วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

[Review] Trip “Colorful Autumn in Jeju” : Day 2

มาต่อกันกับการพาเที่ยวเกาะเชจูของเรานะคะ ในวันนี้เป็นวันที่ 2 บนเกาะเชจูของเรา โปรแกรมแน่นขนัดและสุดทรหดกันเลยทีเดียว



เราเริ่มกันด้วยการปีนเขาก่อนค่ะ ด้วยการไปที่ “ซองซานอิลชุงโบล” หรือ Sunrise Peak เป็นหนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติค่ะ และเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเชจู ใครมาเยือนเกาะนี้แล้วไม่ไปที่นี่ถือว่ามาไม่ถึงนะคะ วิธีเดินเที่ยวที่นี่มี 2 เส้นทาง ก็คือคือเดินขึ้นไปบนยอดเขากับเดินลงไปริมทะเลด้านล่าง สมาชิกของเรามีทั้ง 2 แบบ สำหรับดิฉันเลือกเดินลงทะเล เพื่อจะไปดูปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หาดูได้ยาก นั่นก็คือชั้นหินที่ซ้อนกันซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟที่ทับถมกันมานานหลายร้อยปี







และถ้าคุณมาถูกเวลา ที่นี่ยังมีอีกสิ่งที่เป็นสถิติของกินเนส นั่นคือ อาชีพที่หายากที่สุด “แฮน-ยอ” หรืออาจุมม่านักดำน้ำ ซึ่งเป็นอาชีพของคนบนเกาะนี้และมีจัดโชว์เป็นรอบๆ อาจุมม่าที่นี่จะดำน้ำลงไปงมหอยงมสาหร่ายกันแบบไม่ต้องใช้ถังอ๊อกซิเจน แค่ใส่หน้ากากดำน้ำกับตีนกบเท่านั้นค่ะ






สถานที่ต่อไปก็คือ “ซอพจิโกจิ” ซึ่งเป็นหน้าผาเลียบริมทะเล ที่นี่โด่งดังจากการเป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องดัง ALL IN “เทหน้าตักรักหมดใจ” ละครเก่าที่แสดงโดย ลีบยองฮอนและซองเฮเคียว โบสถ์ที่ใช้ถ่ายทำถูกสร้างขึ้นมาเพื่อถ่ายละคร ไม่ใช่โบสถ์จริงๆ และยังคงอยู่มาจนทุกวันนี้







วิวระหว่างทางที่เดินไปสวยงามมากค่ะ และประภาคารสีขาวด้านบนโน้นคือสถานที่ถ่ายทำละคร IRIS ในฉากจบตอนที่นางเอกไปยืนรอพระเอก สำหรับสถานที่นี้เดิมทีไม่มีในโปรแกรมของเรา แต่งอกขึ้นมาเนื่องจาก Park Southern Land สถานที่ถ่ายทำ The Legend ที่เราตั้งใจไป ตอนนี้ปิดไม่ให้เข้าชมแล้วเพราะขาดทุน สถานที่ยังอยู่ แค่ไม่มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมค่ะ เพราะไม่มีตังค์จ้างเจ้าหน้าที่มาดูแล เราเลยต้องเปลี่ยนมาที่นี่แทน




มาที่เกาะเชจูนี้จะได้เจอปลาหมึกสดๆ วางขายและปิ้งกันเห็นๆ แบบนี้เยอะแยะเลยค่ะ สดและหวานจริง มาถึงแล้วต้องลองชิมนะคะ




จุดหมายต่อไปคือสวนส้มค่ะ ส้มของเกาะเชจูเป็นที่ขึ้นชื่อมาก ลูกโตสวยทีเดียว คุณคงเคยเห็นกันแล้วจากละครเรื่อง My Girl นะคะ ที่นี่คุณจะได้ถ่ายรูปกับต้นส้มสวยๆ และหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากส้มเป็นของฝาก อย่างเช่น พวกข้าวพองรสต่างๆ หรือช็อกโกแลตไส้ส้มค่ะ




สำหรับมื้อกลางวันนี้เรากินบุลโกกิกันค่ะ ใส่ซอสโกชูจังของเกาหลี อร่อยดีค่ะ 



สำหรับช่วงบ่ายเราไปเยือนหมู่บ้านวัฒนธรรมชงอัพกันค่ะ ที่นี่น้องเจน ไกด์ของเรา แปลงร่างเป็นเจ้าหน้าที่ บรรยายและให้ความรู้เรื่องต่างๆ ของการใช้ชีวิตแบบคนเชจูสมัยโบราณค่ะ อย่างเช่นรั้วบ้านของคนเชจู ใช้เป็นไม้ 3 อันแบบนี้ การวางไม้สามารถบอกข้อความได้ว่าบ้านนี้มีคนอยู่หรือไม่ ต้อนรับแขกหรือเปล่า ส่วนรูปปั้นนี้คือคุณปู่ดอลฮารือบัง มีตั้งกันไว้ทุกบ้าน เป็นเหมือนผู้เฒ่าผู้แก่ที่คนบนเกาะนับถือ เพราะว่ากันว่าตั้งแต่ค้นพบเกาะนี้ก็มีรูปปั้นนี้ตั้งอยู่แล้ว ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ารูปปั้นนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เหตุใดจึงมาอยู่บนเกาะนี้





ส่วนบ้านของคนบนเกาะเชจูจะเป็นลักษณะนี้ ฝาบ้านสามารถพับปิดลงมา หลอกตาว่าเป็นกำแพงได้ (ไม่ใช่บ้านคน) เนื่องจากเกาะนี้อยู่ทางใต้สุดของคาบสมุทรเกาหลี สมัยก่อนถูกโจมตีโดยช่าวต่างชาติบ่อยมาเพื่อเข้ามายึดดินแดน และสำหรับสินค้าขึ้นชื่อของที่นี่และถือว่าเป็น OTOP ก็คือ น้ำโอมิจา น้ำผึ้ง และกระดูกม้าค่ะ





สถานที่ต่อไปคือ Trick Art Museum พิพิพธภัณฑ์ภาพ 3 มิติ ลักษณะจะคล้ายๆ กับ Trick Eye Museum ในโซล ก็คือคุณสามารถสร้างภาพสนุกๆ ได้ด้วยตัวคุณเอง แต่ที่นี่กว้างขวางกว่ามาก และมี Ice Gallery ด้วยค่ะ สวยๆ หนาวๆ กันแบบเย็นสุดขั้ว และภาพแต่ละที่ในพิพิธภัณฑ์ภาพพวกนี้จะไม่ซ้ำกันค่ะ ดังนั้นไม่ว่าคุณไปเจอที่ไหนก็ควรแวะเที่ยวนะคะ คุณจะได้รูปไม่ซ้ำเดิมค่ะ 








และปิดท้ายของวันนี้ด้วย โขดหินหัวมังกร หรือ “ยงดูอัมร็อค” ซึ่งเกิดจากฝีมือธรรมชาติ แต่คนเกาหลีมโนไปว่าหน้าตาเหมือนหัวมังกรที่กำลังทะยานขึ้นจากน้ำ (กรุณาใช้จินตนาการของคุณค่ะ) เมื่อมีหินหน้าตาแบบนี้ก็ต้องมีตำนานค่ะ ว่ากันว่าเกาะเชจูแห่งนี้ดูแลโดยมังกร แต่คุณพี่มังกรเกิดอยากกลับสวรรค์ จึงได้ไปขโมยหยกบนภูเขาฮัลลาซานเพื่อจะกลับสวรรค์ เบื้องบนรู้เข้าจึงจัดการลงโทษเพราะทำผิดกฏ ด้วยการยิงธนูสังหารมังกรตัวนั้น สภาพเลยเป็นอย่างที่เห็นนี้ล่ะค่ะ 





สำหรับเย็นนี้เราปิดท้ายด้วยคาลบี หมูย่างเกาหลีที่มาแปลกกว่าในกรุงโซล เพราะมีการย่างมาให้แล้วพอสุก แล้วเรามาย่างเพิ่มตามที่เราชอบอีกที



คืนนี้เรายังนอนที่เชจูกันอีก 1 คืน เย็นนี้ไกด์เลยพาเราไปช้อปปิ้งในย่านช้อปปิ้งของที่นี่ซึ่งอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินเหมือนแถวเมียงดงค่ะ มีร้านขายเครื่องสำอางค์และเสื้อผ้าคล้ายๆ กัน เดินช้อปสบายไม่หนาวดีด้วยนะคะเพราะอยู่ใต้ดินและอยู่ใกล้โรงแรมเรามาก เราเลยได้เดินช้อปปิ้งกันตามสบายและเดินกลับโรงแรมกันตามอัธยาศัยค่ะ และในช่วงเวลาช้อปปิ้งนี้เองมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นซึ่งทำให้ดิฉันมีเรื่องดีๆ ของคนเกาหลีมาเล่าให้ฟังตรงนี้

ดิฉันเป็นคนโชคดีที่มักได้เจอคนเกาหลีที่ดีๆ มากกว่าคนไม่ดี แน่นอนทุกสังคมต้องมีคนทั้ง 2 จำพวกปะปนกันอยู่ เพียงแต่ดิฉันได้เจอพวกแรกเยอะกว่าเท่านั้น ในขณะที่ช้อปปิ้งกันอยู่นี้ซึ่งต่างคนต่างเดิน มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับสมาชิกท่านหนึ่งของเราและดิฉันมาทราบเรื่องเมื่อกลับโรงแรมมาแล้ว ขณะที่ดิฉันนั่งเล่น WiFi อยู่ที่ล๊อบบี้พร้อมกับสมาชิกคนอื่นๆ ก็มีหนุ่มเกาหลี 2 คนเดินเข้ามา เขาใช้ภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดีทีเดียว เขาเล่าว่าเก็บกระเป๋าสตางค์ได้ เป็นของนักท่องเที่ยวคนไทย คาดว่าเค้าคงดูจากบัตรที่อยู่ในนั้น เขาเลยนำมันไปส่งไว้ที่ไปรษณีย์ อันนี้เป็นความรู้ใหม่ของดิฉันว่าคนเกาหลีเก็บของหายได้ เค้าจะเอาไปส่งไปรษณีย์และทางนั้นจะจัดการส่งต่อกลับไปยังเจ้าของตามที่อยู่ที่เจอในกระเป๋า และเขาสองคนกำลังเดินกลับโรงแรมและเห็นพวกเราเลยคิดว่าอาจจะเป็นคนในกรุ๊ปของเราจึงเดินเข้ามาถาม ดิฉันจึงโทรไปหาไกด์ของเรา ปรากฏว่าไกด์ของเรากำลังวิ่งหัวฟูอยู่ทีเดียวเพราะน้องคนนึงในกรุ๊ปเราทำกระเป๋าสตางค์หายและกำลังพยายามตามหาอยู่ เมื่อพวกเธอกลับมาถึงโรงแรม หนุ่มเกาหลีคนนั้นก็ยืนยันว่าใช่เลย คนนี้แหละ (คาดว่าฮีคงจำจากในรูป สามารถมากๆ) เขาเลยพาน้องคนนั้นไปรับของที่ไปรษณีย์ เรื่องราวนี้จึงจบลงด้วยดีเพราะน้ำใจของหนุ่มเกาหลีคนนั้น เสียดายแค่อย่างเดียวคือเราไม่มีโอกาสได้ขอบคุณเขา เพราะหลังจากพาน้องไปรับของแล้ว เขาก็รีบชิ่งหายไปทันที (ชะรอยจะกลัวพวกเรารุม)

[Review] Trip “Colorful Autumn in Jeju” : Day 1
http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/11/review-trip-colorful-autumn-in-jeju-day.html




สำหรับทริปเดินทางที่เราจัดขึ้นนั้นถึงแม้จะเป็นทริปไพรเวตแต่ก็เดินทางกันเป็นหมู่คณะ จึงอยากทำความเข้าใจกับผู้ที่จะร่วมเดินทางในครั้งต่อๆ ไปกับเราว่าโปรแกรมที่จัดขึ้นมานั้นพยายามอย่างยิ่งที่จะตอบสนองต่อความต้องการของทุกฝ่าย แต่ก็เป็นไปไม่ได้เช่นกันที่จะตรงใจของท่านผู้ใดผู้หนึ่งแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ บางครั้งมีความจำเป็นที่คุณต้องเดินทางไปเที่ยวซ้ำในที่ๆ คุณอาจเคยไปมาแล้ว เพราะผู้ที่ร่วมคณะเดินทางไม่ใช่ทุกคนที่เดินทางไปเกาหลีเป็นรอบที่ 2 หรือ 3 หรือ 4 หรือ 5 บางท่านเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรก เราจึงต้องมีบางสถานที่ที่อาจเป็นที่ยอดนิยมและอาจซ้ำเดิมกับที่คุณเคยไปมาแล้ว หรืออาจเป็นที่ๆ คุณไม่อยากไป อาทิเช่น บางท่านไม่ชอบช้อปปิ้ง ในขณะที่บางท่านชอบช้อปปิ้ง หรือท่านอาจไม่ชอบสวนสนุก แต่ท่านที่มาครั้งแรกก็ย่อมอยากได้ภาพจากสวนสนุกกลับไป เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องมีคละเคล้ากันไป ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ จึงขอให้ทุกท่านโปรดทำความเข้าใจตามนี้ด้วย

การอยู่ร่วมกันเป็นสังคมอย่างสงบสุข จำเป็นที่จะต้องนึกถึงใจเขาใจเราและเผื่อแผ่แบ่งปันกัน ดังนั้นเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย เวลาที่คุณได้รับโปรแกรมไปแล้ว กรุณาอ่านให้ละเอียดทั้งโปรแกรมการเดินทางและเงื่อนไขต่างๆ เพราะดิฉันมั่นใจว่าได้ระบุไว้อย่างชัดเจนแล้วในเงื่อนไขต่างๆ หากคุณพิจารณาแล้วเห็นว่าถูกใจคุณจึงค่อยทำการจองเข้ามา เพื่อไม่ให้เกิดข้อบาดหมางใจกันทีหลังนะคะ 

ดิฉันยืนยันได้ว่าถึงแม้อาจมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมในภายหลังบ้าง แต่จะไม่มีการตัดสถานที่ที่เคยระบุไว้ในโปรแกรมตั้งแต่แรกออก ยกเว้นเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ อย่างเช่น สถานที่นั้นไม่เปิดให้บริการแล้ว ดิฉันก็จำเป็นที่ต้องจัดสถานที่อื่นมาทดแทนให้ เรามีแต่จะเพิ่มสถานที่ให้คุณโดยไม่เพิ่มราคาแต่ประการใดค่ะ



สำหรับทริปที่เหลือของเราที่เปิดให้จองได้ในตอนนี้คือทริปพิเศษ คอนเสิร์ตลีมินโฮที่โซล ซึ่งเหลืออยู่เพียง 2 ที่สุดท้ายเท่านั้น 



และทริปซากุระ จินเฮ-ปูซาน-เคียงจู ที่ดิฉันขอยืนยันอีกเช่นกันว่าราคาที่จัดให้นั้นไม่แพงเกินไป เพราะเส้นทางนี้เป็นเส้นทางไม่ปกติ คุณสามารถไปเสิร์ชหาจากบริษัททัวร์ทั่วไปได้เลย เพราะดิฉันเป็นคนเขียนเส้นทางนี้เองกับมือ หรือจะนำราคาไปคิดคำนวณในกรณีที่คุณเดินทางเองก็ได้ ดิฉันรับรองได้ว่าคุณไม่สามารถไปได้ในงบประมาณเท่านี้ หากใครต้องการซื้อทริปนี้เป็นของขวัญปีใหม่ให้ตัวเองหรือครอบครัวก็ย่อมได้นะคะ ยังทันอยู่ เรามีโปรโมชั่นราคาพิเศษให้จนหมดเดือนนี้เท่านั้นค่ะ ติดต่อสอบถามกันเข้ามาได้ค่ะ  ท่านที่ทักทาย LINE เข้ามาเพื่อสอบถาม อยากถามอะไรก็เชิญถามได้เลยนะคะ ถ้าคุณทักมาแค่ว่าขอถามหน่อยแล้วหายไป ดิฉันก็ไม่รู้จะตอบอะไร เพราะคุณยังไม่ได้ถามอะไรค่ะ (???)







ไม่มีความคิดเห็น: