วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

[Review] Singapore Trip – Lunch Buffet @ Rise, Marina Bay Sands




ยังคงอยู่ที่อาหารการกินนะคะ วันนี้เราย้ายที่กินบ้าง ไปชิมบุฟเฟ่ต์ในโรงแรมที่หรูที่สุดของสิงคโปร์ค่ะ มารีน่าเบย์แซนด์

มารีน่าเบย์แซนด์ เป็นโครงการอภิมหาอลังการของสิงคโปร์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่บนอ่าวมารีน่า โดดเด่นด้วยรูปทรงของตึกใหญ่ 3 ตึกและมีรูปร่างคล้ายเรืออยู่ด้านบน ซึ่งด้านบนที่เป็นรูปเรือนั้นมีจุดชมวิวที่สูงที่สุด เรียกว่า สกายพาร์ค ต้องเสียค่าขึ้นไปชม และมีสระว่ายน้ำที่สูงที่สุดในโลกซึ่งให้บริการเฉพาะแขกของโรงแรมเท่านั้น นอกจากนั้นมารีน่าเบย์แซนด์ยังมีช้อปปิ้งเซ็นเตอร์สุดหรู The Shoppe ที่มีแต่ร้านแบรนด์เนม และยังมีคาสิโนที่เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าได้ฟรี ส่วนชาวสิงคโปร์ถ้าจะเข้าไปต้องเสียค่าบริการ

มาสัมผัสโรงแรมสุดหรูกันนะคะ จุดหมายก็คือห้องอาหาร Rise Restaurant ที่อยู่ตรงล๊อบบี้ค่ะ คราวนี้เป็นบุฟเฟ่ต์กลางวันบ้างนะคะ แต่ก่อนไปถึงห้องอาหาร ผ่านล๊อบบี้กันก่อนค่ะ คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว บรรยากาศต่างกับที่ฟุลเลอร์ตันเลยค่ะ เท่าที่เห็นที่นี่ส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปทัวร์จีนค่ะ บรรยากาศเลยดูอึกทึก โดยส่วนตัวดิฉันชอบที่ฟุลเลอร์ตันมากกว่า มันดูคลาสสิคกว่าค่ะ




มาดูไลน์อาหารกันนะคะ มีอาหารหลากหลายเยอะแยะกว่าที่ฟุลเลอร์ตันค่ะ มีทั้งอาหารยุโรป อินเดีย และเอเชีย กุ้ง หอย ปู ปลามากันเพียบ ของหวานก็มีหลากหลายให้เลือก ผลไม้นานาชนิด ถือว่าอลังการกว่าที่ฟุลเลอร์ตัน เพียงแต่รสชาติค่อนข้างจืดชืดไปหน่อย สำหรับดิฉันแล้วคิดว่ารสชาตินั้นสำคัญมาก อาหารอะไรที่ควรเผ็ด ควรมีเครื่องเทศเยอะๆ มันก็ควรมีตามนั้นค่ะ อย่างเช่น แซลมอนการามมาซาล่าที่ตักมาชิมนั้น เป็นอาหารอินเดียที่ควรหอมเครื่องเทศ มีรสจัดนิดๆ แต่กลับจืดชืด ดังนั้นเรื่องรสชาติดิฉันให้ฟุลเลอร์ตันกินขาดไปค่ะ

สำหรับบุฟเฟ่ต์กลางวันที่นี่ราคา 48 SGD ค่ะ















 
ไหนๆ ก็มาถึงมารีน่าเบย์แซนด์แล้ว สมควรแวะเดินช้อปปิ้งกันสักหน่อยนะคะ เพราะที่นี่มี The Shoppe ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์สุดหรูที่เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมเหมือนเกษรพลาซ่าของเราค่ะ สามารถเดินจากตัวโรงแรมไปได้เลยค่ะ ระหว่างทางจะผ่านคาสิโน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าได้ฟรี เพียงแต่คุณต้องแต่งตัวสุภาพและห้ามถ่ายรูปค่ะ ข้าวของส่วนตัวต้องฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ทางเข้า ด้านในก็มีโต๊ะพนันทุกรูปแบบเหมือนในคาสิโนใหญ่ๆ ทั่วไป หากใครอยากเสี่ยงโชคก็เชิญได้ค่ะ

เดินต่อไปก็จะเจอกับ The Shoppe เมื่อคุณเห็นคลองสีฟ้าก็แปลว่าถึงแล้วค่ะ คลองนี้ถูกทำขึ้นตัดผ่านกลางห้างฯ เลยทีเดียว สามารถนักเรื่อล่องคลองแบบเวนิสได้ค่ะ เสียค่าบริการ มีพาไปผจญภัยผ่านน้ำตกด้วยนะคะ หากใครไม่ได้ไปออร์ชาร์ดก็สามารถแวะมาช้อปที่นี่ได้ค่ะ มีทุกแบรนด์ค่ะ รวมทั้ง Charles&Keith แบรนด์สิงคโปร์ที่คนไทยชอบ ซื้อที่นี่ราคาไม่แพงด้วยค่ะ วันที่ดิฉันไปก็ติดป้ายเซลส์ตัวโต รองเท้าลดเหลือคู่ละประมาณพันเดียว น่าเสียดายที่ไม่เจอแบบถูกใจ ดิฉันเลยไม่เสียตังค์ แต่มาเสียตังค์ค่าชาที่ TWG แทนค่ะ







TWG เป็นชาแบรนด์สิงคโปร์ที่เพิ่งโด่งดังไม่นานมานี้ อาจไม่เก่าแก่เทียบเท่ากับทไวน์นิ่ง แต่มีรสชาติหลากหลายและหอมมาก ที่ฟุลเลอร์ตันก็ใช้ชายี่ห้อนี้ ดิฉันติดใจเลยตามมาซื้อกลับไปกินที่บ้านด้วยค่ะ ในร้านมีชาหลากหลายแบบ สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ และมีมาการองสีสวยด้วยค่ะ เป็นรสเดียวกับชาชนิดต่างๆ ในร้าน รสชาติดี ไม่หวานเกินไปค่ะ กินกับชากำลังดีทีเดียวค่ะ มาสิงคโปร์อย่าลืมแวะซื้อ TWG ชาจากสิงคโปร์แท้ๆ กลับไปด้วยนะคะ ที่จริงแบรนด์นี้มีมาเปิดสาขาในไทยหลายสาขาแล้วนะคะ







การเดินทางมาที่มารีน่าเบย์แซนด์ มาได้ง่ายมากด้วย MRT ค่ะ ลงที่สถานี Bayfront ซึ่งอยู่ใต้ตึกแห่งนี้เองค่ะ

ขอปิดท้ายด้วยเจ้าสิ่งนี้ซึ่งดิฉันไปเจอมาที่ห้องน้ำของมารีน่าเบย์แซนด์ มันคือถังขยะระบบเซ็นเซอร์ค่ะ ถ้าคุณไปเจอมันเข้า คุณอาจหาวิธีเปิดมันไม่ได้ การจะเปิดก็คือต้องเอามือไปบังตรงเซ็นเซอร์ที่เห็นเป็นสีดำๆ นั่น แล้วฝามันจะเปิดเองค่ะ ขณะที่ฝาถังขยะเปิด ชักโครกก็จะกดน้ำด้วยตัวของมันเองค่ะ สุดยอดแห่งความไฮเทค




พูดถึงห้องน้ำแล้วต้องขอเตือนก่อนว่าที่สิงคโปร์ไม่มีสายชำระสำหรับฉีดน้ำตรงโถส้วมเหมือนบ้านเรานะคะ หากใครคุ้นเคยก็การใช้สายชำระอาจจะอึดอัดอยู่บ้าง ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็ไม่มีค่ะแม้แต่ในโรงแรม คุณอาจต้องพกทิชชู่เปียกมาด้วย แต่เรื่องนี้ทำให้ตัดปัญหาเรื่องพี่จีนเอาสายชำระไปฉีดน้ำแปรงฟันล้างหน้าได้ค่ะ (ไม่ได้อยากจะจิกกัดพี่จีนแต่ประการใด แต่บางทีดิฉันก็งงกับตรรกะของพี่เค้า กับการเอาสายชำระชักโครกไปล้างหน้าแปรงฟัน และเอาเท้าลงไปล้างในอ่างล้างหน้า ????!!!????)

ไม่มีความคิดเห็น: