วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

[Review] Singapore Trip – Fullerton Hotel




สำหรับช่วงวันหยุดที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวสิงคโปร์ ประเทศอาเซียนเพื่อนบ้านของเรา จึงเก็บเกี่ยวเรื่องราวน่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังเช่นเคยค่ะ

ประเทศสิงคโปร์ หรือสาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นเกาะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของคาบสมุทรมาเลย์ เคยผ่านการปกครองโดยหลายชนชาติเนื่องจากอยู่ติดทะเลเข้าถึงได้ง่าย แต่อยู่กับอังกฤษนานที่สุด สถาปัตยกรรมและสิ่งปลูกสร้างจึงมีร่องรอยของยุคอาณานิคมค่อนข้างมาก แม้แต่ภาษาทางราชการก็เป็นภาษาอังกฤษ แต่ภาษาอังกฤษของคนสิงคโปร์มีเอกลักษณ์ของตัวเองที่เรียกว่า Singlish มีทั้งแบบฝรั่งปนแขกและฝรั่งปนจีน อาจฟังยากสักหน่อยนะคะ เพราะบนเกาะสิงคโปร์มีทั้งสองชนชาตินี้อาศัยปะปนอยู่มาก ปัจจุบันสิงคโปร์ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุข เป็นประเทศที่อาจไม่มีธรรมชาติสวยงามแบบของเรา แต่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว จึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว

สำหรับรีวิวแรกของเราขอเริ่มกันที่โรงแรมก่อนนะคะ เพราะส่วนใหญ่รีวิวที่พักในสิงคโปร์มักเป็นที่พักแบบราคาประหยัด อยู่ในย่านออร์ชาร์ดหรือไชน่าทาวน์ หาอ่านรีวิวเกี่ยวกับโรงแรม 5 ดาวริมอ่าวมารีน่าได้ยากเต็มที คราวนี้ดิฉันมีโอกาสได้ไปพักในย่านนี้เพราะต้องการความสงบมากกว่าใกล้แหล่งช้อปปิ้ง จึงขอเอามารีวิวไว้ตรงนี้เผื่อท่านใดมีงบมากพอและอยากนอนแบบสบายๆ หรูๆ บ้างจะได้ช่วยในการตัดสินใจได้นะคะ



โรงแรมที่ดิฉันไปพักคราวนี้คือ โรงแรมฟุลเลอร์ตัน (Fullerton Hotel) โรงแรมระดับ 5 ดาวตั้งอยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ติดอ่าวมารีน่า ฟุลเลอร์ตันเป็นอาคารเก่าจากยุคอาณานิคม ตั้งชื่อตามนายโรเบิร์ต ฟุลเลอร์ตัน ผู้ว่าการคนแรกที่ปกครองเกาะสิงคโปร์ในยุคอาณานิคมช่องแคบ (Straits Settlements) ที่นี่เคยเป็นส่วนหนึ่งของป้อมปราการและต่อมากลายเป็นที่ทำการไปรษณีย์ใหญ่ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยใช้เป็นโรงพยาบาล และกลายเป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ของกองทัพญี่ปุ่นเมื่อญี่ปุ่นบุกยึดสิงคโปร์ (นี่อาจเป็นสาเหตุที่รอดจากการบอมบ์มาได้)



ฟุลเลอร์ตันเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิค มีความหรูหราตามแบบยุโรป ช่วงเวลาที่พักอยู่นั้นดิฉันเห็นได้ว่ามีคนนิยมมาจัดงานแต่งงานกันที่นี่เพราะมีงานที่ห้องจัดเลี้ยงทุกวัน




ด้านหน้าโรงแรมมีสถานที่สำคัญจากประวัติศาสตร์คือสะพาน Cavenagh เป็นสะพานแขวนแห่งแรกและแห่งเดียวของเกาะสิงคโปร์ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1870 และรอดพ้นจากการบอมบ์มาได้ ปัจจุบันใช้เป็นสะพานคนเดินเท่านั้น (ส่วนใหญ่มีแต่คนไปถ่ายรูป) ห้ามยานพาหนะสัญจรผ่านค่ะ (เก่ามากอ่ะนะ มันจะพังเอา) และบนริมฝั่งแม่น้ำยังมีประติมากรรมสวยๆ มากมาย หากคุณนั่งเรือล่องแม่น้ำสิงคโปร์ หรือ Bumboat จะแล่นผ่านสะพานนี้และโรงแรมฟุลเลอร์ตันด้วยค่ะ





กลับเข้ามาในโรงแรมกันค่ะ ล๊อบบี้โรงแรมตกแต่งสวยงาม ช่วงนี้เป็นบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสนะคะ การจองโรงแรมนี้ก็ไม่ยากสามารถจองผ่าน Agoda ได้ และนำ voucher มายื่นที่เคาน์เตอร์ตอนเช็คอิน โรงแรมจะขอเก็บค่ามัดจำ 200 SGD เพื่อเป็นประกันไว้ หากตอนเช็คเอ้าท์คุณไม่ทำความเสียหายใดๆ แก่ข้าวของในห้องพักก็จะได้เงินมัดจำคืนค่ะ





ทีนี้ขึ้นไปที่ห้องพักกันนะคะ ตามมาตรฐานโรงแรม 5 ดาวทั่วไปค่ะ เวลาขึ้นลิฟต์ต้องใช้คีย์การ์ดของคุณเพื่อกดเลขที่ชั้นในลิฟต์ เป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับแขกที่เข้ามาพักค่ะ หากคุณไม่ใช่แขกที่พักชั้นนั้นๆ จะขึ้นไปไม่ได้ รวมถึงคลับเฮ้าส์ที่ใช้สำหรับกินมื้อเช้าซึ่งอยู่บนชั้น 4 ด้วยค่ะ เข้าได้เฉพาะแขกโรงแรมเท่านั้น

ดิฉันพักที่ชั้น 6 ห้องที่พักเป็นโซนคอร์ทยาร์ด มองออกไปเห็นวิวอาคารในดาวน์ทาวน์ค่ะ ซึ่งเงียบสงบดี ถ้าเป็นวิวมารีน่าอาจจะอึกทึกหน่อยตอนแสดงโชว์ของมารีน่าเบย์แซนด์ซึ่งมีทุกคืนค่ะ







สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพักมีครบครันนะคะ ชา-กาแฟ ชงดื่มได้ฟรี มีน้ำเปล่าให้ 2 ขวด มินิบาร์ถ้าหยิบกินก็จ่ายตังค์ค่ะ ทีวีมีความเก๋ไก๋คือพอเปิดทีวีปุ๊บจะมีชื่อเราขึ้นบนจอด้วยค่ะ ทีวีมีช่องหลากหลายและหลายภาษา มีทั้ง CNN BBC KBS (เกาหลี) CCTV (จีน) TV5 (ฝรั่งเศส) เป็นต้นค่ะ





ตู้เสื้อผ้ามีเตารีดให้ด้วย ห้องน้ำมีประตูสองฝั่งคือฝั่งทางเดินเหมือนทั่วๆ ไป และฝั่งห้องนอนซึ่งอยู่ใกล้เตียง คุณสามารถลุกมาเข้าห้องน้ำตอนดึกๆ ได้สะดวกสบายค่ะ ของมีค่าสามารถเก็บในตู้เซฟได้ค่ะ ที่นี่แม่บ้านขยันขันแข็งมากมาทำห้องถึง 2 รอบต่อวันเลยทีเดียว









มาดูอาหารเช้ากันบ้างค่ะ ที่มารีวิวไว้ตรงนี้เพราะมื้อเช้ามาพร้อมห้องพักนะคะ มื้อเช้าไม่แออัดยัดเยียดเพราะแบ่งโซนแขกค่ะ ของเรากินที่ชั้น 4 ในห้องคลับรูมค่ะ บรรยากาศสบายๆ ส่วนใหญ่เป็นแขกฝรั่งค่ะ มีจีน ญี่ปุ่น เกาหลีบ้าง แต่แบบสุภาพค่ะ ไม่เอะอะโวยวาย

ไลน์บุฟเฟ่ต์ไม่ใหญ่โตอลังการนะคะ แต่มีครบครันค่ะ ทั้งไส้กรอก แฮม ขนมปังแบบต่างๆ และมีซาลาเปาด้วย นอกจากนั้นยังมีบักกุ๊ดเต๋ และโจ๊กด้วยค่ะ โจ๊กที่นี่จะแปลกกว่าบ้านเรานะคะเพราะจะเป็นโจ๊กขาวๆ เพียวๆ ไม่มีเครื่อง แต่จะมีเครื่องเคียงเป็นพวกถั่ว ผักดอง หมูหยอง วางไว้ข้างๆ ตักใส่โจ๊กกันตามอัธยาศัยค่ะ แต่ไม่มีขิงกับหอมซอยนะคะ นอกจากนั้นก็จะเป็นพวกขนมเบเกอรี่ สลัด และผลไม้ มีคอร์นเฟลค นม น้ำผลไม้ตามปกตินะคะ แต่ที่พิเศษคือมีแชมเปญเสริฟด้วยค่ะ (ยามเช้านี่แหละ)










สำหรับพวกไข่จะไม่ทำตั้งไลน์บุฟเฟ่ต์นะคะ เพื่อให้ร้อนอร่อย คุณสั่งได้กับพนักงานค่ะ จะเป็นไข่ดาว ออมเล็ต ไข่คน มีให้ครบทุกแบบค่ะ รวมถึงชา-กาแฟด้วยค่ะ สั่งกับพนักงานได้เลย บนโต๊ะจะตั้งเครื่องปรุงเช้าไว้ซึ่งมีพวกน้ำตาล ครีม แยม และเนยค่ะ ไม่ต้องหาหยิบจากไลน์บุฟเฟ่ต์นะคะ มีตั้งไว้บริการทุกโต๊ะค่ะ สำหรับรสชาติอาหารที่นี่ถือว่าดีทีเดียวค่ะ



นอกจากมื้อเช้าแล้ว สิทธิประโยชน์ของแขกห้องพักยังมี Afternoon Tea และ Evening Cocktail ด้วยค่ะ ซึ่งบริการให้ฟรีๆ ที่คลับรูมที่นี่เช่นกันค่ะ

มาเริ่มที่ Afternoon Tea กันนะคะ จะเป็นพวกเบเกอรี่ค่ะ ของกินเล่นต่างๆ ถั่ว ผลไม้ ประมาณนี้ค่ะ มีชา-กาแฟให้สั่งได้เช่นกันค่ะ ชามะนาวแบบเย็นก็มีด้วยนะคะ Afternoon Tea จะเริ่มเวลาบ่าย 3 โมงครึ่งของทุกวันค่ะ





สำหรับ Evening Cocktail จะเริ่มเวลา 5 โมงครึ่ง เป็นพวกซุป ติ๋มซำ Tapas ซูชิ และของกินเล่นต่างๆ ซึ่งแต่ละวันจะเปลี่ยนไปค่ะ ไม่ซ้ำเดิม ยกเว้นพวกผลไม้และขนมที่จะคล้ายๆ กันทุกวัน ที่พิเศษก็คือมีแชมเปญเสริฟอีกแล้วค่ะท่าน (เมากันทั้งวัน) ที่บอกว่าอาหารที่นี่รสชาติดีเพราะเชฟที่นี่ทำอาหารได้ดีทีเดียว ตามปกติดิฉันไม่ชอบกินเนื้อแกะเพราะมันฉุนมาก แต่ที่นี่ทำเป็นของว่าง คือเคบับแกะ คลุกเครื่องเทศจนหอม ราดด้วยซอสมิ้นต์ ข่มความฉุนของเนื้อแกะได้ดีทีเดียวค่ะ





 
สิ่งที่ดีสำหรับโรงแรมนี้อีกอย่างก็คือสามารถเดินไปเมอร์ไลอ้อนและริมอ่าวมารีน่าได้อย่างสะดวกสบายด้วยทางเชื่อมจากตัวโรงแรมไปถึงหน้าอ่าวเลยค่ะ ทางเชื่อมนี้สร้างลอดใต้ถนนเรียกว่า underway เริ่มจากใต้โรงแรมที่เราพักนี่เอง มีทางเดินแสนสวยสะดวกสบาย มีบันไดเลื่อนและทางเลื่อนให้ตลอดทาง ไปจนถึงหน้าอ่าวตรง One Fullerton ค่ะซึ่งเป็นสาขาของฟุลเลอร์ตันนี่เอง คุณสามารถเดินชมอ่าว ถ่ายรูปกับเมอร์ไลอ้อนพ่นน้ำ แวะจิบกาแฟที่สตาร์บัคส์สาขาวันฟุลเลอร์ตัน หรือแม้แต่นั่งกินซีฟู้ดริมอ่าวและรอชมโชว์บนอ่าวมารีน่าได้อย่างสบายๆ เลยค่ะ

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวจากฟุลเลอร์ตันก็แสนสะดวกด้วยสถานีรถไฟใต้ดิน MRT Raffles Place ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม จากสะพานที่เห็นในตอนต้นเดินเลียบตึกธนาคารไปเรื่อยๆ ก็จะถึงสถานีรถไฟใต้ดิน ไปเที่ยวไหนต่อไหนได้อย่างสะดวกสบายค่ะ







 
ก่อนกลับบ้านดิฉันยังได้เจ้าหมีน้อยฟุลเลอร์ตันน่ารักนี้กลับมาเป็นของขวัญด้วย ตามปกติแล้วเจ้าหมีน้อยไปรษณีย์นี้จะมีตั้งอยู่ในทุกห้องให้คุณซื้อหากลับบ้านเป็นที่ระลึกได้ ราคาตัวละ 22 SGD รายได้นำเข้าการกุศลนะคะ แต่เจ้าตัวนี้ดิฉันได้กลับมาฟรีๆ เป็นของขวัญวันเกิดจากทางโรงแรม ถ้าคุณอยากได้บ้างคงต้องเลือกไปพักในวันเกิดของคุณ หรือไม่ก็ซื้อกลับมานะคะ






สำหรับฟุลเลอร์ตันถือว่าสมควรกับคำว่า 5 ดาว ทั้งทำเลที่ตั้ง สภาพโรงแรม และการบริการค่ะ


หมายเหตุ รีวิวทั้งหมดในบล็อกนี้จากประสบการณ์ส่วนตัวและความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิได้รับอามิสสินจ้างใดๆ จากการเขียนทั้งสิ้น ดีก็บอกว่าดี ไม่ดีก็บอกว่าไม่ดี ไม่ได้เกิดจากอดติใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ

ไม่มีความคิดเห็น: