วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

Q & A with the American “Boys Over Flowers” – Part I





Boys Over Flowers กำลังจะถูกนำไปทำเป็นซีรี่ย์อเมริกา คุณคงอยากรู้ว่าฉบับอเมริกานี้จะแตกต่างจากฉบับอื่นๆ อย่างไร ดิฉันมีบทสัมภาษณ์ทีมงานผู้สร้างของฝั่งอเมริกามาฝากค่ะ ในซีรี่ย์อเมริกาเป็นเช่นเดียวกับของเกาหลีคือใช้นักแสดงหน้าใหม่มาแสดง ดังนั้นเราคงไม่คุ้นหน้าคุ้นตากับพวกเขาเหล่านี้ คงต้องรอดูว่ามนต์เสน่ห์ของ F4 จะทำให้พวกเขากลายเป็นดาราดังในอนาคตได้หรือไม่ 

ก่อนที่จะไปถึงบทสัมภาษณ์ เรามาย้อนตำนานของ F4 กันก่อนนะคะ เพราะที่จริงแล้ว Boys Over Flowers ถูกนำมาทำเป็นละครหลายครั้ง มีทั้งฉบับไต้หวัน ซึ่งส่งให้เจอรี่ วิค แวนเนส และเคน โด่งดังจนถึงทุกวันนี้ และฉบับญี่ปุ่น และล่าสุดคือฉบับเกาหลีที่ทำให้ลีมินโฮโด่งดังชั่วข้ามคืนมาแล้ว




Boys over Flowers หรือ Hana Yori Dango (花より男子 ) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่เขียนโดย โยโกะ คามิโอะ เป็นเรื่องราวของสถาบันไอโตคุ โรงเรียนระดับหรูของพวกลูกเศรษฐี แต่สึคูชิ มากิโนะ เด็กสาวบ้านๆ คนหนึ่งได้เข้าไปเรียนที่นี่ และเป็นเหมือน “วัชพืช” ในสายตานักเรียนคนอื่น เธอต้องเผชิญวิบากกรรมกับกลุ่มมาเฟียนักเรียนที่เรียกตัวเองว่า “ดอกไม้ทั้ง 4” หรือ F4 ซึ่งมีหัวโจกก็คือลูกชายของตระกูลที่ร่ำรวยที่สุด ทรงอิทธิพลที่สุดในญี่ปุ่น สึคาสะ ดอมยูจิ แต่ดอมยูจิเกิดสนใจสึคูชิ เพราะเธอเป็นคนเดียวในโรงเรียนที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้เขา ในขณะที่สึคูชิสนใจรูอิ ฮานาซาว่า เพื่อนสนิทของดอมยูจิ ซึ่งเป็นคนนิ่งๆ เยือกเย็น และเป็นนักไวโอลิน 

สมาชิก F4 อีก 2 คนคือ อากิระ มิมาซากะ ซึ่งเป็นเหมือนทูตสันติของทุกคน และหนุ่มเพลย์บอย โซจิรุ นิชิคาโดะ เมื่อความสัมพันธ์ของดอมยูจิกับสึคูชิเริ่มดีขึ้น เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เธอยอมรับเขาและทำให้เธอมองเขาในแง่มุมใหม่ๆ นั่นทำให้แม่ของดอมยูจิไม่พอใจ และหาทางขัดขวางความสัมพันธ์ครั้งนี้ 

จากพล็อตเรื่องต้นฉบับ คุณจะเห็นได้ว่าฉบับเกาหลีทำออกมาได้ค่อนข้างถอดแบบมาเลยทีเดียว ทีนี้มาดูฉบับอเมริกากันบ้างค่ะว่าจะออกมาแนวไหน (บางส่วนในบทสัมภาษณ์นี้อาจถูกตัดออกเพื่อความเหมาะสมนะคะ ) 




Source : http://www.dramafever.com/news/21-questions-about-the-american-boys-over-flowers-remake-answered/ 


Q : คุณจะยืนยันกับแฟนๆ การ์ตูนเรื่องนี้ได้อย่างไร เพราะย่อมต้องมีคนคลางแคลงใจกับฉบับอเมริกันนี้?

A: ในฐานะที่เราเป็นคนอเมริกัน เราเองก็คงระแวงหากมีคนมาประกาศว่าจะรีเมคหนังต่างประเทศ ข้อนี้เราเข้าใจดี เราเองก็เป็นแฟนของ Hana Yori Dango และฉบับรีเมคอื่นๆ เราจะยึดตามฉบับการ์ตูน โดยปรับเปลี่ยนนิดหน่อยให้เข้ากับวัฒนธรรมอเมริกัน จะมีเพียงแค่ซีซั่นเดียว 16 ตอน จึงไม่มีการลากเรื่องให้ยาวเป็นหลายๆ ซีซั่น นักแสดงของเราจะเป็นคนที่มีความสามารถที่ยังไม่มีใครรู้จัก เราได้ปรับเนื้อหาให้แสดงบุคลิกตัวละครที่ยังไม่เคยปรากฏในฉบับก่อนหน้านี้ เราขอให้แฟนๆ ช่วยสนับสนุนเราและอย่าเพิ่งด่วนตัดสิน

Q : เรื่องราวจะคล้ายคลึงกับต้นฉบับ Boys Over Flowers มากแค่ไหน และจะเปลี่ยนแปลงอะไรมากแค่ไหน?

A : ทุกฉบับที่เคยรีเมคมีเสน่ห์ของตัวเอง ของเราก็เช่นกัน เหตุการณ์เหมือนกัน แต่เนื้อหาอาจต่างไป ทุกฉบับถูกเปลี่ยนให้เหมาะกับวัฒนธรรม เราจะทำให้ใกล้เคียงฉบับการ์ตูนทั้งเหตุการณ์หลักๆ และวิธีการดำเนินเรื่อง

Q : มันจะเป็นการรีเมคจากฉบับเกาหลี ไม่ใช่ฉบับญี่ปุ่นใช่มั้ย? 

A: นี่เป็นการดัดแปลงจากฉบับการ์ตูนญี่ปุ่น ไม่ใช่รีเมคจากฉบับเกาหลี สื่อชอบเขียนกันแบบนั้น แต่ไม่ใช่เลย Hana Yori Dango แปลว่า Boys Over Flowers คนเลยคิดว่าเราจะรีเมคจากละครเกาหลี เราพูดมาตลอดว่ามาจากการ์ตูนญี่ปุ่น




 Q : คุณจะใช้ชื่อเรื่องว่าอะไร?

 A : เราพยายามจะรักษาชื่อ Boys Before Flowers ไว้ แต่เราคงต้องรอฟังจาก Shueisha (เจ้าของลิขสิทธิ์) อีกที

 Q : ซีรี่ย์ของคุณจะยึดตามแบบละครเอเชียที่มี 16-24 ตอน หรือว่าอาจมีซีซั่นต่อไป ? 

 A: จะมีทั้งหมด 16 ตอน ตอนสุดท้ายคือตอนจบ คงไม่มีซีซั่น 2

 Q : เราจะได้ดูซีรี่ย์นี้เมื่อไหร่?

 A : เราตั้งใจว่าตอนแรกจะออกอากาศวันที่ 21 พ.ย.

 Q : นักแสดงจะมีคนเอเชียมั้ย?

 A : ที่จริงเรามีนักแสดงหลายเชื้อชาติ เรามีทุกอย่าง 

Q : จะมีปัญหาเรื่องวัฒนธรรมมั้ย? อย่างเรื่องการกลั่นแกล้งกัน และระบบโรงเรียนลูกผู้ดีในเอเชียที่อาจต่างจากในอเมริกา

A : เนื้อเรื่องค่อนข้างง่ายต่อการดัดแปลงให้เข้ากับวัฒนธรรมอเมริกัน อเมริกันก็มีการกลั่นแกล้ง และมีโรงเรียนลูกผู้ดีเหมือนกัน

 Q : การถ่ายทำจะเป็นที่ไหน?

 A : ส่วนใหญ่จะถ่ายทำในลอสแองเจลิส และอาจมีที่อื่นๆ บ้าง

 Q : คิดว่าเรตติ้งจะเป็นยังไง? 

 A : ซีรี่ย์นี้น่าจะได้เรตพีจี 13 (เนื้อหาไม่เหมาะกับเด็ก) เป้าหมายคงเป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่มากกว่าเด็กๆ


บทสัมภาษณ์ยังไม่จบแค่นี้นะคะ ไว้ต่อกันตอนหน้าค่ะ...

ขอทิ้งท้ายด้วยการย้ำเตือนว่าทริปซอลลัลที่จะเดินทางช่วงปลายเดือน ม.ค. 2014 ใกล้จะหมดช่วงโปรโมชั่นแล้วนะคะ ดังนั้นถ้าคุณลังเลอยู่ คงต้องรีบตัดสินใจจองกันแล้วค่ะ ภายใน 10 ต.ค. นี้ เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่คุณจะได้ไปเที่ยวกับโปรแกรมแบบนี้ ไปสกีรีสอร์ทและที่อื่นๆ ด้วยในราคาถูกขนาดนี้ ดิฉันรับรองได้ว่าคุณหาราคาขนาดนี้ในโปรแกรมทัวร์แบบนี้จากที่อื่นไม่ได้แน่ๆ โดยเฉพาะเดินทางในช่วงวันหยุด ถ้าไม่รีบจองวันนี้คงยากที่จะได้ราคาขนาดนี้ ทัวร์ราคาถูกกว่าอาจมีค่ะ แต่เป็นทัวร์ช้อปปิ้ง คุณจะหาสถานที่ท่องเที่ยวแทบไม่เจอเลย ดิฉันจึงกล้าพูดว่ากับโปรแกรมแบบนี้ คุณหาราคาขนาดนี้ไม่ได้แน่ๆ ค่ะ ไปเที่ยวเกาหลีหน้าหนาวไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะคะ  ไปแล้วคุณจะหลงเสน่ห์ด้วยซ้ไปเพราะสวยมากๆ  ถามจากคนที่ไปกับเรามาเมื่อตอนต้นปีนี้ก็ได้ค่ะ  ในรถมีฮีตเตอร์ ร้านอาหาร โรงแรม อาคารทุกที่มีฮีตเตอร์  รับรองได้ว่าไปแล้วต้องอยากกลับไปอีกค่ะ  รีบจองกันเข้ามาและไปเที่ยวด้วยกันนะคะ

http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/05/activity-trip-touch-of-korea-seollal.html







ไม่มีความคิดเห็น: