วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556

[Repost] Qixi Festival / 七夕节 / Chinese Valentine’s Day


มาถึงเทศกาลแห่งความรักของพี่น้องชาวจีนกันอีกปีแล้วนะคะ ปี 2013 นี้ ตรงกับวันที่ 13 ส.ค. ขอถือโอกาสนี้รีโพสต์เรื่องราวของเทศกาลนี้ค่ะ 





Qixi Festival (Chinese: 七夕节; literally "The Night of Sevens"), also known as Magpie Festival, falls on the seventh day of the seventh lunar month on the Chinese calendar; thus its name. It inspired Tanabata (七夕) in Japan, Chilseok (칠석) in Korea, and Thất Tịch in Vietnam. It has sometimes been called Chinese Valentine's Day (Chinese: 情人節 ) since the late 1990s, which is, strictly speaking, an inaccurate portrait of the festival. Girls traditionally demonstrate their domestic arts, especially melon carving, on this day and make wishes for a good husband. 

In 2013, this festival falls on August 13. 





Qixi Festival / 七夕节 หรือเทศกาลแห่งความรักของคนจีน คือวันที่ 7 เดือน 7 (ตามปฏิทินจีน) ของทุกปี  ซึ่งปีนี้ (2013) ตรงกับวันที่ 13 ส.ค. เทศกาลนี้ฉลองกันในจีน และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิด “เทศกาลทานาบาตะ” ในญี่ปุ่นด้วย

เทศกาลนี้ถือกำเนิดจากตำนานจีนโบราณเรื่อง “เจ็ดนางฟ้า” หรือที่เรารู้จักกันดีในเรื่องราวตำนานความรักของ “หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า” เจ็ดนางฟ้า เป็นตำนานปรัมปราของจีนว่าด้วยงานประเพณีใน วันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินแบบจีน เป็นที่มาของประเพณี ทานาบาตะ ในญี่ปุ่น และประเพณี Chilseok (칠석) ในเกาหลี ซึ่งมีการโยงตำนานนี้กับสถานที่ในภูเขาคึมกังซาน (ภูเขาเพชร) ที่ว่ากันว่าเป็นจุดที่นางฟ้าลงมาเล่นน้ำด้วย

เทศกาลวันดังกล่าวเปรียบได้ว่าเป็นวันแห่งความรักในประเพณีจีน ช่วงเวลาแห่งประเพณีนี้คือเมื่อดวงดาวในสามเหลี่ยมฤดูร้อนโคจรขึ้นสูงเหนือศีรษะ ดาวสำคัญในสามเหลี่ยมฤดูร้อนที่เกี่ยวข้องกับตำนานนี้ คือดาวอัลแทร์ และดาวเวกา นักวิชาการส่วนหนึ่งเชื่อว่า ตำนานเจ็ดนางฟ้าของจีนนี้ (ซึ่งเล่าขานกันในเกาหลี เวียดนาม และญี่ปุ่นด้วย) สามารถสืบกันได้กับนิทานเรื่องพระสุธนมโนห์รา ซึ่งเล่ากันแพร่หลายในไทย ลาว และอินโดนีเซีย โดยมีแก่นเรื่องคล้ายคลึงกันและทำให้เห็นได้ว่า น่าจะมาจากแหล่งเดียวกัน 




ตำนานเจ็ดนางฟ้า บางครั้งก็เรียกว่า ตำนานรักหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า กล่าวถึงหนุ่มเลี้ยงวัวคนหนึ่งชื่อ หนิวหลาง ( 牛郎 แปลตรงตัวว่า เด็กเลี้ยงวัว หมายถึงดาวอัลแทร์) บังเอิญไปพบนางฟ้าเจ็ดองค์เสด็จลงจากสวรรค์เพื่อมาเล่นน้ำในทะเลสาบ วัวตัวหนึ่งของเขากระซิบบอกวิธี เขาจึงไปขโมยเสื้อผ้าของพวกนางมาแล้วคอยเฝ้าดู เมื่อนางฟ้าทั้งเจ็ดองค์เล่นน้ำเสร็จแล้วหาเสื้อผ้าของตนไม่พบ จึงให้น้องสาวคนสุดท้องชื่อ จือหนี่ ( 織女 แปลตรงตัวว่า หญิงทอผ้า หมายถึงดาวเวกา ) เพื่อมาเจรจาขอเสื้อผ้าคืน หนิวหลางขอให้นางแต่งงานกับเขา และนางก็ยินยอม นางฟ้าผู้พี่ทั้งหมดจึงได้กลับคืนสู่สวรรค์ ส่วนจือหนี่ได้อาศัยอยู่กับหนิวหลาง และเป็นภรรยาที่ดียิ่ง

หนิวหลางรักนางมาก ทั้งสองมีบุตรด้วยกัน 2 คน จือหนี่มีฝีมือในการทอผ้า ผ้าที่นางทอจะมีสีสันสวยงามไม่มีผู้ใดทัดเทียมได้ พวกเขานำไปขายได้เงินดีและมีชีวิตที่ดี เง็กเซียนฮองเฮาผู้เป็นมารดาของเหล่านางฟ้า เมื่อได้ทราบว่าบุตรสาวของตนไปแต่งงานกับคนธรรมดาก็กริ้วโกรธ ออกคำสั่งให้จือหนี่กลับสู่สวรรค์ ฝ่ายหนิวหลางเมื่อกลับมาพบภรรยาของตนหายตัวไปก็เศร้าโศกเสียใจ ทันใดนั้นวัวของเขาก็เอ่ยคำพูดออกมาอีกครั้ง บอกให้หนิวหลางฆ่าตนเสีย แล้วเอาหนังคลุมร่างเพื่อจะได้ไปสวรรค์ตามหาภรรยาได้ หนิวหลางฆ่าวัวด้วยน้ำตา ครั้นเมื่อเอาหนังมาคลุมร่างเขากับบุตรทั้งสองก็เหาะไปยังแดนสวรรค์ตามหาจือหนี่ เง็กเซียนฮองเฮาพบพวกเขาขึ้นมาบนสวรรค์ก็โกรธ ดึงปิ่นปักผมของนางออกมาแล้วกรีดท้องฟ้าออกกลายเป็นแม่น้ำกว้าง ทำให้คู่รักทั้งสองต้องแยกจากกันตลอดกาล (แม่น้ำนั้นบนโลกรู้จักในชื่อ ทางช้างเผือก ซึ่งกั้นขวางระหว่างดาวอัลแทร์กับดาวเวกา)

จือหนี่เฝ้าแต่ทอผ้าคอยอยู่ฟากหนึ่งของแม่น้ำอย่างเศร้าสร้อย ขณะที่หนิวหลางดูแลบุตรสองคนของพวกเขา ทว่ามีเพียงวันเดียวในรอบปี ที่เหล่านกกระเรียนจะมาเรียงตัวกันด้วยความเมตตาสงสาร เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเพื่อให้คนทั้งสองสามารถข้ามมาพบกัน (เรียกว่า 鵲橋 Que Qiao ฉวีเฉียว หรือสะพานนกกระเรียน) สะพานทอดข้ามดาวเดเน็บในกลุ่มดาวหงส์ ทำให้จือหนี่ หนิวหลาง และลูกๆ มาพบกันได้ในวันที่ 7 เดือน 7 ของปี เพียงวันเดียวเท่านั้น



เล่ากันว่าถ้ามีฝนตกในคืนแห่งเลขเจ็ด นั่นคือน้ำตาของหนิวหลางและจือหนี่ที่ร่ำไห้กับความรันทดในชีวิตของตน

ในจีนจะฉลองกันด้วยการที่สาวๆ สวดขอพรให้ตัวเองเป็นหญิงเก่งแบบจือหนี่ (ทอผ้าสวย) และพบสามีที่ดีอย่างหนิวหลาง ส่วนในญี่ปุ่น วิธีฉลองคือเขียนคำขอพรลงในกระดาษแผ่นเล็กๆ แล้วนำไปแขวนไว้กับต้นไม้หรือต้นไผ่ หลังจากจบเทศกาลก็นำเอาต้นไม้นั้นไปลอยน้ำและจุดไฟเผา


( Special Thanks to Wikipedia.org )

ไม่มีความคิดเห็น: