วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

[Review] Singapore/ Malaysia Trip – Malaysia




มาเที่ยวกันต่อนะคะ ตอนที่แล้วเราเดินทางถึงเคแอล หรือกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อนบ้านอาเซียนของเรานี่เอง อย่างที่เล่าไปแล้วนะคะว่าสนามบินอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพร ดังนั้นการเดินทางเข้าสู่เคแอลจึงต้องอาศัยการต่อรถเข้าไปอีกที ซึ่งมีหลายวิธี สำหรับเรานั้นเลือกใช้รถไฟฟ้าที่ชื่อว่า KLIA Ekspres (คนมาเลย์มีความสามารถในการแปลงภาษาอังกฤษให้กลายเป็นภาษาตัวเอง express ก็กลายเป็น ekspres, central ก็กลายเป็น sentral) ซึ่งเป็นรถไฟด่วนวิ่งตรงสู่ KL Sentral ซึ่งเป็นชุมทางของรถสายต่างๆ ที่จะวิ่งไปในเมืองและตามเมืองต่างๆ ของมาเลเซีย ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนก็ต้องมาขึ้นรถที่ KL Sentral แห่งนี้ค่ะ



แต่เนื่องจากนี่เป็นทัวร์มาดามโรส เราจะไม่ปล่อยให้ลูกทัวร์ของเราได้รับการบริการแบบธรรมดาอย่างแน่นอน เดี๋ยวจะผิดคอนเซปต์ ดิฉันจึงพาคุณมาใช้บริการแบบพิเศษของที่นี่ นั่นคือ VIP Service ของ KLIA Ekspres ความพิเศษนั้นอยู่ที่คุณจะมีคนที่คอยดูแลบริการคุณตั้งแต่สายพานลำเลียงกระเป๋าในสนามบินกันเลยทีเดียว โดยพนักงานจะบริการช่วยยกกระเป๋าให้คุณจากสายพาน พาคุณไปส่งถึงรถไฟพร้อมยกกระเป๋าใส่รถให้เสร็จ ตั๋วเค้าก็เตรียมไว้ให้ คุณแค่เดินตามและแตะบัตรตามที่เค้าบอก จากนั้นก็ขึ้นไปนั่งสบายใจ ไม่ต้องกลัวหลง เพราะมีพนักงานตามไปบริการด้วยบนรถไฟค่ะ


บนรถไฟก็จะหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ มีเบาะนั่งสบายๆ มีพื้นที่มากพอให้วางกระเป๋าได้ แอร์เย็นฉ่ำ ระหว่างทางก็ดูวิวกันไปค่ะ มองไปมองมานึกว่าอยู่บ้านเราแถวอยุธยาหรือสุพรรณบุรี ถ้าหากคุณไม่นั่งรถไฟด่วนแบบนี้ ก็ต้องมาทางถนนหลวงซึ่งอาจเสี่ยงรถติดได้ รถไฟถือว่าสะดวกและรวดเร็วที่สุดแล้วค่ะ โดยใช้เวลาประมาณ 28 นาทีก็ถึง KL Sentral





เมื่อมาถึง KL Sentral พนักงานก็ช่วยยกกระเป๋าและพาเราไปส่งที่รถตู้ซึ่งจอดรอเราอยู่ แน่นอนเพราะนี่เป็นบริการวีไอพี เราจึงมีรถตู้ส่วนตัวที่จะพาเราไปส่งถึงหน้าโรงแรม ในวันที่เราไปถึงนั้นเกิดเหตุการณ์รถติดแบบมโหฬาร เนื่องจากมีแข่งบอลนัดสำคัญของที่นี่ ทำให้ผู้คนหลั่งไหลกันไปดูบอล ทำให้เราติดแหง็กอยู่บนถนนอย่างนานมากกกกค่ะ แต่ในที่สุดเราก็ไปถึงโรงแรมที่พัก VIVATEL จนได้



สำหรับรีวิวโรงแรมและงานคอนเสิร์ต ดิฉันได้เขียนไว้แล้วก่อนหน้านี้ กลับไปอ่านกันได้นะคะ 
http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/07/fa-20130629-lee-min-ho-2013-global-tour.html 


สำหรับอาหารการกินของโรงแรมนี้ถือว่าใช้ได้เลยค่ะ เราใช้บริการหลายรอบอยู่ เริ่มจากบุฟเฟ่ต์ช่วงเย็นก่อนไปคอนเสิร์ต ก็จัดการซะที่นี่เลยค่ะ รสชาติใช้ได้ดีทีเดียว พอจบคอนเสิร์ตกลับมาถึงโรงแรม ก็แวะหาเครื่องดื่มเย็นๆ กับสแน็คกินรองท้องกันก่อนขึ้นไปนอน และพอตอนเช้าก็ลงมาซัดมื้อเช้ากันอีกรอบ หากใครแวะไปเที่ยวเคแอล โรงแรมนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยค่ะ ห้องพักสะอาด กว้างขวาง อาหารอร่อย พนักงานอัธยาศัยไมตรีดีค่ะ




ในวันสุดท้ายก่อนกลับบ้าน เราได้มีโอกาสแวะไปเที่ยวจุดที่เป็นแลนด์มาร์คของเคแอล นั่นก็คือตึกแฝดปิโตรนาส ในอดีตตึกนี้เคยติดอันดับสูงที่สุดในโลก แต่ตอนนี้โดนคนอื่นชิงตำแหน่งไปเรียบร้อย และที่นี่เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง คุณคงคุ้นตากันบ้างนะคะ ไหนๆ ก็มาเคแอลแล้ว ต้องขอเก็บภาพเจ้าตึกนี้สักหน่อย




ตึกนี้เชื่อมต่อกับศูนย์การค้าขนาดใหญ่ชื่อว่า Suria KLCC เน้นขายของแบรนด์เนมค่ะ ก็ประมาณสยามพารากอนบ้านเรา เดินเข้าไปก็จะเจอแบรนด์คุ้นๆ มากมาย อย่างเช่น GUCCI, Louis Vuitton, Paul Frank, Kinokuniya, Harrods และอื่นๆ อีกมากมาย ก็เลยขอแวะร้านช็อกโกแลตเจ้าโปรดสักนิดนะคะ GODIVA ซื้อของฝากและพักเหนื่อยนั่งละเลียดช็อกโกแลตปั่นกัน มีวิวสวยๆ ให้ชมแบบนี้ด้วยค่ะ




สำหรับมื้อกลางวันนี้ดิฉันพาชาวคณะไปชิมอาหารมาเลเซีย ซึ่งร้านนี้มีสาขาหลายแห่ง เป็นร้านชื่อดังร้านหนึ่งทีเดียวค่ะ ชื่อร้าน Madam Kwan ชื่อร้านอาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดได้ว่าเป็นอาหารไทย แต่ที่จริงแล้วเป็นร้านอาหารมาเลเซียนะคะ อาหารมาเลย์ที่ถือว่าขึ้นชื่อ และคุณควรลองชิมหากแวะมาก็คือ Nasi Lemak ค่ะ เป็นไก่ผัดกับพริกแกงคล้ายๆ มัสมั่น แล้วก็มีเครื่องเคียง ทานกับข้าวค่ะ ร้านนี้ทำได้รสชาติกลมกล่อมดีทีเดียว 



และนี่เป็นอาหารที่ชาวคณะเราสั่งมาทานกัน ดิฉันก็ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไรบ้าง รู้แต่ว่ากุ้งยักษ์มากกก 



และอีกจานที่ขอแนะนำคือไก่สะเต๊ะค่ะ ปรุงมารสชาติกำลังดี ไม่ต้องจิ้มอะไรเลยค่ะ 



อิ่มกันแล้วก็ถึงเวลากลับบ้านค่ะ ซึ่งรถตู้ส่วนตัวมารอรับเราไปสนามบินเรียบร้อยแล้วค่ะตอนเรากลับไปถึงโรงแรม ขากลับก็เหมือนเดิมนะคะ นั่งรถไปที่ KL Sentral เพื่อไปขึ้นรถไฟ KLIA Ekspres แต่บริการวีไอพีนี่เจ๋งกว่าตรงที่ มีบริการเช็คอินกระเป๋าสัมภาระจากที่นี่เลยค่ะ กระเป๋าจะถูกส่งจากที่นี่ไปถึงสนามบินโดยเราไม่ต้องแบกหรือลากอะไรทั้งสิ้น เดินตัวปลิวกันเลยทีเดียว เราใช้บริการของมาเลเซียแอร์ไลน์ในเที่ยวบินกลับนะคะ



ที่สนามบิน KLIA ก็เดินกันแบบงงๆ เล็กน้อยว่าควรจะไปตรงไหนดีเพื่อผ่าน ต.ม. แต่ก็ผ่านมาได้สำเร็จเหมือนตอนขามาค่ะ เพราะพี่แกไม่สนใจอันใด พอเห็นพาสปอร์ตไทยก็ปั้มโลด ขากลับนี้คนไทยเยอะเชียวค่ะบนเครื่อง เนื่องจากเรานั่งตรงประตู EXIT ข้าวของทุกอย่างเลยถูกจัดเก็บไว้ในที่เก็บเหนือที่นั่ง ทำให้ไม่อาจมีรูปมาฝากได้นะคะ และในที่สุดเราก็กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพกันทุกคนค่ะ 




ต้องขอขอบคุณผู้ร่วมเดินทางทุกท่านที่ช่วยให้ทริปนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี ดิฉันหวังว่าทุกท่านจะได้รับความสะดวกสบายและสนุกสนานกับการเดินทางกันพอสมควรตามอัตภาพ และหวังว่าเราจะได้มีโอกาสเดินทางร่วมกันอีกในทริปต่อๆ ไป 

ต้องบอกเลยว่าการพาคุณไปดูคอนเสิร์ตหรืองานแฟนมีตแบบนี้นั้น ผู้จัดเหนื่อยสุดๆ เหนื่อยกว่าการพาคุณไปเที่ยวตามปกติซะอีก เนื่องจากรายละเอียดยุ่บยั่บไปหมด และขนาดจัดเตรียมล่วงหน้าแต่ก็ยังไม่วายชุลมุนชุลเก เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เราควบคุมไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความสุขที่ได้เห็นคุณมีความสุขเวลาที่ชมการแสดงและเวลาที่คุณได้พบกับศิลปินที่คุณรักแบบตัวเป็นๆ ไม่ใช่ในรูปภาพอย่างที่เคยเป็น และดิฉันเชื่อว่าลีมินโฮก็คงรู้สึกแบบเดียวกันที่ได้พบตัวจริงของแฟนๆ ของเขา แทนที่จะแค่สื่อสารกันผ่าน SNS เขาเองก็ต้องผ่านความลำบากเหมือนเรา ถ้าเราร้อน เขาก็ร้อนเช่นกัน (มากกว่าเราด้วย) ดังนั้นคุณคือกำลังใจที่ดีที่สุดที่ทำให้เขายืนอยู่บนนั้นได้ด้วยรอยยิ้ม 

สำหรับทริปหน้าของเราในการไปให้กำลังใจลีมินโฮและพบกับเขาตัวเป็นๆ ก็คือที่เวียดนามนะคะ เหตุผลที่ดิฉันเลือกประเทศแปลกๆ นี้ ก็เพราะมินเลือกก่อน และเขาคงต้องการกำลังใจจากคุณแน่นอนในเวลาที่ต้องเดินทางไปยังประเทศที่ไม่คุ้นเคย ดังนั้นอย่าพลาดไปเชียร์เขาด้วยกันนะคะ ตอนนี้คุณยังสามารถจองแพคเกจของเราได้อยู่ โดยครั้งนี้จะเดินทางในวันที่ 2-4 ส.ค. โดยอยู่ที่ฮานอยตลอดทั้ง 3 วัน คอนเสิร์ตจะมีวันที่ 3 ส.ค. ในแพคเกจรวมค่าตั๋วเครื่องบิน (การบินไทย), ค่าที่พักโรงแรม 4 ดาว 2 คืนพร้อมอาหารเช้า, ค่ารถรับส่ง ซึ่งเป็นรถตู้ส่วนตัวบริการคุณตลอด 3 วัน, ค่าบัตรคอนเสิร์ต RED ZONE ซึ่งเป็นโซนที่ดีที่สุด, พร้อมพาชมการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ การแสดงที่หาดูไม่ได้ที่อื่นนอกจากที่นี่ค่ะ และพาทัวร์เมืองฮานอยอีกด้วยค่ะ ในราคา 20,900 บาทเท่านั้น รีบตัดสินใจด่วนเลยนะคะเพราะเวลาใกล้เข้ามาทุกทีแล้วค่ะ 

งานนี้ผู้จัดฯ แจ้งมาว่ามีการถ่ายรูปกับลีมินโฮเหมือนทุกที่ที่ผ่านมา สิทธิ์นี้เฉพาะบัตรเรดโซน และถ้ามาเป็นกลุ่มใหญ่ (13-20 คน) จะได้ถ่ายยกกลุ่มค่ะ แต่ถ้าเป็นกลุ่มเล็กต้องรอจับสลาก แปลว่าอาจไม่ได้ถ่ายทุกคน ดังนั้นถ้ามาด้วยกันไปด้วยกันก็ไม่ต้องไปรอลุ้นค่ะ

http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/07/more-info-lee-min-ho-2013-global-tour.html 





สำหรับทริปเกาหลีของเรา ตอนนี้ที่เปิดให้จองอยู่คือทริป Seollal Festival เดินทางช่วงตรุษจีนปีหน้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลแล้วนะคะ เวลาเดินเร็วมาก ตอนนี้เราอยู่ในเดือนที่ 7 ของปีแล้ว ทริปนี้อยากแนะนำให้ไปเพราะคุณจะได้สัมผัสกับเทศกาลซอลลัล หรือเทศกาลปีใหม่ของคนเกาหลี ซึ่งจะมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น ไปดูกันว่าคนเกาหลีฉลองปีใหม่กันยังไง และกินอะไรกันบ้าง ทุกพิธีกรรมและอาหารการกินมีคติแฝงอยู่นะคะ ซึ่งคุณจะได้เรียนรู้ในสถานที่จริง และที่พิเศษกว่าคือการไปเยือนสุสานของแม่ทัพชอยยอง ซึ่งเป็นแม่ทัพคนสำคัญของราชวงศ์โครยอ ท่านสำคัญอย่างไร เหตุใดผู้คนถึงรักท่าน คุณจะได้รู้ค่ะ และรับรองได้ว่าสถานที่นี้ไม่มีบรรจุอยู่ในโปรแกรมทัวร์ของที่ไหนอย่างแน่นอนค่ะ คุณหาได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้นค่ะ รีบจองด่วนวันนี้เพื่อรับราคาโปรฯ นะคะ (ท่านที่ 2 จ่ายครึ่งราคา) เพราะใกล้จะหมดเขตแล้ว และคนก็ใกล้จะเต็มกรุ๊ปแล้วด้วยค่ะ เหลืออีกแค่ไม่กี่ที่เท่านั้น เมื่อเต็มแล้วดิฉันจำเป็นต้องปิดกรุ๊ปเพราะไม่อยากให้คนแน่นเกินไปนะคะ คุณจะได้รับประโยชน์ไม่เต็มที่คุ้มราคาทัวร์ค่ะ รีบจองเข้ามานะคะ

http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/05/activity-trip-touch-of-korea-seollal.html



ไม่มีความคิดเห็น: