วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Review Trip “Seollal Festival”




สำหรับทริปซอลลัลของเราเดินทางไปและกลับมาโดยสวัสดิภาพเรียบร้อยทุกท่านนะคะ โดยเราเดินทางกันในวันที่ 30 ม.ค. – 3. ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากดิฉันติดธุระด่วนจึงไม่สามารถเดินทางพร้อมทุกท่านได้ แต่บินตามไปในวันรุ่งขึ้น ต้องขออภัยผู้ร่วมทริปของเราด้วยค่ะ

เนื่องจากเวลามีน้อยใช้สอยประหยัด คราวนี้การรีวิวจึงขอทำแบบย่อๆ โดยอาศัยภาพเล่าเรื่องแทนนะคะ แต่ก่อนอื่นขอสวัสดีปีใหม่เกาหลีและปีใหม่จีนกับทุกท่านด้วยลูกชุบรูปส้ม ของขวัญวันปีใหม่บนเที่ยวบินของการบินไทยค่ะ



ดิฉันเดินทางตามไปจึงใช้บริการของการบินไทยแบบไปทรานสิทที่ฮ่องกง และไปถึงกรุงโซลตอนดึกของคืนวันที่ 31 ม.ค. นำอาหารบนเครื่องมาฝากกันก่อนค่ะเพราะกินถึง 2 รอบเลยทีเดียว




ในทริปนี้เราพักที่กรุงโซลกันก่อนใน 2 คืนแรก โรงแรมที่พักคือ Seoul Star Hotel แถวกังนัมค่ะ โรงแรมนี้ดิฉันเคยพูดถึงแล้วจึงขอไม่พูดซ้ำอีก เป็นโรงแรมที่ค่อนข้างดี สะดวกสบาย อาหารเช้าก็ใช้ได้เลยทีเดียวค่ะ



ทริปนี้เรามีประชากรค่อนข้างหนาแน่นคือ 47 ท่าน จึงแบ่งรถเป็น 2 คัน มีหัวหน้าทัวร์ 2 คนและไกด์ 2 คนคอยดูแลทุกท่าน เรามีน้องพลอยและน้องอีฟ ประจำรถคันที่ 1 น้องแจงและน้องเต๋าประจำรถคันที่ 2 สำหรับโปรแกรมวันที่ 2 เราเริ่มต้นที่ MBC Dramia โรงถ่ายของค่าย MBC ละครส่วนใหญ่ของค่ายนี้ถ่ายทำที่นี่ค่ะ ตอนนี้ที่ถ่ายทำอยู่คือ Empress Ki แต่ในวันที่ไปเป็นวันหยุดของคนเกาหลีจึงไม่มีการถ่ายทำละคร ข้อดีก็คือเราสามารถเดินเข้าไปถ่ายรูปฉากที่ใช้ได้ ถ้ามีการถ่ายทำละครอยู่ สถานที่เหล่านี้จะถูกกั้นไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมค่ะ











ตามปกติทัวร์ทั่วไปมักพาคุณไปสวมชุดฮันบกถ่ายรูปที่โรงเรียนกิมจิ แต่กรุ๊ปเราเป็นกรุ๊ปไฮโซ เราจึงถ่ายชุดฮันบกกันที่ MBC Dramia เลยค่ะ เป็นชุดจากในละคร สวยงามอลังการ งานนี้เราจึงมีทั้งพระพันปี พระราชินี พระราชา ซังกุง และอื่นๆ อย่างเช่นอิป้าคนนี้อยากเป็น “แดจังกึม” เลยได้เข้าไปอยู่ก้นครัว เพราะฉากเหมาะกับชุดค่ะ ถ้าคุณไปเที่ยวเองและอยากถ่ายภาพชุดฮันบกที่นี่ต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างหากจากค่าเข้าชมนะคะ




จากนั้นเราไปกันที่วัดวาวูจองซาเพื่อร่วมทำบุญรับปีใหม่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตค่ะ 





หลังจากนั้นเราไปที่ Korean Folk Village ไปชมบ้านเรือนของคนเกาหลีสมัยโบราณกันค่ะ จากนั้นเราก็ไปที่ไร่สตรอเบอรี่ มีสตรอเบอรี่สดๆ หวานๆ ใส่ถ้วยไว้ให้ชิมกันด้วยค่ะ










หลังจากนั้นเป็นคิวของเอเวอร์แลนด์ แย่หน่อยที่ฝนตกหนัก เลยไม่ได้เก็บภาพอะไรมาฝากทุกท่าน ออกจากเอเวอร์แลนด์เรากลับเข้ากรุงโซลเพื่อไปเยี่ยมชมสถานที่ถ่ายทำ The Heirs ร้านกาแฟ Mango Six Café สาขาที่ใช้ถ่ายทำละครค่ะ ที่นี่ผู้จัดฯ จ่ายค่าเสียหายไปเกือบ 3 แสนวอน






ต้องบอกว่าเครื่องดื่มในร้านหรูที่กรุงโซลราคาค่อนข้างแพง อย่างเช่น กาแฟร้อนธรรมดาๆ ก็จะอยู่ที่ราวๆ 4-5 พันวอน น้ำปั่น อย่างน้ำมะม่วงปั่นที่เราเลี้ยงลูกทัวร์ในทริปนี้ราคาแก้วละ 6,200 วอน (1000 วอน = 30 บาทโดยประมาณ)

ให้เป็นความรู้นิดนึงนะคะสำหรับท่านที่อยากไปนั่งจิบกาแฟชิลๆ ในเกาหลี เวลาสั่งเครื่องดื่มที่นี่ เค้าจะให้เจ้าแผ่นกลมๆ นี่มา มันเรียกว่า “บัซเซอร์” ซึ่งเมื่อเครื่องดื่มของคุณเสร็จพร้อมเสริฟ มันจะสั่นพร้อมมีไฟสีแดงแวบๆ คุณก็เอาเจ้าแผ่นนี้ไปรับเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์ ไม่ต้องไปยืนเกาะเคาน์เตอร์รอเหมือนบ้านเรานะคะ



มาที่เรื่องอาหารการกินกันบ้างค่ะ สำหรับเมนูของวันที่ 2 คือ คาลบี หมูย่างเกาหลี กับไก่ตุ๋นโสม แก้หนาวค่ะ และในวันที่ 3 คือ บุลโกกิ กับจิมดัก ไก่ตุ๋นพะโล้ จานโปรดของทุกคนค่ะ ปิดท้ายด้วยชาบู ชาบู ก่อนกลับบ้าน  ในวันแรกเป็นทัคคาลบีกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ค่ะ ซึ่งดิฉันไม่ได้อยู่ด้วยเลยไม่มีภาพมาฝากนะคะ







ในคืนที่ 3 เราย้ายที่นอนไปพักกันที่สกีรีสอร์ท ที่ Vivaldi Park Ski Resort เป็นรีสอร์ทสำหรับครอบครัวจริงๆ ค่ะ ห้องพักเป็นสไตล์รีสอร์ท มีห้องครัวให้ด้วย ชั้นล่างของโรงแรม มีทั้งร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ มีของสดขาย คุณสามารถซื้อของไปทำกับข้าวกินเองได้เลยค่ะ เราไปถึงตอนดึกแล้ว จึงให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน และขึ้นไปถ่ายรูปด้านบนกันในเช้าวันรุ่งขึ้นก่อนกลับบ้านค่ะ ซึ่งลูกทัวร์ทุกท่านโพสต์ท่ากับหิมะกันแบบไม่กลัวหนาวเลยทีเดียว










ทริปนี้ต้องขอขอบคุณทีมงานจาก Travel Design Air เช่นเคยนะคะที่ช่วยดูแล ให้ความสนุกสนาน และอำนวยความสะดวกลูกทัวร์ของเราตลอดการเดินทาง หวังว่าทุกท่านจะกลับมาพร้อมความสุขใจและพลังเต็มเปี่ยมในการต่อสู้กับภารกิจในชีวิตกันต่อไปค่ะ



ชมภาพทั้งหมดได้ในอัลบั้ม Trip “Seollal Festival” ที่ 





สำหรับท่านที่อยากหลบหนีจากชีวิตประจำวันและไปชาร์จแบตให้กับตัวเองแบบนี้บ้าง เรายังมีอีก 2 ทริปรอคุณอยู่ คือทริปซากุระ ต้นเดือน เม.ย. และทริปโซรัคซาน ปลายเดือน ต.ค. อย่ารอช้าค่ะ รีบสมัครเข้ามาก่อนเต็ม

ทัวร์ของเราไม่ใช่ทำในเชิงการค้า แต่เหมือนเป็นการพาเพื่อนและครอบครัวไปเที่ยวด้วยกันมากกว่า ท่านที่เคยไปแล้วคงบอกได้ดีว่าเราไม่มีเน้นขายของบนรถ หรือคะยั้นคะยอกดดันให้ลูกทัวร์ต้องซื้อโน่น นี่ นั่น ที่เราจำเป็นต้องพาไปตามร้านค้าต่างๆ เพื่อช่วยประหยัดราคาค่าทัวร์ให้คุณเท่านั้น ดังนั้นทัวร์ของเราจึงกินดีอยู่ดีเหมือนทัวร์มาตรฐานทุกประการ เพียงแต่มีราคาที่ย่อมเยากว่าเท่านั้น สำหรับท่านที่สนใจรีบติดต่อสมัครเข้ามานะคะ เราเหลืออีกเพียง 2 ทริปเท่านั้นค่ะ

http://mmerosegarden.blogspot.com/2013/08/activity-trip-spring-blossom-2014-in.html
http://mmerosegarden.blogspot.com/2014/01/activity-trip-romantic-autumn.html




ไม่มีความคิดเห็น: