วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

[Trans] Lee Min Ho in High Cut Vol. 137





Source : High Cut Vol.137 
Thai Translation : Madame Rose ( http://mmerosegarden.blogspot.com ) 
***PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDITS. THANKS. ***


HC : นานมากแล้วนับตั้งแต่ The Heirs จบไปต้นปีนี้ 

LMH : ผมถ่ายทำ The Heirs เสร็จเดือน ธ.ค. ช่วงนี้ชีวิตผมยุ่งมากกับการออกทัวร์ ถ่ายทำโฆษณา และร่วมงานอีเว้นต์ต่างๆ คนส่วนใหญ่นอกจากแฟนๆ ของผม คงคิดว่าผมไม่ได้ทำงาน เพราะผมไม่ได้ปรากฏตัวในที่สาธารณะหรือบนจอ 

HC : คุณเล่นบทนำครั้งแรกบนจอภาพยนตร์ใน Gangnam1970

LMH : ผมเลือกที่จะเล่นหนังเพราะอยากทำงานที่ได้ใช้ความสามารถทางการแสดงด้วยการแสดงด้านต่างๆ ของผมในฐานะนักแสดง คนรอบตัวบอกผมว่าสุดท้ายแล้วผลจะออกมาดี ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ ผมสามารถแสดงด้านใหม่ๆ ของตัวผมเองที่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน (เป็นด้านมืด ดำมืดดด นอกจากหนังจะบรรยากาศมืดแล้ว คนแสดงก็มืดด้วย) 
 

HC : คุณกลับสู่จอใหญ่อีกครั้งหลังจาก 6 ปีใน Our School’s ET รู้สึกยังไงบ้าง?

LMH : ผมสนุกกับการถ่ายทำมากเพราะไม่ได้ทำมานานแล้ว ตอนผมถ่ายทำ Our School’s ET ผมไม่ประสีประสาอะไรเลย ผมแค่แสดงไปตามบท ผมไม่ได้ใส่ใจอย่างอื่นเลยนอกจากฉากของผม ตอนนี้ผมได้เห็นว่าในกองถ่ายเป็นยังไง ระบบทำงานกันยังไง ทั้งกระบวนการน่าพอใจมากสำหรับผมเพราะระดับความใส่ใจและการร่วมงานต่างไป คุณรู้สึกสบายใจที่จะทำงานหนังมากกว่าเมื่อเทียบกับละคร เพราะถูกกดดันเรื่องเวลาน้อยกว่า (ละครเกาหลีถ่ายทำไปออกอากาศไป ต้องเร่งรีบมากนะคะ บางทีนักแสดงถึงกับไม่ได้หลับได้นอนเลย) ผมนึกอยากแสดงแต่หนังถ้าสถานการณ์เอื้ออำนวย (สถานการณ์การเงินในกระเป๋าสินะ) ผมล้อเล่นน่ะครับ ที่จริงผมอยากเล่นละครในปีหน้าครับ



HC : คุณใช้เวลานานทีเดียวเพื่อเตรียมตัวแสดงหนัง คุณคิดว่าผลที่ออกมาจะน่าพอใจมั้ย? 

LMH : ที่จริงผมถูกเลือกให้แสดง Gangnam1970 ก่อนจะเริ่มถ่ายทำ The Heirs ซะอีก ผู้กำกับยูฮารอให้ผมถ่ายละครจบก่อน ผมต้องทุ่มเทเต็มที่เพื่อเป็นการตอบแทนความใส่ใจของเขา แต่ผมก็เสียใจที่ตารางงานของผมแน่นเกินไป Gangnam1970 เป็นหนังที่เน้นคุณภาพและเนื้อหามากกว่าความสำเร็จบนบ๊อกซ์ออฟฟิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังได้เรต NC-17 (ไม่เหมาะสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี แปลว่ากลุ่มผู้ชมถูกจำกัดให้น้อยลง โอกาสติดบ๊อกซ์ออฟฟิศก็น้อยตามไปด้วย นอกจากว่าแฟนๆ ต่างชาติจะแห่กันไปช่วยดูที่โรงในเกาหลี ) ถ้าได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดี นั่นถือว่าเป็นความสำเร็จแล้ว

HC : ในหนังคุณแสดงเป็น จองแด คนที่ไขว่คว้าความสำเร็จ ช่วยอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับตัวละครของคุณหน่อยได้มั้ย? 

LMH : จองแดเป็นชายหนุ่มในวัย 20 ที่ต้องการมีชีวิตที่ดี เขาไม่ได้เกิดมาเป็นพวกนักเลงหรือระรานชาวบ้าน ผู้กำกับรู้สึกว่าผมเหมาะกับบทนี้ ผมคิดว่าคุณจะเห็น “จองแดที่มีความเป็นมินโฮมากๆ” 


HC : เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่คุณเล่นบทโหดๆ หลังจาก ลียุนซอง ในซิตี้ฮันเตอร์ 

LMH : ระหว่างถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ผมพยายามไม่คิดถึงการเล่นบทโหดมากเกินไป จองแดมีเหตุผลที่ทำตัวแบบนี้ และผมคิดว่าทำให้ดูแมนได้มากพอถ้านำเสนอตัวละครนี้ให้ดี ผมคิดว่าถ้าแสดงโดยคิดถึงจิตใจที่แตกสลายของเขา และพยายามเข้าใจมันเพื่อจะได้เข้าถึงบท ผมจะสามารถนำเสนออารมณ์ความรู้สึกนั้นสู่ผู้ชม ถ้าผมแสดงให้เห็นความต้องการหลุดพ้นจากความยากจนและมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมจะทำให้เขาดูเป็นผู้ชายที่ต้องแข็งแกร่งและโหด 



HC : นี่เป็นหนังนักเลงข้างถนนเรื่องที่ 3 ของผู้กำกับยูฮาหลังจาก Once Upon A Time in High School และ A Dirty Carnival มันทำให้คุณรู้สึกหนักใจมั้ยที่ต้องเดินตามรอยควอนซังวูและโจอินซอง ซึ่งเป็นดาราดังในตอนนั้น? 

LMH : เวลาผมทำงานแสดง ผมมักจะหนักใจกับความตั้งใจที่จะทำมันให้ดี ผมรู้สึกหนักใจเสมอไม่ว่าตอนเป็นดาราใหม่หรือแสดงแค่บทเล็กๆ ตอนนี้ผมยิ่งรู้สึกกดดันและรับผิดชอบมากขึ้น เพราะผมพยายามจำใส่ใจไว้ว่าผมต้องทำงานให้สมบูรณ์แบบที่สุด

HC : มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเป็นพิเศษมั้ยที่คุณจำได้ระหว่างการถ่ายทำ?

LMH : หน้าของจองแดจะต้องดูคมสันตลอดเวลา แต่หน้าของผมบวมง่าย ครั้งหนึ่งหน้าของผมบวมมาก (ขึ้นอืด) เพราะว่ากินมื้อดึกก่อนนอนคืนก่อนหน้านั้น ซึ่งสุดท้ายจึงต้องเลื่อนการถ่ายทำออกไป ผมเป็นคนกลางคืน ผมจึงมักเจริญอาหารตอนดึกๆ 

HC : แสดงร่วมกับคิมแรวอนเป็นยังไงบ้าง?

LMH : ที่จริงเราไม่ได้เข้าฉากด้วยกันมากนัก ในฉากที่เราได้เจอกัน ผมรู้สึกได้ถึงความเชี่ยวชาญของคิมแรวอนจากประสบการณ์ของเขาและพลังในการแสดงอารมณ์ออกมา

HC : พลังของลีมินโฮยิ่งใหญ่มากทั้งในบ้านและนอกบ้าน 

LMH : สำหรับผมมันคือความรู้สึกเดียวกัน ตอนผมได้เจอกับแฟนๆหรือตอนเดินไปตามถนน ผมถึงตระหนักว่าผมเป็นคนดัง ผมคิดว่าความดังของผมยังเท่าเดิมนับตั้งแต่ Boys Over Flowers ผมได้รู้ว่าผมดังแค่ไหนจากคนที่ผมทำงานด้วย 




HC : “ลีมินโฮฟีเวอร์” ระบาดไปทั่วเอเชีย โดยเฉพาะในจีน คุณคิดว่าอะไรคือเคล็ดลับของชื่อเสียงคุณ?

LMH : ผมยกประโยชน์ชื่อเสียงของผมให้กับพลังของตัวละครและเนื้อหาของละคร ผมสร้างชื่อจากการแสดงใน Boys Over Flowers และโชคดีที่การแสดงของผมได้รับการตอบรับที่ดีว่าผมเหมาะกับบทกูจุนพโย ซิตี้ฮันเตอร์ฮิตมากในจีน แล้วผมก็ไปถึงจุดสูงสุดของอาชีพใน The Heirs ผมอยากนำเสนอสิ่งที่ผมรู้สึกจากการอ่านสคริปต์ นำเสนอสิ่งเหล่านั้นไปสู่ผู้ชมอย่างมีประสิทธิภาพ ความจริงใจเหล่านั้นให้ผลลัพธ์ที่ดี และผมคิดว่าคนรักผมเพราะเหตุนั้น 

HC : คุณถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งใน 4 ราชาฮัลลิวรุ่นใหม่ร่วมกับ คิมซูฮยอน, คิมวูบิน, และลีจงซอก 

LMH : ผมไม่คิดว่ามันดีสำหรับพวกเราทุกคนที่จะผูกติดตัวเองกับภาพลักษณ์เดียว พวกเราแต่ละคนมีทิศทางของตัวเองในการเป็นนักแสดง ผมเกรงว่าภาพลักษณ์ของเราจะถูกผูกติดกับการเป็นดาราฮัลลิว แต่มันก็เป็นเรื่องดีและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักแสดงรุ่นน้องที่จะทุ่มเทเพื่อสร้างสรรค์ภาพลักษณ์ใหม่ๆ เพื่อเชื่อมโยงสู่วัฒนธรรมเกาหลี 

HC : คุณอายุ 28 แล้ว ซึ่งสมควรแก่เวลาที่จะมีความรัก คุณได้เจอใครบางคนหรือยัง? 

LMH : ผมไม่มีเวลาที่จะสร้างความสัมพันธ์และสนใจเรื่องความรัก บอกตรงๆ นะครับผมก็อยากมีความรัก แต่ถ้าตอนนี้ผมมีแฟน รู้สึกว่าคงเป็นความรักช่วงสั้นๆ หรือเป็นการคบหากันแบบไร้ความหมายมากกว่าจะเป็นรักแท้ ผมจะได้พบความรักของผมแน่เมื่อผมสามารถใส่ใจกับมันได้อย่างเต็มที่

HC : คุณจะเปิดเผยความสัมพันธ์มั้ยหากคุณพบรักแท้ของคุณ?

LMH : ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตอนนั้นครับ ผมเป็นคนที่อยู่กับความจริง เป็นคนที่ปรับตัวไปตามเหตุการณ์ ถ้าสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับผมตอนอายุ 30 ขึ้นไปแล้ว ผมคิดว่าคงจะเปิดเผยได้ แต่ตอนนี้ ไม่มีทางครับ (หมายความว่า...ตอนนี้ถึงมีผมก็ไม่บอก อย่าถามซะให้ยาก ) 

HC : ปีนี้มีหนังดีๆ ออกมาหลายเรื่อง คุณมีหนังที่ประทับใจเป็นพิเศษมั้ย?

LMH : The Fault in Our Stars ครับ ผมไม่ได้ดูตอนฉายในโรง แต่ดูจากวีดีโอระหว่างรอเข้าฉากครับ สำหรับหนังเกาหลี ผมชอบ The Pirates ครับ (แสดงโดยซอนเยจินกับคิมนัมกิล) 




HC : 8 ปีแล้วนับตั้งแต่คุณเดบิวต์ อะไรคือปรัชญาการแสดงของคุณ? 

LMH : ผมไม่มีอะไรดีพอที่จะเรียกว่า “ปรัชญา” ผมเองก็แสดงไม่เก่งนัก ผมแค่พยายามแสดงด้วยความจริงใจมาตลอด ผมรู้ว่านักแสดงถูกตัดสินด้วยการแสดงที่ทำให้ผู้ชมเชื่อ ตราบใดที่ผมแสดงด้วยความจริงใจ ถึงแม้ทางด้านเทคนิคผมจะแย่ก็ตาม ผมจะสามารถเอาชนะใจผู้ชมและเข้าถึงจิตใจของพวกเขาได้ 

HC : ประวัติการแสดงของคุณเต็มไปด้วยผลงานมากมาย ทั้ง Boys Over Flowers, Personal Taste, City Hunter, The Great Doctor และ The Heirs เรื่องไหนที่คุณรู้สึกผูกพันด้วยที่สุด?

LMH : Boys Over Flowers ครับ มันสร้างชื่อเสียงให้ผมและยกระดับงานแสดงของผม ผมจึงรักมันมากเป็นพิเศษ และไม่มีวันลืมบทแจ้งเกิดของผม 

HC : ปี 2014 เหลืออีกเพียง 2 เดือนเท่านั้น คุณมีแผนอะไรเพื่อปิดท้ายปีนี้?

LMH : คิวงานของผมแน่นเอียดไปจนถึงเดือนธันวาคมกับการทัวร์รวมทั้งการถ่ายโฆษณา ผมยังมีคิวไปโปรโมตหนังตั้งแต่เดือน ธ.ค. ถึง ม.ค. ปีหน้า หวังว่าผมจะได้ทำงานแสดงอีกสัก 2 งานในปีหน้า งานหนึ่งคือหนัง และอีกงานคือละครครับ

 

ไม่มีความคิดเห็น: