วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

[Review] Trip “Spring Blossoms in Korea” EP 5 : Changdeokgung




สำหรับในการเดินทางวันที่ 3 มีคิวอัดแน่นยาวเหยียดรออยู่ ตอนแรกโปรแกรมที่วางไว้คือพระราชวังชางด็อก แต่เนื่องจากมีการถ่ายทำละคร พวกเราเลยต้องระเห็จไปพระราชวังตอนบ่ายแทน ช่วงเช้าจึงเป็นโปรแกรมของ Trick Eye Museum ที่ฮงอิก สำหรับพิพิธภัณฑ์ภาพลวงตาในโซล เราเคยไปกันมาแล้ว และมีรีวิวไว้แล้วในทริป “ตามรอยซี่รี่ย์กับมาดามโรส” จึงไม่ขอรีวิวซ้ำอีกนะคะ แต่เนื่องจากไปคราวนี้ทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้เปลี่ยนจากสติ๊กเกอร์มาเป็นสายรัดข้อมือแบบนี้ จึงเก็บภาพมาฝากค่ะ และคงเห็นแล้วว่า Trick Eye Museum ในเกาหลีนั้นมี 3 สาขาคือโซล ปูซาน และเชจู ซึ่งดิฉันจะพาไปทัวร์ให้ครบทั้ง 3 แห่ง โดยเราจะไปที่เชจูกันในเดือน ต.ค. นี้ และที่ปูซานในเดือน เม.ย. ปีหน้าค่ะ



สำหรับมื้อเที่ยงนี้เป็นจิมดัก หรือไก่ตุ๋นพะโล้แบบเกาหลี ซึ่งเคยรีวิวไปแล้วเช่นกัน และเช่นเดียวกับทริปที่แล้วนะคะ ทริปนี้ดิฉันยังคงให้คุณได้ชิมมักกอลลี เหล้าพื้นเมืองของเกาหลี ซึ่งรอบนี้แจกโต๊ะละขวดกันเลย ทำให้มีสมาชิกบางท่านถึงกับหนีบกลับไปด้วยเพราะกินไม่หมด ใครอยากลิ้มลองเจ้ามักกอลลีนี่ ต้องไปกับทัวร์เราค่ะ (เมากันตั้งแต่เที่ยง)

จากนั้นช่วงบ่ายก็ถึงคิวของพระราชวังชางด๊อกแล้วค่ะ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ในทริปนี้ เพราะตามปกติถ้าคุณไปกับทัวร์ปกติหรือไปเที่ยวเอง คุณมักจะชมเฉพาะส่วนที่เป็นพระราชวัง แต่สำหรับดิฉันเห็นว่าพระราชวังของเกาหลีหน้าตาเหมือนๆ กันหมด ต่างกันที่บรรยากาศและประวัติศาสตร์ และเป็นเรื่องไม่ยากหากคุณจะกลับมาชมอีกในครั้งหน้าที่คุณมา แต่ดิฉันต้องการพาคุณไปชมส่วนที่เรียกว่า “ฮูวอน” หรือ Secret Garden เหตุผลที่ได้ชื่อเช่นนี้เพราะสวนลับที่ว่านั้นในอดีตเป็นเขตหวงห้าม มีเฉพาะกษัตริย์ ราชินี สนมนางในเท่านั้นที่จะสามารถเหยียบย่างเข้าไปได้ แม้แต่ขุนนางที่มาเข้าเฝ้าก็ต้องรออยู่ด้านนอก  นี่คือเรือนรับรองขุนนาง  หากคุณเป็นขุนนางมาได้แค่นี้ค่ะ




และการเข้าชมสวนลับนี้ ต้องเข้าไปเป็นรอบๆ พร้อมไกด์ของพระราชวังเท่านั้น ไกด์ทัวร์ทั่วไปพาคุณเข้าไปไม่ได้ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เราเริ่มต้นด้วยความกระหืดกระหอบเพราะต้องรีบไปให้ทันรอบที่จะเข้าชม ซึ่งงานนี้ได้น้องเรย์ หนุ่มช่างภาพของเราช่วยเจรจากับทางวังฯ (เขาสามารถ) ว่าให้รอพวกเราด้วย กำลังรีบไปอยู่บัดเดี๋ยวนี้ เพราะกรุงโซลรถติดมากๆ ไปไหนมาไหนกะเวลาลำบากกันสุดๆ ค่ะ (เนื่องจากโปรแกรมถูกป่วนโดยกองถ่ายรอบเช้า)

รอบที่เราเข้าไปนั้นเป็นรอบภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลว่าคุณป้าไกด์ (ป้าจริงๆ) จะบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ (แบบเกาหลี) ให้เราฟัง และรอบนี้จึงมีแต่ชาวต่างชาติ (ฝรั่ง) ทั้งนั้น แต่คุณพี่ฝรั่งที่ยืนใกล้ๆ ดิฉันก็สามารถมาก หันมาคุยกับเราเป็นภาษาไทยเฉยเลย (ชาติไทยไม่แพ้ใครในโลกค่ะ ขอบอก) และวิบากกรรมของเราก็เริ่มต้น ณ บัดนี้



สาเหตุก็คือ งานนี้เราไม่มีไกด์มาด้วย (เพราะห้ามเข้า เข้าได้แต่ไกด์วัง) ถึงมาก็คงช่วยอะไรเราไม่ได้เพราะไกด์เราเองก็ไม่เคยเข้ามาในสวนลับ งานนี้เราจึงมีแต่น้องเรย์ ซึ่งเป็นเด็กเกาหลีแข็งแรงทนทาน เดินยังไงก็ไม่มีเหนื่อยเหมือนใส่ถ่าน และดิฉันคิดว่าน้องเรย์มากับเราด้วยเหตุนี้ คือไล่ต้อนลุงๆ ป้าๆ ทั้งหลายให้เดินไปตลอดรอดฝั่ง เนื่องจากเส้นทางเดินในนี้ขึ้นเขาลงห้วยอย่างยิ่งจนไม่น่าเชื่อว่านี่คืออุทยานหลวง เหตุใดพระราชาถึงชอบเดินเล่นบนทางวิบากเช่นนี้?

ดิฉันไม่ได้มั่วนะคะ อยากให้คุณดูจากภาพเอาเอง ลดเลี้ยวเคี้ยวคด มีปีนขึ้นปีนลงด้วยค่ะ ขอบอก เหมือนไปเดินป่ามากกว่า จากที่ตอนแรกเดินเกาะกลุ่มกับป้าไกด์อย่างดี หลังๆ ป้าเริ่มหายไป (เพราะเราตามป้าไม่ทัน) แต่ยอมรับเลยว่าในนี้สวยงามมาก มีศาลาอยู่ตามรายทาง และต้นไม้แต่ละต้นเก่าแก่จริงๆ ดูได้จากเปลือกไม้ค่ะ เพื่อบรรเทาความเหนื่อยหากคุณได้เข้ามาเดินเที่ยวที่นี่ แนะนำให้จิ้นไปว่าตัวเองเป็นพระสนม (เอก โท ตรี จัตวา อะไรก็ได้) กำลังตามเสด็จฝ่าบาทอยู่ก็แล้วกันค่ะ (กรุณาเลือกใบหน้าฝ่าบาทให้ชวนเดินตามหน่อยแล้วกันค่ะ)











อันนี้เป็นที่สนใจมากสำหรับชาวต่างชาติ ให้น้ำเกลือต้นไม้? ที่จริงนวัตกรรมนี้คือการให้ปุ๋ยกับต้นไม้ค่ะ ฉีดเข้าเส้น (ลำต้น) กันเลยทีเดียว



ในที่สุดเราก็รอดจากพระราชวังชางด๊อกมาได้ และไปสู่จุดหมายต่อไปของเรา อีกหนึ่งไฮไลต์ นั่นคือแม่น้ำฮันค่ะ





เป็นดังที่ไกด์ของเราคาดไว้นะคะว่าซากุระในโซลคงยังไม่บาน เมื่อเราไปถึงยออีโดจึงเจอแต่ซากุระต้นโกร๋น ที่มีแค่ตุ่มๆ ตามกิ่ง ยังไม่เบ่งบาน โชคดีที่เราได้เห็นซากุระไปแล้วที่ชุนชอนนัมโด ดังนั้นเราจึงตรงไปที่แม่น้ำฮันกันเลย ซึ่งเราจะมาล่องเรือบนแม่น้ำฮันกันค่ะ




ถึงแม้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่อากาศริมแม่น้ำฮันยังหนาวเย็นจับจิต ถึงอย่างนั้นคนเกาหลีดูจะมีความสุขกันมากกับกิจกรรมหย่อนใจของเขา อย่างเช่นการขี่จักรยานโต้ลม (หนาว) เย็น เป็นต้น นี่คือท่าเทียบเรือที่เราจะไปลงเรือกันค่ะ



บรรยากาศภายในเรือคล้ายๆ โรงละคร เพราะมีเวทีด้วย บนเวทีจะมีการแสดงคล้ายๆ กับนันทาโชว์เพื่อให้ความบันเทิงระหว่างล่องเรือด้วยค่ะ 



ระหว่างรอเรือออก ก็นั่งชมโชว์นกนางนวลไปพลางๆ เพราะเจ้านกพวกนี้พากันบินมาลอยตัว (อวบๆ) ให้เราดูเล่นเพลินๆ ขณะที่เรือแล่นก็บินไปพร้อมกับเรือด้วยค่ะ (ไม่รู้ได้ค่าตัวกันเท่าไหร่นะ) 

กิจกรรมนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายอย่างยิ่งค่ะ (หลังจากเดินวิบากกันมา) วิวตลอดฝั่งของแม่น้ำฮันสงบและสวยงาม เป็นเสน่ห์คนละรูปแบบกับแม่น้ำเจ้าพระยาบ้านเรา (ของเราจะออกแนวอึกทึก ระทึกขวัญ) บ้านเค้าไม่มีบ้านเรือนหรือร้านอาหารเกะกะ มีแต่ทัศนียภาพที่สวยงามค่ะ สมาชิกของเราบางท่านก็เคลิ้มจัดขนาดหลับไปเลย (เรือของเค้าติดแอร์นะคะ ถ้าอยากได้ลมหนาวเย็นต้องขึ้นไปด้านบนค่ะ อันนี้ขอผ่าน)




หากท่านที่เคยไปเที่ยวเกาหลีแล้วแต่ยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์ล่องเรือบนแม่น้ำฮัน อยากให้ลองหาโอกาสสักครั้งนะคะ ใน 1 ปีจะมีเพียง 6 เดือนเท่านั้นที่คุณสามารถล่องเรือบนแม่น้ำฮันได้ ก็คือประมาณช่วงฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว แม่น้ำจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง จึงไม่สามารถล่องเรือได้ค่ะ มาชมบรรยากาศสวยๆ ที่ดิฉันเก็บมาฝากนะคะ


 2013.04.12 Cruising Along Han River, Seoul 

 


สำหรับท่านที่สนใจอยากร่วมทริปที่ไม่มีใครเหมือนกับเราแบบนี้ ตอนนี้เรามี 2 ทริปเปิดรับอยู่นะคะ สำหรับท่านที่อยากตะลุยหิมะ แนะนำทริปซอลลัลค่ะ เดินทางช่วงตรุษจีน ไปสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ของคนเกาหลีกัน ส่วนท่านที่ชื่นชอบดอกไม้สวยๆ แนะนำทริปซากุระของปีหน้าค่ะ ซึ่งเราจะไปกันที่จินเฮ และเที่ยวปูซานกับเคียงจูด้วย รับรองได้ว่าเป็นเส้นทางที่ไม่มีใครจัดค่ะ หาได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้นค่ะ ถ้าสนใจต้องรีบจองแต่วันนี้นะคะ อย่าลังเล เพราะเราต้องรีบจองตั๋วเครื่องบิน ดิฉันไม่มีตั๋วสำรองไว้เผื่อนะคะ จองให้เท่าจำนวนที่จองเข้ามาเท่านั้นค่ะ

Seollal Festival เดินทางวันที่ 30 ม.ค. – 3 ก.พ. 
http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/05/activity-trip-touch-of-korea-seollal.html

Spring Blossom in Jinhae เดินทางวันที่ 4-8 เม.ย. 
http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/08/activity-trip-spring-blossom-2014-in.html




อ่านรีวิวย้อนหลังทริปซากุระได้ที่...

Review “FAITH” Filming Location : Daejosa Temple
http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/04/review-faith-filming-location-daejosa.html

[Review] Trip “Spring Blossoms in Korea” EP 1 : Hello Spring !!! http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/04/review-trip-spring-blossoms-in-korea-ep.html

[Review] Trip “Spring Blossoms in Korea” EP 2 : Baekje Cultural Land
http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/04/review-trip-spring-blossoms-in-korea-ep_28.html

[Review] Trip “Spring Blossoms in Korea” EP 3 : Everland 
http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/05/review-trip-spring-blossoms-in-korea-ep.html

[Review] Trip “Spring Blossoms in Korea” EP 4 : Bongeunsa Temple & Namsangol
http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/05/review-trip-spring-blossoms-in-korea-ep_12.html



ไม่มีความคิดเห็น: