วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

[Interview] Song Seung Hun Wanted to Break Free From His Soft Image through ′Obsessed′




ปีนี้ดาราฮัลลิวหันไปแสดงหนังกันเยอะทำให้วงการหนังคึกคักขึ้นมาทีเดียว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่กำลังจะมีหนังออกฉายที่เกาหลี เร็วๆ นี้ก็เพิ่งมาประเทศไทยเพื่อถ่ายทำหนังและมาจัดแฟนมีตให้แฟนๆ ได้กรี๊ดกันไปนะคะ 

ซงซึงฮอน ถือเป็นดาราฮัลลิวรุ่นบุกเบิก ที่ช่วยทำให้คนหันมานิยมละครเกาหลี เชื่อว่าคุณๆ คงไม่มีวันลืมเขาในบท “พี่ชาย” จากละครเรียกน้ำตา Autumn in My Heart ทำให้เมืองซกโชกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของฤดูใบไม้ร่วง จะได้ฟินกับบรรยากาศโรแมนติกแบบในละคร มาดูบทสัมภาษณ์ของเขากันนิดนึงแล้วกันนะคะว่าเขาพูดถึงหนังเรื่อง Obsessed นี้ว่ายังไงบ้าง นี่เป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของเขา เพราะเป็นหนังเรตอาร์เรื่องแรกที่เขาแสดงค่ะ แต่สำหรับเราคงต้องรอดีวีดีสถานเดียวค่ะ ละครเรตแบบนี้คงยากที่จะได้ฉายในเมืองไทย





ซงซึงฮอนเปิดใจเกี่ยวกับการพลิกบทบาทในรอบ 17 ปีของเขานับตั้งแต่เขาเข้าสู่วงการ

ในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขา Obsessed ที่กำลังจะฉาย ซงซึงฮอนกล่าวในการสัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้ว่า “เหตุผลสำคัญที่ผมตัดสินใจรับแสดง Obsessed ก็เพราะเป็นผลงานของผู้กำกับคิมแดวู เขาเป็นผู้กำกับที่จับอารมณ์ของผู้คนได้ดี และผมสงสัยมาตลอดว่าเขาเป็นคนแบบไหน”

เขากล่าวเสริมว่า “ตอนผมได้พบเขาครั้งแรก ผมรู้สึกเหมือนว่าเชื่อใจเขาได้ ผมอาจคิดนานกว่านี้หากไม่มีความเชื่อใจนี้ ผมยังติดใจกับตัวละคร คิมจินพยอง ผมตัดสินใจแสดงเพราะต้องการแสดง คนมากมายสนใจไปที่ฉากเปลือย แต่มันเป็นความท้าทายสำหรับผมที่จะแสดงความเป็น คิมจินพยอง ออกมา”

ในภาพยนตร์ ซงซึงฮอนจะแสดงเป็น ผู้พันคิมจินพยอง ซึ่งได้รับความนับถือจากทุกคนเพราะความกล้าหาญและความเป็นผู้นำของเขาในสงครามเวียตนาม แต่ฐานะเขาต้องสั่นคลอนเมื่อมีรักต้องห้ามกับภรรยาของผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเอง




“ความคิดที่ต้องตกหลุมรักภรรยาของลูกน้องตัวเองเป็นเรื่องใหม่สำหรับผม ผมไม่เคยมีประสบการณ์แบบนั้นในชีวิตรักของผมมาก่อน” ซงซึงฮอนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ผมอยากท้าทายตัวเองในอะไรที่ใหม่ๆ และผมคิดว่าสามารถแสดงอีกด้านในตัวผมให้ผู้ชมได้เห็น”

เขากล่าวต่อว่า “มันไม่ใช่ความรักที่บริสุทธิ์อ่อนหวานอย่างแน่นอน แต่มันก็เน้นไปที่ความรู้สึกรักมากกว่าฉากเปลือย ถึงแม้คิมจินพยองจะแต่งงานแล้ว แต่รักแรกของเขาคือภรรยาของลูกน้องของเขาคนนี้ และรักนั้นเป็นรักต้องห้าม นั่นมันน่าเจ็บปวดไม่ใช่หรือ? มีความเศร้าอยู่ในหนังเรื่องนี้มากกว่าเรื่องอื่นๆ นั่นจึงโดนใจผม และผมคิดว่าผู้ชมก็จะเห็นด้วย”

อย่างไรก็ตาม ช่วยไม่ได้ที่ความสนใจจะไปอยู่ที่ฉากเปิดเผยเนื้อตัวของซงซึงฮอนในภาพยนตร์ เขาเป็นที่รู้จักว่ามีเรือนร่างที่สวยนับตั้งแต่เข้าวงการ

ซงซึงฮอนกล่าวอย่างอายๆ ว่า “แน่นอนที่ตอนแรกผมลังเล แต่ผมคิดว่าผมทำได้เพราะวัยของผมตอนนี้ ผมคงไม่ทำแบบนี้ตอนอายุ 20 ผมไม่มีความมั่นใจและไม่มีประสบการณ์ และตอนนั้นผมคงเสียใจถ้าทำลงไป”



“อายุผมตอนนี้ผ่าน 30 ปีมาแล้ว ผมเริ่มอยากที่จะฉีกภาพลักษณ์ที่ผมมีมาตลอด” นักแสดงหนุ่มกล่าว “ความกระหายที่อยากเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหลังจากผมปลดประจำการ โดยไม่รู้ตัวเลย ผมเลือกงานและแสดงอยู่ในขอบเขตที่ผมตั้งไว้ให้กับตัวเอง และชั่วขณะหนึ่ง กำแพงที่ผมสร้างไว้ให้กับตัวเองกลับรู้สึกเหมือนกรงขัง รุ่นพี่หลายคนชอบบอกผมว่า “นายต้องลองแสดงบทที่แตกต่างไป” และผมมักพูดว่า “ครับ ผมจะลอง” แต่ผมคิดว่าผมยังย่ำอยู่จุดเดิมมาตลอด”

ซงซึงฮอนทำในส่วนของเขาแล้วในการพยายามเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ หลังจากภาพของหนุ่มแสนซื่อ อ่อนโยน ใจกว้าง จาก Autumn in My Heart และ Summer Scent ซงซึงฮอนรับงานที่พลิกบทบาทของเขา แต่ปัญหาก็คือซงซึงฮอนแบกภาพ “หนุ่มนุ่มนวล” ไปกับเขาด้วยไม่ว่าเขาจะแสดงบทไหนก็ตาม

“มันไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ผมมีความสุขกับมัน มันเป็นภาพลักษณ์ที่คนอื่นโหยหาแต่พวกเขาไม่มี” ซงซึงฮอนกล่าว “แต่เมื่อผมเห็นรุ่นพี่บางคนแสดงบทที่แตกต่างไป ผมก็อยากลองทำบ้าง แต่หลายคนตัดผมออกไปเพราะคิดว่า “ซงซึงฮอนไม่เหมาะกับบทนั้น” มันจึงไม่ใช่สิ่งที่ดีนักสำหรับนักแสดง ผมอยากหนีให้พ้นและสลัดให้หลุดจากภาพลักษณ์ของผม”

แล้วเขารู้สึกยังไงบ้างหลังจากได้พลิกบทบาทผ่านตัวละคร คิมจินพยอง?

“มันเป็นเรื่องดีที่ผมยังอยู่ในวัย 30 จริงๆ แล้วผมอยากถ่ายทำอะไรแบบนี้ขณะที่ผมยังหนุ่มอยู่” เขากล่าว “ตอนนี้ผมถ่ายทำ Obsessed จบแล้ว ผมโล่งอกมากกว่าที่เคยที่ทำงานนี้จนเสร็จ มันรู้สึกเหมือนผมได้ปลดภาระที่แบกมานาน 10-15 ปีในฐานะนักแสดง ผมรู้สึกมั่นใจมากพอที่จะรับบทบาทอะไรก็ได้ในตอนนี้”




Obsessed เป็นภาพยนตร์แนวเมโลดราม่า มีฉากอยู่ในช่วงปลายสงครามเวียตนามในปี 1969 เป็นความรักที่หลบซ่อนและต้องห้ามภายในครอบครัวนายทหาร ภาพยนตร์จะออกฉายในเกาหลีวันที่ 14 พ.ค. นี้


Photo credit: NEW

ไม่มีความคิดเห็น: