือมีการสาธิตก่อน แล้วก็ขายเป็นเซ็ตๆ ในราคาพิเศษ ที่นี่จะแนะนำเซ็ตบำรุงผิวตามสภาพผิวของคุณจากที่ได้ทำการทดสอบไปค่ะ ต้องเรียกว่าใช้ความพยายามขายค่ะ เพราะอย่างดิฉันเป็นผิวแบบ E หรือ Junior ซึ่งไม่ต้องการการบำรุงอะไรมากนัก แต่เธอก็พยายามจะขาย หยิบครีมโน่น นี่ นั่น มาจัดเซ็ตให้อยู่ดีค่ะ


ที่นี่นอกจากจะขายเครื่องสำอางค์แล้ว ยังมีส่วนที่เป็นภาพ 3 มิติ คล้ายๆ กับที่ Trick Eye Museum ให้คุณได้ถ่ายรูป มี Hallyu Gallery ที่มีน้องหมีเท็ดดี้ในชุดเลียนแบบจากละครดังเรื่องต่างๆ ให้คุณได้ชม ก็น่ารักดีค่ะ เดินดูได้เพลินๆ







และมีซุ้มเครื่องสำอางค์ ที่คุณสามารถมาแต่งหน้าตัวเองได้ฟรี หยิบเครื่องสำอางค์ตรงนี้ใช้ได้ตามสบายเลยค่ะ แล้วก็มีมุมสำหรับทำสีเล็บให้คุณด้วย เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรแห่งความงามก็ได้ค่ะ มาที่นี่คุณจะสวยออกไปแน่นอนค่ะ ที่นี่ทางทัวร์พาเรามาก่อนไปคอนเสิร์ตลีมินโฮ เข้าใจว่าเค้าต้องการให้เราดูสวยก่อนไปเจอกับชายหนุ่มนะคะ 




ยังมีอีกหลายสถานที่ที่ดิฉันจะพาคุณไปเที่ยวในทริปนี้ ไว้ต่อกันในตอนหน้านะคะ...



ไม่มีความคิดเห็น: