วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556

[Review] Hello Seoul Part III : Jimjilbang


แล้วก็มาถึงตอนสุดท้ายของทริปสั้นๆ ของเราทริปนี้ และดิฉันจะไม่รีวิวประสบการณ์นี้คงไม่ได้แน่ๆ ค่ะ เพราะนี่เป็นประสบการณ์แบบเกาลี้ เกาหลี ที่อยากแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักและลองไปสัมผัสดูด้วยตัวเองถ้ามีโอกาส นั่นก็คือการไปเยือนซาวน่าเกาหลี หรือที่เรียกกันว่า จิมจิลบัง 

จิมจิลบัง เรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมเกาหลีขนานแท้ และคุณมักได้เห็นกันบ่อยๆ ในละคร เนื่องจากเกาหลีเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นอยู่เกือบตลอดทั้งปี ดังนั้นเรื่องเหงื่อออกเรียกได้ว่าแทบจะหาไม่เจอ ดังนั้นซาวน่าเป็นตัวช่วยที่ดีค่ะ และเป็นวัฒนธรรมที่เราจะพบเจอในประเทศที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น ไม่ว่าจะเป็นทางเอเชียหรือยุโรป และแต่ละแห่งก็มีวิธีการ “ซาวน่า” แตกต่างกันออกไป ซึ่งของไทยก็ (ดัน) มี แต่ออกไปในทางที่ไม่ค่อยงามนัก และพลอยทำให้คนไทยที่ไม่เคยเที่ยวประเทศนอกอาจจะต๊กใจถ้าดิฉันชวนไป “ซาวน่า”

แต่ซาวน่าหรือจิมจิลบังในเกาหลีนั้น เป็นกิจกรรมยอดนิยม ส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัว เพื่อนฝูง คนรัก มีกันทุกเพศทุกวัย ดิฉันถือว่าที่นี่เป็นเหมือนศูนย์เชื่อมความสัมพันธ์เลยก็ว่าได้ค่ะ ภาพในละครที่คุณเห็นก็คือทุกคนจะมารวมกันในห้องกว้างๆ นั่งๆ นอนๆ พูดคุยกันหรือดื่มกิน แต่นั่นเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของจิมจิลบังของจริงค่ะ และดิฉันกำลังจะพาคุณไปสัมผัสเดี๋ยวนี้ค่ะ




ก่อนจะเข้าสู่ประสบการณ์ซาวน่า ดิฉันขอแนะนำสถานที่ก่อนนะคะ จิมจิลบังที่เราไปกันนั้นชื่อว่า Dragon Hill Spa (용산 드래곤힐스파) อยู่ในกรุงโซล ใกล้ๆ กับสถานียงซาน สถานีรถไฟใต้ดินใหญ่ สาเหตุที่เลือกที่นี่เพราะที่แห่งนี้เป็นสถานที่แนะนำที่ปรากฏตามสื่อท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วโลก ทั้งใน Lonely Planet, CNNGO, New York Times แสดงว่าของเค้าต้องไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ดูทางเข้าซะก่อน อลังการงานสร้างราวกับเดินผ่านป่าไผ่ ราคาค่าเข้าใช้บริการคือท่านละ 12,000 วอนในช่วงกลางคืน และ 10,000 วอนในช่วงกลางวัน ( จิมจิลบังจะเปิดให้บริการ 24 ช.ม. นะคะ) ราคานี้คุณสามารถอยู่ในนั้นได้ 12 ช.ม.



เมื่อเดินผ่านป่าไผ่ เอ๊ย ประตูทางเข้ามาแล้ว จะเจอกับเคาน์เตอร์สำหรับเก็บค่าบริการ คุณก็จ่ายตังค์ไปนะคะ คนละ 12,000 วอน (ถ้าเป็นช่วงกลางคืน) แล้วพนักงานจะหยิบเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น (ไซส์ใหญ่ยักษ์) ให้คุณ ซึ่งทุกคนที่เข้าไปในนั้นจะแต่งชุดแบบนี้เหมือนกันหมด (ชาย-หญิงต่างสีกัน) แล้วก็มีกุญแจล็อคเกอร์กับป้ายที่มีเบอร์แบบนี้ ซึ่งเจ้าตัวนี้คุณจะใช้คล้องไว้กับข้อมือ และไม่ว่าคุณจะซื้ออะไรกินหรือใช้บริการอะไรที่ต้องจ่ายเงิน จะใช้เจ้าตัวนี้สแกนแทน แล้วมาจ่ายตังค์อีกทีที่เคาน์เตอร์ตอนมาคืนป้ายค่ะ



อันดับแรกคุณต้องเอารองเท้าไปเก็บในตู้รองเท้าก่อนค่ะ เพราะที่นี่เค้าเดินเท้าเปล่ากัน ตู้ล็อกเกอร์จะมี 2 ฟาก คือของผู้ชายและผู้หญิง เบอร์ล็อคเกอร์จะอยู่บนกุญแจที่คุณได้มา เจอตู้แล้วก็เอารองเท้าเก็บไว้ในนั้นค่ะ จากนั้นเราจะขึ้นลิฟท์ไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากันนะคะ กรุณาขึ้นลิฟท์ให้ถูก เพราะเค้าแยกลิฟท์ชายหญิงไว้ หากขึ้นผิดคุณอาจได้เห็นสิ่งที่คุณไม่ควรเห็นก็เป็นได้

ก่อนจะเดินทางไปที่นี่ ดิฉันได้อธิบายให้ผู้ร่วมชะตากรรมได้ฟังก่อนไปเพื่อเตรียมใจแล้วว่า เมื่อถึงจุดเปลี่ยนเสื้อผ้า กรุณาเดินทำหน้านิ่งๆ ไว้ประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ว่าคุณจะเห็นอะไรก็ตาม เนื่องจากตรงนี้ถือเป็นด่านปราบเซียนที่ทำเอาสาวไทยถอยดีกว่า ไม่เอาดีกว่า ขอไม่มาจิมจิลบัง กันนักต่อนัก เพราะที่นี่คุณต้องถอดเสื้อผ้าหมดทุกชิ้น ขอย้ำว่า...หมดทุกชิ้นค่ะ โล่งโจ้ง แถมคุณเธอทั้งหลายยังเดินไปเดินมากันในชุดวันเกิด แบบไม่สะทกสะท้าน และทำกิจกรรมต่างๆ บ้างก็เป่าผม แต่งหน้า นั่งคุยกับเพื่อน ฯลฯ ถึงแม้จะทำใจมาแล้ว แต่เพื่อนร่วมชะตากรรมของดิฉันก็ยังอดตกใจไม่ได้

ขั้นตอนต่อไปในการเข้าจิมจิลบังแบบเกาหลีแท้ๆ นั่นก็คือ ถอดเสื้อผ้าให้หมดทุกชิ้น แล้วเดินแบบโล่งๆ ไปที่ห้องอาบน้ำ แล้วก็ขัดสีฉวีวรรณอย่างสบายใจในนั้น จากนั้นค่อยกลับออกมาแล้วใส่ชุดที่พนักงานให้มาและลงไปที่ห้องรวมที่อยู่ชั้นล่าง แต่เนื่องจากดิฉันเป็นเกาหลีปลอม ถึงแม้จะทนรับได้ที่มีหญิงสาวบ้างไม่สาวบ้างเดินแก้ผ้าฉวัดเฉวียนผ่านหน้าไปมา แต่จะให้ไปเดินแบบเดียวกันคงไม่ไหวค่ะ วิธีการของดิฉันก็คือ (คุณสามารถนำไปใช้บ้างก็ได้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ค่ะ) รีบถอดเสื้อผ้าให้เร็วที่สุด อย่าใส่ใจคนรอบข้าง เพราะเค้าก็ไม่ใส่ใจคุณเหมือนกัน แล้วก็รีบใส่ชุดที่เค้าให้มา จากนั้นก็เดินทำหน้าเนียนๆ ว่าฉันน่ะอาบน้ำมาแล้วย่ะ และลงไปชั้นล่างที่ห้องรวมค่ะ




ในห้องรวมจะเป็นเหมือนที่คุณเห็นในละคร เป็นห้องโล่งๆ กว้างๆ มีทีวีอยู่ตรงกลาง คุณจะเห็นผู้คนนั่งบ้างนอนบ้างกันอยู่ระเกะระกะ คนเกาหลีไม่ถือเรื่องเท้านะคะ ดังนั้นเข้าเมืองตาหลิ่วค่ะ นอนเอกเขนกแบบเค้าเลยค่ะ อย่าไปสนว่าใครมันจะเดินผ่านหัวเราไป คนที่นี่เค้าไม่ถือกันค่ะ

ที่ชั้นนี้นอกจากห้องกลางแล้ว ยังมีห้องซาวน่าทั้งแบบร้อน-เย็น มีหลายแบบให้เลือกสรรค่ะ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ดีต่อสุขภาพ มีทั้งห้องถ่านไม้ ห้องเย็นเฉียบ ห้องเกลือ ฯลฯ ตามหลักแล้วถ้าจะให้ดีต่อสุขภาพผิวคุณควรเข้าห้องร้อนแล้วก็เข้าห้องเย็น แต่ถ้าใครไม่คุ้นเคยกับการเข้าซาวน่าอาจจะอึดอัด ให้ลองเข้าไปนั่งดูก่อน ถ้าไม่ไหวก็ให้รีบออกมานะคะ ดิฉันเก็บภาพจากห้องเกลือมาฝาก หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ จะนอนก็ได้ หรือจะนั่งก็ได้ แล้วแต่สะดวกค่ะ ที่นี่ตกแต่งเก๋ไก๋มากเป็นรูปทรงพีระมิดจากด้านนอกค่ะ




พออบซาวน่าแล้วคุณจะเริ่มหิว (แน่ๆ) เพราะร่างกายเสียน้ำ ที่นี่มีเครื่องดื่มและของว่างขายด้วยค่ะ ที่อยากแนะนำให้ลองก็คือ น้ำข้าวหวาน หรือ Sigye รสชาติหวานชื่นใจมากๆ ค่ะ ลองแล้วจะติดใจค่ะ และไข่ต้ม (มั้ง) ที่ข้างในเป็นสีดำๆ ออกจะแข็งๆ แห้งๆ นิดหน่อย แต่ก็อร่อยดีค่ะ ที่นี่ยังมีอย่างอื่นด้วยค่ะ เป็นพวกชาเขียวหรือโคล่า หรือไอติมก็มีนะคะ

พอได้ของกินมาแล้วก็คว้าหมอนที่เค้าวางไว้ให้มา 1 ใบ แล้วก็เริ่มเอกเขนกกันได้ค่ะ กินไปดูทีวีไปหรือจะเม้าท์ไปก็ตามสะดวกค่ะ

หลังจากที่คุณเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว (อยากกลับไปนอนเตียงแล้ว) ก็กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ตู้ล็อกเกอร์ของคุณ เสื้อผ้าของเค้าจะมีตะกร้าให้คุณใส่ โยนใส่ไว้ในนั้นเลยค่ะ แล้วก็ลงไปจ่ายตังค์ค่าของที่กินไปก่อนกลับค่ะ

หากคุณมีโอกาสไปเที่ยวเกาหลีและมีเวลาพอ อยากให้แวะไปสัมผัสประสบการณ์นี้กันนะคะ จะได้เรียกว่าคุณ “ถึง” เกาหลีแล้วจริงๆ การไปเที่ยวและได้สัมผัสกับไลฟ์สไตล์ของคนที่นั่นถือเป็นกำไรชีวิตอย่างหนึ่งของคุณ และอย่าลืมว่าแต่ละที่มีวัฒนธรรมของตัวเอง บางครั้งคุณอาจจะรู้สึกว่ามันแปลก แต่อยากให้คุณลองทำตัวกลมกลืนไปกับพวกเค้าสักครั้ง เอาไว้เป็นความทรงจำนะคะ



สำหรับทริปสั้นๆ ครั้งนี้ ดิฉันต้องขอขอบคุณ SMART TOUR MARKET ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลเราอย่างดี ถึงแม้นี่จะเป็นการจัดทัวร์คอนเสิร์ต แบบที่เรียกว่า Talent Tour ครั้งแรกของพวกเค้า ที่ถึงแม้ว่าจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ความตั้งใจของพวกเค้าเต็มร้อยจริงๆ ค่ะ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้มีประสบการณ์ที่ดีกับลีมินโฮ ถือว่าเป็นแพคเกจจัดเต็มจริงๆ ทั้งได้ดูคอนเสิร์ตแบบนั่งแถวหน้า ได้จับมือกับลีมินโฮแบบประชิดข้าศึก แล้วยังมีซีดีอัลบั้มพร้อมลายเซ็นให้อีกด้วย ซึ่งเป็นลายเซ็นที่มินเซ็นจริงอะไรจริง เพราะเธอเซ็นตามใจเธอ บนบ้างล่างบ้างตามอัธยาศัย ซีดีนี้มาถึงมือเราในวันหลังคอนเสิร์ต ก็ต้องขอบคุณสต๊าฟของ STM รวมทั้งสตาร์เฮ้าส์ด้วยที่ช่วยเป็นธุระให้

ดิฉันหวังว่าในโอกาสหน้าพวกคุณจะได้มีประสบการณ์แบบนี้บ้างและนำมาเล่าสู่กันฟัง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เจอกับพวกคุณในคอนเสิร์ตครั้งหน้าที่โซลของมินนะคะ

สำหรับทริปต่อไปของเราคือคอนเสิร์ตที่มาเลเซีย จะเป็นยังไงบ้างนั้นต้องรอติดตามค่ะ 





และสำหรับท่านที่อยากไปเที่ยวเกาหลีในฤดูหิมะ ไปเล่นหิมะ ไปสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลี แวะเยี่ยมชมสุสานท่านชอยยอง แวะเที่ยวล็อตเต้เวิร์ล แวะเที่ยวโรงถ่าย MBC แบบที่ดิฉันได้รีวิวไปแล้ว อย่าพลาดกับทริปวันตรุษจีนหรือเทศกาลซอลลัล (ปีใหม่เกาหลี) นะคะ จัดเต็มเหมือนเคย พร้อมความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ช่วงนี้มีโปรโมชั่นพิเศษอยู่นะคะ  กับโปรโมชั่นท่านที่ 2 ชำระค่าทัวร์ครึ่งราคา  อย่ารอช้ารีบคลิกเข้าไปดูและรีบจองกันเลยค่ะ ดิฉันรอคุณอยู่นะคะ 

 Touch of Korea : Seollal Festival เดินทางวันที่ 30 ม.ค. – 3 ก.พ. 2557 http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/05/activity-trip-touch-of-korea-seollal.html



ไม่มีความคิดเห็น: